โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความขัดแย้ง “อิสราเอล-ปาเลสไตน์” สงครามความรุนแรงที่ไม่จบสิ้น ไฉนเป็นเช่นนี้?

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 07 ต.ค. 2567 เวลา 04.03 น. • เผยแพร่ 06 ต.ค. 2567 เวลา 06.00 น.
ภาพ : ซ้าย - แผนที่สงครามในอิสราเอล, ขวา - เมืองเก่าแห่งเยรูซาเลมซึ่งถูกทำลายโดยกองทัพทหารอิสราเอลในปี 1967

ความขัดแย้ง “อิสราเอล-ปาเลสไตน์” สงครามความรุนแรงที่ไม่จบสิ้น ไฉนเป็นเช่นนี้?

ภูมิภาค “ตะวันออกกลาง” มีความสำคัญในแง่ภูมิรัฐศาสตร์ เนื่องจากตั้งอยู่กึ่งกลางระหว่างโลกตะวันตกกับตะวันออก ภูมิภาคนี้จึงมีบทบาททางการเมืองโลกอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ไหนจะมีแหล่งเชื้อเพลิงสำคัญของโลกอย่าง“น้ำมัน”หรือที่หลายคนเรียกว่า “ทองคำสีดำ” ทำให้นานาประเทศล้วนเข้ามาเกี่ยวพัน มีทั้งผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ การต่อรองทางการเมือง รวมไปถึงความขัดแย้งทางการเมืองระหว่างประเทศ หนึ่งในนั้นคือความขัดแย้งระหว่าง “อิสราเอล-ปาเลสไตน์”

ความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลกับปาเลสไตน์เกิดขึ้นมานาน และเพื่อให้พอเข้าใจคร่าว ๆ คงต้องย้อนไปเมื่อราว 2,000 ปีก่อน “เยรูซาเลม” ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ (ซึ่งปัจจุบันอิสราเอลถือว่าอยู่ในพื้นที่ประเทศของตนเอง) ซึ่งเป็นข้อพิพาททุกวันนี้ มี “ชาวยิว” ครอบครองมาก่อน

แต่เนื่องจากลักษณะทางภูมิศาสตร์ของเยรูซาเลม ที่เป็นเสมือน “ทางแยก”หรือเรียกง่าย ๆ ว่าเป็นศูนย์กลางบนแผนที่โลก ไม่ว่าโลกตะวันตกหรือออกจะข้ามไปหากันก็ต้องผ่านพื้นที่แถบ “ตะวันออกกลาง” นี้เสียก่อน จึงทำให้มีคนหลากหลายศาสนาเข้ามาปกครองและอยู่อาศัย ไม่ว่าจะเป็นศาสนายูดาห์ คริสต์ หรือแม้กระทั่งอิสลาม

กระทั่งจักรวรรดิออตโตมัน ซึ่งเป็นมุสลิม เข้ามาปกครองในช่วงก่อนสงครามโลกครั้งที่ 1 ได้ตั้งชื่อดินแดนบริเวณนี้ว่า “ปาเลสไตน์”รวมถึงชาวมุสลิมที่อาศัยอยู่ในพื้นที่นี้ก็ถูกเรียนขานว่าเป็น “ชาวปาเลสไตน์”เช่นกัน

ทว่าจุดเปลี่ยนสำคัญเกิดขึ้นช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 เมื่ออังกฤษให้คำสัญญากับชาวยิวว่า ถ้าหากช่วยเหลือชิงชัยให้แดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน จะได้ของรางวัลคือดินแดนปาเลนสไตน์ และเมื่อจบสงคราม ชาวยิวก็ได้พื้นที่นี้มาครอบครองตามตกลงกันไว้

แต่วันเวลาผ่านไป พื้นที่แห่งนี้กลับกลายมาเป็นความขัดแย้งอันยาวนานระหว่างชาวยิวกับอาหรับ จนล่วงเลยมาถึงช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ไม่จบสิ้น

จนสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2 ชาวยิวถึงสามารถสถาปนารัฐเอกราชได้สำเร็จในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 1948 ในชื่อว่า “อิสราเอล”และเกิดการแบ่งแยกดินแดนเป็นของชาวยิวและชาวอาหรับ โดยให้เยรูซาเลมเป็นดินแดนร่วม ซึ่งข้อตกลงดังกล่าวเกิดขึ้นมาจากแรงสนับสนุนขององค์การสหประชาชาติ

ข้อตกลงร่วมกันดูเหมือนจะผ่านไปได้ฉลุย และนำมาซึ่งความสันติ ทว่าทุกอย่างคล้ายจะเป็นภาพลวงตา เพราะความขัดแย้งระหว่างชาวยิวกับอาหรับกลับปะทุขึ้นมาเป็น “อิสราเอล”กับ “ปาเลสไตน์” โดยปรากฏภาพกว้าง ๆ ว่า พันธมิตรของอิสราเอลคือโลกตะวันตก ส่วนปาเลสไตน์คือโลกมุสลิม

ความขัดแย้งยังดำเนินต่อไปเรื่อย ๆ แม้จะเข้าสู่ช่วงสงครามเย็น ซึ่งเป็นสงครามสองขั้วระหว่างโลกประชาธิปไตยกับโลกคอมมิวนิสต์แล้วก็ตาม แต่ทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ยังคงห้ำหั่นเอาชนะกัน จนท้ายที่สุดอิสราเอลก็ได้ดินแดนเพิ่ม ขณะที่ปาเลสไตน์ก็จัดตั้งองค์การปลดปล่อย (PLO) ขึ้นเพื่อเคลื่อนไหวแบบกองโจรขับไล่อิสราเอล

ยิ่งไปกว่านั้น หลังจบ “สงครามหกวัน” ในปี 1967 อิสราเอลก็ยึดครองพื้นที่ “ฉนวนกาซา” ซึ่งแต่เดิมเคยถูกปกครองโดยอียิปต์ แต่อียิปต์ไม่ได้ผนวกรวมเป็นส่วนหนึ่งของประเทศ และ “เขตเวสต์แบงก์” ดินแดนที่ไม่มีเจ้าของ มาเป็นของตนเองทั้งหมด

เมื่อเป็นเช่นนี้ จึงทำให้ทั้งสองประเทศเกิดบรรยากาศมาคุ และเพิ่มความขัดแย้งมากขึ้นเรื่อย ๆ จนเกิดเหตุการณ์อย่าง “วิกฤตการณ์อินฟาดา” เหตุการณ์ลุกฮือของชาวปาเลสไตน์หลังจากรถกองทัพอิสราเอลพุ่งชนกับรถคนงาน จนชาวปาเลสไตน์เสียชีวิต 4 คน ครั้งที่ 1 ในปี 1987-1993 และครั้งที่ 2 ในปี 2000-2005 รวมถึงไปเกิดการเคลื่อนไหวของ “กองกำลังฮามาส”

กองกำลังฮามาสเป็นกลุ่มติดอาวุธปาเลสไตน์ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งปกครองในทางแดนเหนือฉนวนกาซา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1987 มีจุดประสงค์เพื่อต่อต้านการครอบครองเขตเวสต์แบงก์และฉนวนกาซาของอิสราเอล เนื่องจากมีความเชื่อว่า ดินแดนประวัติศาสตร์ของปาเลสไตน์ ซึ่งรวมถึงอิสราเอลในปัจจุบัน เป็นดินแดนของอิสลาม และชื่อ “ฮามาส”ก็มาจากแนวคิดสำคัญดังกล่าว โดยฮามาสเป็นภาษาอาหรับ แปลว่า ขวัญกำลังใจ มาจากคำย่อของ “ขบวนการอิสลามที่มีใจในการต่อต้าน”

หลังจากเกิดวิกฤตและความโกลาหลเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ นานาชาติก็ต่างสรรหาวิธีต่าง ๆ เพื่อไกล่เกลี่ย ไม่ว่าจะเป็น การเจรจาที่แคมป์เดวิด ในปี 1978 หรือข้อตกลงออสโล ปี 1993 และ 1995 แต่ก็ไม่เป็นผลทั้งสิ้น และมีแนวโน้มว่าทั้งสองประเทศจะใช้อาวุธหนักและรุนแรงขึ้นเรื่อย ๆ

จวบจนปัจจุบันความขัดแย้งระหว่าง “อิสราเอล-ปาเลสไตน์” ก็ยังคงอยู่ ทั้งยังทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ ดังที่ในวันที่ 7 ตุลาคม ค.ศ. 2023 ที่กลุ่มฮามาสได้ปล่อยขีปนาวุธลงในอิสราเอลถึง 5,000 ลูก ในวันซิมหัต โทราห์ ซึ่งเป็นวันที่ชาวยิวจะอ่านพระคัมภีร์โทราห์จบ และจะเริ่มต้นการอ่านพระคัมภีร์ของรอบปีถัดไป โดยเหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสูญเสียให้ทั้งสองฟากฝั่ง ไม่ว่าจะเป็นชาวยิว ชาวมุสลิม หรือแม้แต่บุคคลที่ไม่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งดังกล่าว

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ปิติ ศรีแสงนาม และจักรี ไชยพินิจ. AMIDST THE GEO-POLITICAL CONFLICTS สมรภูมิพลิกอำนาจโลก. กรุงเทพฯ:มติชน, 2566.

https://www.matichon.co.th/politics/news_2728756

https://www.matichon.co.th/foreign/news_4220290

https://www.prachachat.net/world-news/news-1411115

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 10 ตุลาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความขัดแย้ง “อิสราเอล-ปาเลสไตน์” สงครามความรุนแรงที่ไม่จบสิ้น ไฉนเป็นเช่นนี้?

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...