โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา เสื้อผ้า-นาฬิกา-รองเท้า ถูกทำลายกว่า 1.2 ล้านชิ้น

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ส.ค. 2566 เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 31 ส.ค. 2566 เวลา 04.48 น.

พาณิชย์ผนึกกำลังภาครัฐ-เอกชน ปราบปรามสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ส่วนใหญ่เสื้อผ้า-นาฬิกา-รองเท้า จัดงานทำลายของกลางกว่า 1.2 ล้านชิ้น มูลค่าความเสียหาย 600 ล้านบาท ไม่ให้กลับสู่ท้องตลาด

วันที่ 31 สิงหาคม 2566 นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเผยระหว่างเป็นประธานในพิธีทำลายของกลาง คดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้วกว่า 1.2 ล้านชิ้น ว่ามูลค่าความเสียหายนี้มากกว่า 600 ล้านบาท การทำลายของกลางเพื่อสร้างความเชื่อมั่นแก่ประเทศคู่ค้าและนักลงทุน พร้อมประสานความร่วมมือเครือข่ายพันธมิตรด้านการป้องกันและปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างเข้มแข็ง

โดยมีผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ เอกชนเจ้าของสิทธิ ผู้แทนประเทศคู่ค้าสำคัญ และสื่อมวลชนร่วมเป็นสักขีพยาน ณ หน่วยบัญชาการ ป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

ทั้งนี้ งานด้านทรัพย์สินทางปัญญา รัฐบาลไทยให้ความสําคัญกับการพัฒนาระบบทรัพย์สินทางปัญญา ส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์ การใช้ประโยชน์ทรัพย์สินทางปัญญา ในเชิงพาณิชย์ การคุ้มครองสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพด้านการป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กองอํานวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร สํานักงานตํารวจแห่งชาติ กระทรวงกลาโหม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ กรมประชาสัมพันธ์ สํานักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และสํานักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ตลอดจนภาคเอกชนเจ้าของสิทธิ ในทรัพย์สินทางปัญญา ได้บูรณาการการทํางานร่วมกันในการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาอย่างต่อเนื่อง

ส่งผลให้ประเทศคู่ค้ายอมรับผลการปฏิบัติงานของไทย ดังปรากฏในรายงานผลการจัดสถานะการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาตามกฎหมายการค้าสหรัฐ มาตรา 301 พิเศษ ประจําปี 2566 ที่ได้ชื่นชมต่อพัฒนาการด้านนโยบายและผลการดําเนินการปราบปรามที่เป็นรูปธรรมของไทย อย่างไรก็ดี ไทยยังคงสถานะอยู่ในบัญชีประเทศที่ต้องจับตามอง (Watch List : WL) รัฐบาลจึงพร้อมดำเนินการปราบปรามสินค้าละเมิดฯ อย่างเข้มข้นต่อไป โดยมุ่งหมายให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากบัญชีดังกล่าว

นายวุฒิไกรกล่าวว่า การทําลายของกลางคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่คดีถึงที่สุดแล้วถือเป็นขั้นตอนสุดท้ายของการแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่จะต้องดําเนินการอย่างโปร่งใส สอดคล้องกับพันธกรณีภายใต้กรอบองค์การการค้าโลก (WTO) และมีการดำเนินการตามมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประเทศคู่ค้า นักลงทุน และเจ้าของสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญา ว่าสินค้าละเมิด จะไม่กลับเข้าสู่ท้องตลาดอีกต่อไป อีกทั้งยังเป็นการปกป้องผู้บริโภคจากอันตรายที่อาจเกิดจากการใช้สินค้าปลอมที่ไม่ได้มาตรฐาน

ในปีนี้ของกลางที่นํามาทําลายมีหลายประเภท เช่น เสื้อผ้า นาฬิกา รองเท้า กระเป๋า เครื่องสําอาง โทรศัพท์มือถือ อะไหล่รถยนต์ สินค้าอาหาร เป็นต้น โดยเป็นของกลางจากการจับกุมและตรวจยึดของสํานักงานตํารวจแห่งชาติ กรมศุลกากร และกรมสอบสวนคดีพิเศษ จํานวนรวมทั้งสิ้น 1,253,529 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายมากกว่า 600 ล้านบาท

อย่างไรก็ดี นอกเหนือจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเจ้าของสิทธิแล้ว ผู้บริโภคถือเป็นอีกแนวร่วมสำคัญที่มีส่วนช่วยป้องกันและแก้ไขปัญหาการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งหากประชาชนท่านใดพบเห็นการกระทำที่เข้าข่ายละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา สามารถแจ้งเบาะแสมายังกองป้องปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา กรมทรัพย์สินทางปัญญา โทร.0-2547-4702 หรือสายด่วน 1368

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...