โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

มังคุดภาคใต้ โดนล้งเล่นเกม รับซื้อช้ากดราคาร่วง-สะเทือนส่งออกจีน

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ส.ค. 2566 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 19 ส.ค. 2566 เวลา 00.38 น.

ล้งส่งออกมังคุดผนึกกำลัง “เล่นเกม” กดราคาชาวสวนภาคใต้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดู แถมเปิดโรงรับซื้อล่าช้า ทำราคามังคุดคัดเกรดดิ่งจาก 130-150 บาท เหลือ 40-50 บาท ขณะที่หน้าสวนเหมาเทรวมเหลือ 13 บาท/กก. ทั้งที่ตลาดจีนมีความต้องการสูง ปริมาณผลผลิตน้อย ราคาน่าจะขึ้น ชาวสวนวอนรัฐบังคับให้ล้งปิดป้ายราคารับซื้อเหมือนทุเรียน ด้านผู้ส่งออกแจ้งไม่ได้กดราคา แต่คุณภาพมังคุดไม่ได้คุณภาพและขนาดตามที่ตลาดจีนต้องการ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเดือนกรกฎาคม สิงหาคม ถือเป็นช่วงต้นฤดูมังคุดในภาคใต้ โดยเฉพาะพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช และชุมพร ตั้งแต่ช่วงเปิดฤดูราคาดีมาก กก.ละ 130-150 บาท แต่พอเริ่มสู่ฤดูกาลมังคุดรุ่น 1 ราคาดิ่งลงมาเรื่อย ๆ ตั้งแต่ปลายเดือนกรกฎาคม โดยมังคุดคัดเกรดปรับลงมาหลังจากช่วงวันที่ 12 สิงหาคม ราคาลงอย่างรวดเร็วเหลือ 40-50 บาท

ส่วนมังคุดเหมารวมไม่คัดเกรดขายกันอยู่ที่ราคา 20-25 บาท และราคาหน้าสวนเหลือ 13 บาท ช่วงที่ผ่านมากรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดได้เข้าช่วยพยุงราคา โดยนำพ่อค้ามาซื้อมังคุดเกรดส่งออกและมังคุด “ลูกตกไซซ์” ออกจากตลาดในราคา กก. 20 บาท ส่งผลให้ราคาขยับขึ้นเล็กน้อยจาก 40-50 บาท เป็น 65 บาท/กก.

แหล่งข่าวจากเกษตรกรชาวสวนมังคุด จ.จันทบุรี เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า มังคุดภาคใต้ถูกทุบราคาลงมาตั้งแต่ต้นฤดูที่มีปริมาณยังไม่มาก ทั้งที่ตลาดจีนมีความต้องการสูง แต่ผิดสังเกต ที่ผู้ประกอบการรวมตัวกันไม่ซื้อทุเรียนตั้งแต่ช่วงวันที่ 12 สิงหาคม 2566 มีการทุบราคาลงมาต่อเนื่อง 2 วัน เป็นการสร้างฐานราคาต่ำให้กับมังคุดที่จะออกปริมาณมากในช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นกันยายน เมื่อล้งไปเปิดตลาดรับซื้อราคาจะได้ถูกลง

ทั้งนี้ อยากให้ภาครัฐเข้ามาช่วยแก้ปัญหา ไม่ให้เกษตรกรถูกกดราคา โดยการบังคับให้ปิดป้ายราคารับซื้อตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยราคาสินค้าและบริการฉบับที่ 66 พ.ศ. 2566 แนวทางเดียวกับทุเรียน เพื่อให้เกษตรกรรู้ราคาก่อนขาย ถ้าทำได้จะทำให้ล้ง หรือตัวแทนที่เป็นผู้รวบรวมมังคุดส่งให้ล้งกดราคาได้ยาก

ปัจจุบันมีกลุ่มผู้ส่งออกมังคุดเพียง 4-5 รายที่กำหนดราคาได้ การรวมตัวกันไม่รับซื้อมังคุดถือเป็นการใช้เทคนิคต่าง ๆ คล้ายกัน เป็น “กลไกพ่อค้า” เพื่อดึงราคาให้ลงมา และปีนี้ล้งมาเปิดรับซื้อในภาคใต้ช้า ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่า กลุ่มผู้ประกอบการโรงแพ็ก โรงคัดบรรจุ ผู้ส่งออกมังคุดในภาคใต้กับภาคตะวันออกถือเป็นผู้ประกอบการกลุ่มเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม การที่กรมการค้าภายใน และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดนครศรีธรรมราช นำผู้ประกอบการบางส่วนเข้าไปช่วยเกษตรกรรับซื้อมังคุด เพื่อระบายมังคุดเกรดล่าง (มังคุดดำ) ราคา กก.ละ 25 บาท จะช่วยดันราคามังคุดเกรดบนเบอร์ 1-2 ส่งออกให้สูงขึ้น ช่วยได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

การแก้ไขราคามังคุดตกต่ำยากมาก ช่วงแรกล้งตั้งราคาสูง แต่เมื่อถึงจังหวะกดราคาจะเล่นเกมทันที โดยมีข้ออ้างสารพัด ช่วงหนึ่งราคาปลายทางสูงมาก ลูกละ 50 บาท แต่ราคาซื้อชาวสวนไม่ถึง กก.ละ 35 บาท ชาวสวนทำอะไรไม่ได้ กรณีที่เกิดขึ้นกับภาคใต้ตอนนี้ คือ ของน้อยราคาน่าจะแพง แต่กลับราคาถูก

ล้งแจงราคาตามคุณภาพ

นายมณฑล ปริวัฒน์ กรรมการ ผจก.บริษัท อรษาฟรุ๊ต จำกัด ผู้ส่งออกแบรนด์มังคุดไทย เปิดเผย “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า ปัญหาราคามังคุดภาคใต้ที่ต่ำลงแม้ว่าจะเป็นช่วงต้นฤดู เกิดจาก 3-4 ปัจจัย คือ 1) คุณภาพของมังคุดช่วงปลายฤดูของ จ.จันทบุรี และต้นฤดูภาคใต้ เป็นช่วงอากาศมีฝนตกหนัก ทำให้สินค้าไม่ได้คุณภาพ และขนาดตามที่จีนต้องการ ไปขายทำราคาไม่ได้ 2) ผู้ประกอบการส่งออกมังคุดเหลือน้อยลง ส่วนใหญ่ล้งยังไม่เปิดรับซื้อ แม้เริ่มมีมังคุดออกมาแล้ว ทำให้ไม่เกิดการแข่งขัน ปั่นราคาไม่ได้

3) การแข่งขันกับมังคุดอินโดนีเซียที่คุณภาพดีกว่า และจีนเองมีผลไม้อื่น เช่น แตงโม ลิ้นจี่ รวมทั้งทุเรียนของเวียดนาม ประกอบกับไม่มีช่วงที่ตรงเทศกาลวันหยุดในช่วงนี้ 4) ปัญหาใบ GAP ชาวสวนไม่มีการตรวจสอบโควตา ทำให้มีปัญหากับผู้ประกอบการ ก่อนนำมาขายควรตรวจสอบได้ เพื่อไม่ให้มีปัญหากับผู้ประกอบการ

“ราคาที่ จ.จันทบุรี กก.ละ 150-170 บาท ตลาดมีการแข่งขัน แต่ภาคใต้ ราคา 40-50 บาท/กก. ไม่ใช่กดราคา แต่ทำกำไรไม่ได้จริง ๆ เพราะคุณภาพไม่ได้มาตรฐาน ตอนนี้ตลาดจีนอย่างที่เซี่ยงไฮ้ขาดความเชื่อมั่นมังคุดไทย นิยมมังคุดอินโดนีเซียมากกว่า แม้ราคาแพงกว่า เพราะคุณภาพ เนื้อดี สวยกว่า ราคาตะกร้าละ 380 หยวน มังคุดไทย 200 กว่าหยวน ผลกระทบมาถึงราคาและปริมาณการซื้อ ปีก่อน ๆ รับซื้อที่ภาคใต้ วันละ 5-10 ตู้ เมื่อวันที่ 14 ส.ค. 66 เพิ่งจะลงไปรับซื้อที่นครศรีธรรมราช ชุมพร 2-3 วันต่อตู้

จริง ๆ แล้วมาตรฐานของมังคุดไทยยังไม่ชัดเจน ทำให้ประกาศราคารับซื้อหน้าล้งไม่ได้ แต่ล้งอรษาได้แจ้งลูกค้าทางไลน์ทุกวัน ส่วนราคาประมูลจะช่วยค้ำราคาตลาดได้ เวลาราคามังคุดต่ำ ชาวสวนมักคิดว่าพ่อค้ากดราคา จริง ๆ การเปรียบเทียบราคาต้องดูราคาหั่งเช้ง ช่วงปลายเดือนสิงหาคมถึงต้นเดือนกันยายนนี้ มังคุดมีปริมาณมาก คาดว่าราคามังคุดเบอร์สวย ๆ น่าจะได้ราคาไม่ต่ำกว่า กก.ละ 50 บาท” นายมณฑลกล่าว

หนุนขายประมูลดันราคา 60 บาท

ร.ต.อรุณ บุญวงศ์ ประธานเครือข่ายกลุ่มมังคุดภาคใต้ และประธานกลุ่มมังคุดแปลงใหญ่ (วัดน้ำดำ) จ.นครศรีธรรมราช เปิดเผยกับ “ประชาชาติธุรกิจ” ว่า หลังจากกรมการค้าภายในและกระทรวงพาณิชย์ได้นำพ่อค้าบางส่วนมาซื้อมังคุดเกรดส่งออกและมังคุดลูก “ตกไซซ์” ออกจากตลาดในราคา กก. 20 บาท ราคาตลาดขยับขึ้นเล็กน้อย กก.ละ 21-22 บาท และราคาล้งขึ้นมา กก.ละ 60-65 บาท เพราะล้งเริ่มมาเปิดมากขึ้น แต่ยังรับซื้อน้อย ราคายังคงทรง ๆ ตัวอยู่ 60-65 บาท/กก. ราคาขายแผงทั่ว ๆ ไป 20-30 บาท

ช่วงปลายเดือนสิงหาคม-ต้นกันยายน ปริมาณมังคุดนครศรีธรรมราชและชุมพรจะออกมามากประมาณ 60% ภาคใต้จะมีกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ เข้ามารับซื้อโดยระบบประมูล และคัดเกรด 5 เกรด ขายเพื่อให้ราคาสูงขึ้นเปรียบเทียบกับราคาขายแผงห่างกัน กก.ละ 20 บาท

“ช่วงพีกราคาน่าอยู่ที่ 40-60 บาท ขึ้นลงเล็กน้อย มังคุดปริมาณมากกลัวจะถูกทุบราคา ถ้าราคาลงมา 30-40 บาท/กก. เป็นราคาที่ต่ำเกินไปไม่คุ้มทุน ราคาต้นทุน กก.ละ 30-35 บาท ค่าจ้างเก็บ กก.ละ 8-10 บาท หน่วยงานรัฐควรวางแผนตลาดรองรับ การกระจายสินค้าล่วงหน้าต่อเนื่องตลอดฤดูกาล เพื่อช่วยพยุงราคา”

รายงานข่าวจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรที่ 8 สุราษฎร์ธานี และสำนักงานส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรที่ 5 สงขลา วันที่ 19 พ.ค. 66 ผลผลิตมังคุดภาคใต้ปี 2566 ปริมาณ 142,077 ตัน เพิ่มขึ้นถึง 408.71% จากปี 2565 มีจำนวน 27,929 ตัน โดยผลผลิตนอกฤดูช่วงเดือน ม.ค.-พ.ค. และ พ.ย.-ธ.ค. ปริมาณ 5,112 ตัน หรือ 3.6% และผลผลิตในฤดู มิ.ย.-ต.ค. ปริมาณ 136,965 ตัน หรือ 96.41%

จังหวัดที่มีผลผลิตมาก คือ จ.ชุมพร ผลผลิต 53,670 ตัน จ.นครศรีธรรมราช ผลผลิต 41.283 ตัน ระนอง ผลผลิต 11,238 ตัน พังงา ผลผลิต 6,561 ตัน สุราษฎร์ธานี ผลผลิต 4,794 ตัน และภาคใต้ตอนล่าง ผลผลิต 24,004 ตัน จ.นราธิวาสมีผลผลิตมากที่สุด 11,234 ตัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...