โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ความสัมพันธ์ “เจ้านครอินทร์” กับราชสำนักจีน หนุนวงศ์สุพรรณครองอยุธยา

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 11.38 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 11.31 น.
จักรพรรดิหมิงไท่จู่ พระเจ้าแผ่นดินจีนที่เจ้านครอินทร์เสด็จไปเข้าเฝ้าเมื่อครั้งยังเป็นราชกุมารแห่งนครสุพรรณ

“เจ้านครอินทร์”หรือ สมเด็จพระนครินทราธิราช (ครองราชย์ พ.ศ. 1952-1967) พระมหากษัตริย์ลำดับที่ 6 แห่งกรุงศรีอยุธยา ราชวงศ์สุพรรณภูมิ ผู้มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์หมิง เป็นความสนิทสนมเมื่อครั้งพระองค์ยังครองเมืองสุพรรณ กระทั่งได้เสวยราชย์เป็นกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา จึงมีส่วนทำให้อยุธยาเป็นรัฐทางการค้า และกอบโกยความมั่งคั่งจากการค้าทางทะเลกับนานาชาติ

รุ่งโรจน์ ภิรมย์อนุกูลอาจารย์ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรามคำแหง ให้ความเห็นว่า เจ้านครอินทร์เป็นพระราชโอรสใน สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1หรือขุนหลวงพะงั่ว (ครองราชย์ พ.ศ.1913-1931) จากจุลยุทธการวงศ์ระบุว่า สมเด็จพระนครินทราธิราชเป็นพระมาตุลาในสมเด็จพระรามราชา (พระมหากษัตริย์อยุธยาลำดับที่ 5) แปลว่าพระองค์เป็นพระญาติวงศ์ชั้นเดียวกันกับสมเด็จพระราเมศวรแห่งวงศ์ละโว้ (พระราชบิดาของสมเด็จพระรามราชา)

พงศาวดารกรุงศรีอยุธยา ฉบับวันวลิตและเอกสารหมิงสือลู่ของจีน ล้วนบ่งชี้ว่าเจ้านครอินทร์เป็นทายาทของเจ้านครสุพรรณ ผู้เสด็จขึ้นครองราชสมบัติแห่งกรุงศรีอยุธยาต่อจากพระราเมศวร หรือสมเด็จพระบรมราชาที่ 1

กรุงศรีอยุธยาในห้วงเวลาที่ราชวงศ์สุพรรณภูมิกับราชวงศ์ละโว้แก่งแย่งอำนาจกันนั้น วงศ์สุพรรณมีความสัมพันธ์กับราชวงศ์หมิงค่อนข้างแน่นแฟ้นและชัดเจน เอกสารหมิงสือลู่ระบุว่า วันที่ 5 เดือน 8 รัชศกหงหวู่ที่ 3 (26 สิงหาคม พ.ศ. 1913) ตรงกับแผ่นดินสมเด็จพระบรมราชาที่ 1 จักรพรรดิหมิงไท่จู่มีพระราชโองการให้หลู่จงจิ้นเดินทางไปสยาม เพื่อแจ้งข่าวการเสวยราชสมบัติของสมเด็จพระจักรพรรดิ

จากนั้น คณะทูตจากกรุงศรีอยุธยาได้เดินทางไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิหมิงไท่จู่ในวันที่ 22 เดือน 9 รัชศกหงหวู่ที่ 4 (30 ตุลาคม พ.ศ. 1914) โดยผู้นำคณะทูตคือ “เจาเอี้ยนกูหมาน”หรือ เจ้าอินทรกุมาร ผู้ต่อมาคือเจ้านครอินทร์ ทั้งนี้ “กูหมาน”หรือ กุมาร ท้ายพระนามเจ้านครอินทร์มีความหมายว่า “เจ้าชาย” หรือพระราชโอรสนั่นเอง

หมิงสือลู่ไม่ได้เจาะรายละเอียดว่า เหตุใดกรุงศรีอยุธยาส่งเจ้านายชั้นสูงระดับนั้นเป็นหัวหน้าคณะทูต แต่การไปเยือนราชสำนักจีนของพระราชโอรสพระเจ้าแผ่นอยุธยาอย่าง “เจ้าอินทรกุมาร” ดูจะเป็นธรรมเนียมของวงศ์สุพรรณมาก่อน

เพราะปรากฏหลักฐานในพงศาวดารราชวงศ์หยวนว่า ในแผ่นดินพระเจ้าหยวนเฉิงจง รัชศกต้าเต๋อที่ 2 (พ.ศ. 1841) มีการส่งพระราชสาส์นไปยังแคว้นเสียน (สุพรรณบุรี) ให้ส่งรัชทายาทหรือเสนาบดีไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิหยวนที่ราชธานี ปีต่อมา รัชทายาทแคว้นเสียนได้เดินทางไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิ พร้อมถวายบรรณาการแด่ราชสำนักจีน

พงศาวดารราชวงศ์หยวนระบุด้วยว่า รัชศกต้าเต๋อที่ 3 (พ.ศ. 1842) แคว้นเสียนส่งรัชทายาทเป็นหัวหน้าคณะทูตไปยังกรุงปักกิ่ง เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อ 70 ปี ก่อนเจ้าอินทรกุมารนำคณะทูตไปยังแผ่นดินจีนอีกครั้ง จึงเป็นไปได้ว่า หัวหน้าคณะทูตที่ไปราชสำนักจีนสมัยราชวงศ์หยวนคงเป็นพระญาติวงศ์ลำดับพระอัยกา (ปู่) หรือพระปัยกา (ทวด) ของเจ้าอินทรกุมาร หรือเจ้านครอินทร์

ดูเหมือนว่า วงศ์สุพรรณของเจ้านครอินทร์จะมีความใกล้ชิดกับราชสำนักจีนมากกว่าวงศ์ละโว้ของสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 1 แม้จะได้ชื่อว่าเป็นผู้สถาปนากรุงศรีอยุธยา เอกสารหมิงสือลู่ บันทึกเมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 1917 ยังกล่าวถึงตำแหน่ง “นครอินทร์”ของเจ้าผู้ครองนครสุพรรณ ว่าคือรัชทายาทกษัตริย์กรุงศรีอยุธยา

หลังจากสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 รัฐประหารสมเด็จพระรามเมศวร เสวยราชสมบัติแห่งกรุงศรีอยุธยา และส่งเจ้านครอินทร์ไปเข้าเฝ้าจักรพรรดิหมิงไท่จู่เมื่อ พ.ศ. 1914 ราชวงศ์หมิงก็เข้าใจว่าวงศ์สุพรรณภูมิคือกษัตริย์ที่ถูกต้องของกรุงศรีอยุธยา พวกเขาไม่ทราบว่ามีวงศ์ละโว้ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ลพบุรีก็มีสิทธิในราชบัลลังก์อยุธยาเช่นกัน

นอกจากนี้ การที่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ไม่ได้กวาดล้างฝ่ายละโว้หลังพระองค์ขึ้นครองราชย์ ทำให้วงศ์ละโว้สามารถส่งทูตไปยังราชสำนักจีนได้เช่นกัน จึงเกิดการติดต่อกับราชสำนักจีนเพื่อช่วงชิงสิทธิธรรมในราชบัลลังก์กรุงศรีอยุธยา มีการส่งทูตไปติดต่อราชวงศ์หมิงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ พ.ศ. 1916 เอกสารจีนระบุว่า คณะทูตเสียมหลอ (สยาม-ละโว้) หรือกรุงศรีอยุธยา มาเข้าเฝ้าจักรพรรดิติดต่อกันถึง 4 คณะเฉพาะ 3 เดือนสุดท้ายของปี

นี่คือภาพสะท้อนของการช่วงชิงอำนาจระหว่างวงศ์ละโว้กับวงศ์สุพรรณภูมิ ทั้งนี้ อาจารย์รุ่งโรจน์ เชื่อว่าท่ามกลางความวุ่นวายจากการชิงราชสมบัติ ผลัดแผ่นดิน เปลี่ยนราชวงศ์นั้น ราชสำนักจีนน่าจะเชื่อข้อมูลทางฝั่งสุพรรณภูมิมากกว่า กว่าจีนจะเข้าใจสถานการณ์ภายในกรุงศรีอยุธยาและให้การรับรอง ประทานตรา และเครื่องทรงแก่สมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1 ก็ล่วงเลยไปถึง พ.ศ. 1920

สำหรับการเดินทางไปราชสำนักจีนของคณะทูตวงศ์สุพรรณนั้น เจ้านครอินทร์ขณะทรงเป็นราชกุมาร ทรงมีบทบาทสำคัญอย่างยิ่ง เพราะนอกจากการเดินทางใน พ.ศ. 1914 แล้ว พระองค์ยังเสด็จไปเมืองจีนอีก 2 ครั้ง (อาจมากถึง 3 ครั้ง) ก่อนการรับรองวงศ์สุพรรณอย่างเป็นทางการใน พ.ศ. 1920

ด้วยเหตุนี้พระเจ้าแผ่นดินกรุงศรีอยุธยา (วงศ์สุพรรณ) จึงเป็นอ๋องรัฐบรรณาการของจีนในสมัยราชวงศ์หมิง แต่เป็น “อ๋องต่างด้าว” ลำดับศักดิ์ต่ำกว่าอ๋องลูกเธอของจีน ช่วงเวลาไล่เลี่ยกันนั้น จีนมีรัฐอื่น ๆ ที่หมั่นเข้ามาถวายบรรณาการในยุคต้นราชวงศ์หมิงได้แก่ เวียดนาม จามปา เขมร และริวกิว

จากเรื่องราวในหมิงสือลู่ ช่วงเจ้านครอินทร์เสวยราชสมบัติเป็นสมเด็จพระนครินทราธิราชนั้น ใน พ.ศ. 1950 มีพระราชสาส์นจากจักรพรรดิหย่งเล่อส่งมาตำหนิกษัตริย์อยุธยาที่จับทูตจามปา และยกทัพไปตีสุมาตรากับมะละกา เนื่องจากอาณาจักรเหล่านี้ต่างเป็นรัฐบรรณาการของจีนเช่นกัน ปีถัดมา สมเด็จพระนครินทราธิราชจึงส่งพระราชสาส์นไปขอพระราชทานอภัยจากพระจักรพรรดิจีน แสดงให้เห็นว่าพระองค์ยังยอมรับในความเป็นเจ้าอธิราชของราชวงศ์หมิงอยู่นั่นเอง

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

รุ่งโรจน์ ภิรมณ์อนุกูล; สุจิตต์ วงษ์เทศ บรรณาธิการ. (2565). เจ้านครอินทร์ [พระนครินทราธิราช] เจ้านครอินทร์ เมืองสุพรรณ สร้างสรรค์อยุธยา ราชอาณาจักรสยาม. กรุงเทพฯ : มติชน.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 31 กรกฎาคม 2566

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ความสัมพันธ์ “เจ้านครอินทร์” กับราชสำนักจีน หนุนวงศ์สุพรรณครองอยุธยา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...