โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เด็ก 14 ถูกลวงขืนใจ แต่พ่อแม่ต้องตามตัวคนร้ายให้เอง

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 06 เม.ย. 2566 เวลา 05.47 น.

ทนไม่ไหว! โร่ฟ้องสื่อ เพื่อนนักเรียนถูกหนุ่มปะยางลวงขืนใจ แจ้งความผ่านไปเป็นเดือนคดีไม่คืบ พ่อแม่เพื่อนต้องตามตัวคนร้ายเอง

.

วันที่ 6 เม.ย. 66 ช่วงบ่ายวานนี้(5 เม.ย.) มีเด็กนักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนแห่งหนึ่งในอำเภอเดชอุดม จังหวัดอุบลราชธานี ติดต่อมายังผู้สื่อข่าวให้ช่วยติดตามคดีของน้องวิ(นามสมมติ) อายุ 14 ปี ที่ถูกนายวัน(นามสมมติ) อายุ 25 ปี หนุ่มปะยางที่รู้จักกันในอินเตอร์เน็ต ทำทีชวนไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนลวงไปคืนใจ เหตุเกิดตั้งแต่วันที่ 5 มี.ค. แล้ว ผ่านมากว่า 1 เดือนแต่คดียังไม่มีความคืบหน้า ผู้ปกครองต้องเป็นคนติดตามผลตรวจร่างกายและติดตามคนร้ายเอง

.

หลังทราบเรื่อง ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อไปยังนางเอ(นามสมมติ) อายุ 39 ปี แม่ของน้องวิ และพาไปพบกับนายชนันนัทธ์ ธนภัทร์จิระโชติ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี เพื่อให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

.

โดยนางเอเล่าว่าเมื่อคืนวันที่ 5 มี.ค. ช่วงดึกลูกชายของตนพบว่าน้องวิหายออกไปจากห้องนอนภายในบ้าน ตนจึงพยายามโทรหาลูกแต่ไม่รับสาย เมื่อสอบถามกับเพื่อนสนิทของลูกสาวก็ไม่มีใครทราบว่าน้องวิไปไหน

.

จนเวลาประมาณตี 1 น้องวิโทรกลับมา บอกว่ากำลังกลับบ้าน ตนรอจนได้ยินเสียงรถกระบะวิ่งเข้ามาทางด้านหลังบ้านก็รีบลงมาดู แต่ไม่ทัน เจอแต่ลูกสาวส่วนรถกระบะที่มาส่งขับหายไปแล้ว ตอนนั้นตนยังไม่ได้พูดคุยอะไรมากเพราะเห็นว่าดึกแล้ว จนเช้าวันต่อมาตนเห็นว่าที่ลำคอของลูกมีรอยแดงช้ำ จึงถามไถ่ และได้รับคำตอบน่าตกใจว่าลูกถูกลวงไปขืนใจ ตนรีบพาลูกสาวไปแจ้งความที่ สภ.เดชอุดม พนักงานสอบสวนได้สอบถามเบื้องต้นแล้วส่งตัวไปตรวจร่างกายที่ โรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชเดชอุดม

.

ต่อมาพนักงานสอบสวนได้เรียกตนไปสอบปากคำในฐานะพยานแล้วบอกให้รอผลตรวจร่างกายจากแพทย์ จนล่าสุดผ่านมา 1 เดือน ก็ยังไม่มีความคืบหน้าของคดี ทำให้รู้สึกไม่มั่นใจในกระบวนการยุติธรรม เพราะหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตนเองและครอบครัวต้องเป็นคนเดินเรื่องตามผลการตรวจร่างกายตลอด แม้แต่ตัวผู้ก่อเหตุเองครอบครัวก็ต้องเป็นคนติดตามมาพบพนักงานสอบสวน

.

พยานหลักฐานเสื้อผ้าชุดชั้นในของลูกสาวที่เปื้อนเลือด และคราบอสุจิของผู้ก่อเหตุ ทางพนักงานสอบสวนก็ไม่เก็บส่งตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ บอกให้ครอบครัวเก็บเอาไว้เอง ซึ่งตนเองมองว่าอาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรมเนื่องจากญาติทางผู้ก่อเหตุมีทั้งทนาย เจ้าหน้าที่ รพ. และตำรวจ ที่ผ่านมากังวลใจแต่ก็ไม่ได้บอกใคร จนเพื่อนของลูกสาวติดต่อไปยังนักข่าวให้ช่วยติดตามคดี

.

ด้านน้องวิเล่าว่าก่อนหน้าที่จะเกิดเหตุ รู้จักกับนายวันได้นานประมาณ 1 สัปดาห์ โดยพูดคุยกันทางเฟซบุ๊ก ก่อนหน้าที่จะคุยกันนายวันเคยมาซื้อของที่บ้านเป็นประจำ วันเกิดเหตุนายวันชวนตนว่าจะมารับไปทานก๋วยเตี๋ยวในตัวอำเภอ แต่ก่อนจะไปทานก๋วยเตี๋ยวนายวันขอไปงานเลี้ยงผูกแขนลูกชายเพื่อนของนายวันก่อน โดยที่ตนเองนั่งรอในรถ

.

นายวันหายไปประมาณ 10 นาที ก็เอาเบียร์ใส่แก้วมาให้ตนดื่ม ตนได้พยายามปฏิเสธที่จะไม่ดื่ม แต่นายวันก็อ้างว่าถ้าไม่ดื่มก็จะไม่พากลับ ตนจึงจำเป็นต้องดื่มเบียร์ไป 4 แก้ว จนรู้สึกมึนหัว นายวันจึงบอกว่าเดี๋ยวจะพาไปเปิดรีสอร์ตนอน แต่ตนเองบอกให้ไปส่งที่บ้าน แต่ไม่เป็นผลนายวันพาตนเข้ารีสอร์ต และเอามือบีบแขนตนไว้เพื่อข่มขู่ไม่ให้ขอความช่วยเหลือจากพนักงาน จนสุดท้ายตนถูกนายวันขืนใจ แล้วพากลับมาส่งที่บ้าน

.

นายชนันนัทธ์ ได้สอบถามข้อมูลเบื้องต้นและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องการดูแลสภาพร่างกายและจิตใจของน้องวิ พร้อมจัดทีมนักจิตวิทยาเข้าเยียวยา ส่วนทางด้านคดีทางบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดอุบลราชธานี จะได้ประสานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ และ สำนักงานยุติธรรมจังหวัดอุบลราชธานี ดำเนินการควบคู่กันกับส่วนที่เกี่ยวข้อง

.

ขณะที่ พ.ต.อ.อโณทัย จินดามณี ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเดชอุดม เปิดเผยว่าความคืบหน้าทางคดีตอนนี้ได้มีการรวบรวมพยานหลักฐานไว้แล้ว แต่อาจจะขัดข้องตรงที่ไม่ได้มีการสื่อสารให้เข้าใจระหว่างผู้เสียหายกับพนักงานสอบสวน ซึ่งตนเองได้พูดคุยชี้แจงกับทางผู้ปกคองแล้ว เบื้องต้นภายในวันนี้จะต้องได้ตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีให้ได้หากไม่ได้พรุ่งนี้จะต้องออกหมายจับ ไม่ต้องรอผลตรวจ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...