โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

รวมเรื่องน่ารู้ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกคิงชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 06 พ.ค. 2566 เวลา 01.46 น. • เผยแพร่ 05 พ.ค. 2566 เวลา 03.29 น.

เจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ เจ้าชายแห่งเวลส์ รัชทายาทลำดับที่ 1 ของราชบัลลังก์อังกฤษ ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ในทันทีที่สมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 สวรรคตเมื่อวันที่ 8 กันยายน 2022 โดยพระองค์เลือกใช้พระนามกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 (Charles III)

แต่การเสด็จขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่จะสมบูรณ์เป็นทางการก็ต่อเมื่อผ่านพระราชพิธีบรมราชาภิเษกไปแล้ว ซึ่งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของคิงชาร์ลส์ที่ 3 กำลังจะเกิดขึ้นในวันที่ 6 พฤษภาคม 2023

“ประชาชาติธุรกิจ” รวบรวมเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งอังกฤษ รวมถึงกิจกรรมเฉลิมฉลองต่าง ๆ ที่จะจัดขึ้นในช่วงวันที่ 6-8 พฤษภาคมที่จะถึงนี้ มาชวนอ่านให้รู้จักพระราชพิธีนี้กันมากขึ้น

พระราชพิธีบรมราชาภิเษก (coronation) คืออะไร

พิธีบรมราชาภิเษกเป็นพิธีเชิงสัญลักษณ์ที่กษัตริย์พระองค์ใหม่กล่าวคำสัตย์ปฏิญาณในการขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ เป็นการสาบานตนต่อพระเจ้า และให้คำมั่นสัญญากับประชาชนในฐานะที่กษัตริย์เป็นผู้รับใช้พระเจ้าและประชาชน

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของกษัตริย์อังกฤษประกอบด้วยขั้นตอนสำคัญคือ การที่กษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตามธรรมเนียมในยุคกลาง ประทับบนบัลลังก์เก่าแก่อายุ 700 ปี ซึ่งตั้งอยู่เหนือ “หินแห่งโชคชะตา” (Stone of Destiny) และการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ตามพระวรกาย

ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์มองว่า พระราชพิธีบรมราชาภิเษกนั้นคล้ายกับการสมรสหรือพิธีแต่งงานระหว่างคู่บ่าวสาว แต่เปลี่ยนเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงอภิเษกสมรสในเชิงสัญลักษณ์กับราชอาณาจักรของพระองค์เอง

นอกจากนั้น ส่วนหนึ่งของพระราชพิธีบรมราชาภิเษกคือ การแห่ขบวนและการเฉลิมฉลอง เปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งประเทศรวมตัวกัน และเป็นการป่าวประกาศแจ้งข่าวว่ามีกษัตริย์พระองค์ใหม่แล้ว ขั้นตอนนี้ถือเป็นวิธีการประกาศข่าวในยุคสมัยที่ยังไม่มีเครื่องมือสื่อสารอย่างยุคที่เทคโนโลยีพัฒนาแล้ว

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในอังกฤษเริ่มมีมาตั้งแต่เมื่อไร

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกในอังกฤษมีมาแล้วเป็นเวลากว่าพันปี โดยพิธีครั้งแรกที่มีการบันทึกไว้อย่างละเอียดเกิดขึ้นในเมืองบาธ ในคริสต์ศตวรรษที่ 10 นั่นคือการขึ้นครองราชย์ของกษัตริย์เอ็ดการ์ (Edgar) แห่งอังกฤษสมัยแองโกล-แซกซอน (ช่วงต้นยุคกลาง) ใน ค.ศ. 973

ทำไมพระราชพิธีบรมราชาภิเษกจึงเกิดขึ้นหลังจากการขึ้นครองราชย์ค่อนข้างนาน

เมื่อกษัตริย์สวรรคต รัชทายาทอันดับที่ 1 ได้ขึ้นครองราชย์เป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ในทันที แต่เหตุที่ต้องเว้นช่วงทิ้งเวลานานหลายเดือนกว่าจะมีพระราชพิธีบรมราชาภิเษกขึ้น ก็เพราะว่าหลังจากการเสด็จสวรรคตของพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อน จะต้องมีช่วงเวลาแห่งการไว้ทุกข์ของชาติ ดังนั้น เพื่อเป็นการแสดงความเคารพต่อพระมหากษัตริย์ผู้ล่วงลับ จึงต้องเว้นช่วงก่อนจะจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง

และอีกเหตุผลคือ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกต้องมีการวางแผนและเตรียมการอย่างมาก จึงต้องใช้เวลานานพอสมควร แม้แผนการต่าง ๆ มีการออกแบบไว้ก่อนหน้าแล้ว แต่ก็ต้องมีการจัดเตรียมส่วนประกอบต่าง ๆ ซึ่งบางส่วนอาจจะไม่อนุญาตให้จัดเตรียมไว้ล่วงหน้า

ภาพรวมของพระพิธีราชาภิเษกคิงชาร์ลส์ที่ 3 จะเป็นอย่างไร

ตามคำแถลงบนเว็บไซต์ของสำนักพระราชวังบักกิงแฮม พระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 ในวันที่ 6-8 พฤษภาคม 2566 จะประกอบด้วยพิธีกรรมทางศาสนา การเฉลิมฉลอง และขบวนแห่พระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ (ที่ไทยเรียกว่าขบวนพยุหยาตรา)ซึ่งจะสะท้อนถึงบทบาทของกษัตริย์ในปัจจุบัน และการมองไปยังบทบาทของกษัตริย์ในอนาคตข้างหน้า ขณะเดียวกัน ก็สะท้อนให้เห็นประเพณีที่มีรากฐานมาอย่างยาวนาน

นอกจากนี้ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกยังจะมีการประกาศให้เจ้าชายวิลเลียม พระโอรสองค์โตของกษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 เป็น “เจ้าชายแห่งเวลส์” ซึ่งเป็นอิสริยยศผู้สืบราชบัลลังก์ อย่างเป็นทางการ

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกจะเริ่มจากคิงชาร์ลส์ที่ 3 และสมเด็จพระราชินีคามิลลาจะเสด็จพระราชดำเนินในขบวนแห่ที่เรียกว่า “the King’s procession” (ขบวนแห่พระมหากษัตริย์) จากพระราชวังบักกิงแฮมไปที่มหาวิหารเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ เพื่อเข้าพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งประกอบพิธีกรรมโดยอาร์ชบิชอบแห่งแคนเทอร์เบอรี

เมื่อเสร็จพิธีกรรมแล้วจะเสด็จกลับพระราชวังบักกิงแฮมในขบวนพิธีขนาดใหญ่ที่เรียกว่า “the coronation procession” (ขบวนแห่พระราชพิธีบรมราชาภิเษก) ซึ่งมีสมาชิกราชวงศ์ร่วมขบวนด้วย

ปิดท้ายวันประกอบพระราชพิธีที่พระราชวังบักกิงแฮม คิงชาร์ลส์และสมเด็จพระราชินีคามิลลาพร้อมสมาชิกราชวงศ์ จะเสด็จออกมาประทับที่ระเบียงด้านหน้าพระราชวังเพื่อทักทายประชาชน

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกครั้งนี้จะแตกต่างจากพิธีของควีนเอลิซาเบธที่ 2 หรือไม่ อย่างไร

พระราชพิธีบรมราชาภิเษกของคิงชาร์ลส์ที่ 3 จะไม่ยิ่งใหญ่เท่าพระราชพิธีของพระราชมารดา อย่างแรกคือ แขกที่ได้รับเชิญเข้าพิธีมีจำนวนเพียง 2,000 คน ซึ่งลดลงอย่างมากจากพระราชพิธีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ซึ่งมีผู้ได้รับเชิญเข้าร่วมงานรวม 8,000 คน

พิธีกรรมในโบสถ์ครั้งนี้จะใช้เวลาราว 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น น้อยกว่าพระราชพิธีของสมเด็จพระราชินีนาถเอลิซาเบธที่ 2 ที่ใช้เวลา 3 ชั่วโมง

นอกจากนั้น สิ่งที่จะเพิ่มมาคือ กษัตริย์ชาร์ลส์ที่ 3 ยังขอให้เล่นเพลงกรีกออร์โธดอกซ์ (Greek Orthodox music) ระหว่างพิธี เพื่อเป็นเกียรติแด่เจ้าชายฟิลลิป ดยุกแห่งเอดินบะระ พระราชบิดาผู้ล่วงลับของพระองค์ด้วย

สำหรับเครื่องแต่งกาย คิงชาร์ลส์จะทรงฉลองพระองค์เครื่องแบบทหาร ซึ่งต่างจากธรรมเนียมเครื่องแต่งกายของกษัตริย์พระองค์ก่อน ๆ ที่ทรงสวมกางเกงขี่ม้า (ยาวแค่เข่า) และถุงเท้ายาวที่ทำจากผ้าไหม ความเปลี่ยนแปลงนี้สะท้อนถึงแนวทางสมัยใหม่ที่พระมหากษัตริย์ทรงประสงค์จะนำมาใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก

อย่างไรก็ตาม องค์ประกอบสำคัญหลายอย่างของพิธีจะยังคงเหมือนเดิม รวมถึงการถ่ายทอดสดผ่านโทรทัศน์เช่นเดียวกับพระราชพิธีของควีนเอลิซาเบธที่ 2

ตามธรรมเนียมจะมีการแต่งเพลงใหม่ขึ้นสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งเพลงสำหรับพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของคิงชาร์ลส์จะเขียนคำร้องและเรียบเรียงดนตรีโดย ลอร์ด แอนดรูว์ ลอยด์ เวบเบอร์ (Lord Andrew Lloyd-Webber) และนอกจากบทเพลงหลักที่ว่านี้แล้ว ยังมีบทเพลงใหม่อีก 11 เพลงสำหรับประกอบในพระราชพิธีด้วย

พิธีบรมราชาภิเษกในมหาวิหาร ทำอะไรบ้าง

พิธีกรรมในมหาวิหารเวสต์มินสเตอร์แอบบีย์ ประกอบพิธีกรรมโดยจัสติน เวลบีย์ (Justin Welby) อาร์ชบิชอบแห่งแคนเทอร์เบอรี นักบวชผู้มีสมณศักดิ์สูงสุดของศาสนจักรอังกฤษ

เริ่มจากการรับรองฐานะความเป็นกษัตริย์ จะมีการประกาศแนะนำพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ต่อปวงชน โดยอาร์ชบิชอบแห่งแคนเทอร์เบอรีจะยืนอยู่หน้าบัลลังก์ราชาภิเษกอายุ 700 ปี ก่อนจะหันไปทางทิศต่าง ๆ ของมหาวิหาร พร้อมป่าวประกาศว่าสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3 คือ “กษัตริย์พระองค์ใหม่ของพวกเรา อย่างไม่ต้องสงสัย” จากนั้นจะขอให้ผู้เข้าร่วมพระราชพิธีถวายความเคารพ และกล่าวถวายความจงรักภักดี

จากนั้นอาร์ชบิชอบแห่งแคนเทอร์เบอรีจะขอให้กษัตริย์พระองค์ใหม่ทรงกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณ เพื่อยืนยันว่าจะทรงพิทักษ์รักษากฎหมายของแผ่นดินและศาสนจักรอังกฤษ โดยจะทรงวางพระหัตถ์ลงบนพระคัมภีร์ไบเบิลระหว่างตรัสคำปฏิญาณดังกล่าว ซึ่งเป็นขั้นตอนที่กฎหมายกำหนดไว้ให้ทรงปฏิบัติตาม

ช่วงเวลานี้ถือเป็นส่วนที่ศักดิ์สิทธิ์ที่สุดของพิธี ซึ่งเมื่อครั้งพระราชพิธีบรมราชาภิเษกของควีนเอลิซาเบธที่ 2 ในปี 1953 พิธีกรรมส่วนนี้ไม่ถูกถ่ายทอดสด และในพระราชพิธีของคิงชาร์ลส์ก็จะไม่มีการถ่ายทอดให้ชมเช่นกัน

อาร์ชบิชอบแห่งแคนเทอร์เบอรีเขียนอธิบายว่า ช่วงเวลานี้ “เป็นสัญลักษณ์ของการได้รับมอบหมายจากประชาชนให้ทำงานพิเศษ ซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า … เป็นช่วงเวลาที่กษัตริย์ถูกแยกออกเป็นสองส่วนคือ การรับใช้ประชาชนของประเทศนี้ และการรับใช้พระเจ้า” หรือตีความได้ว่า งานของกษัตริย์คือการรับใช้ประชาชนซึ่งต้องการความช่วยเหลือจากพระเจ้า กล่าวคือกษัตริย์ต้องเป็นผู้ช่วยของพระเจ้าในการให้ความช่วยเหลือประชาชนนั่นเอง

ต่อจากนั้นเป็นขั้นตอนการเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ เพื่อแสดงถึงสถานะผู้นำทางจิตวิญญาณและความเป็นองค์ประมุขสูงสุดของศาสนจักรอังกฤษ อาร์ชบิชอบแห่งแคนเทอเบอรีจะเทน้ำมันออกจากขวดอินทรีทองคำ โดยเทลงบนฉลองพระหัตถ์ช้อนราชาภิเษก ก่อนจะเจิมน้ำมันดังกล่าวเป็นเครื่องหมายกางเขนบนหน้าผาก หน้าอก และพระหัตถ์ทั้งสองข้างของพระมหากษัตริย์

ถัดจากนั้นเป็นขั้นตอนการสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด (St. Edward’s Crown) อันเป็นหัวใจของพระราชพิธีบรมราชาภิเษก ซึ่งตลอดพระชนม์ชีพกษัตริย์จะได้ทรงพระมหามงกุฎนี้เพียงครั้งเดียวในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเท่านั้น

ก่อนจะสวมพระมหามงกุฎ อาร์ชบิชอบแห่งแคนเทอร์เบอรีจะถวายลูกโลกประดับกางเขน, พระธำมรงค์ประจำองค์พระมหากษัตริย์, พระคทากางเขน, และพระคทานกพิราบ แล้วจึงถวายการสวมพระมหามงกุฎเซนต์เอ็ดเวิร์ด ซึ่งในระหว่างถวายการสวมมหามงกุฎนั้นจะมีการเป่าแตรและยิงสลุตจากหลายสถานที่ทั่วสหราชอาณาจักรอย่างพร้อมเพรียงกันรวม 62 นัด

แล้วจากนั้นเป็นขั้นตอนสุดท้าย กษัตริย์พระองค์ใหม่จะเสด็จขึ้นประทับบนพระราชอาสน์อันเป็นสัญลักษณ์ของการขึ้นครองราชย์อย่างเป็นทางการ

ตามธรรมเนียมดั้งเดิม ในขั้นตอนนี้เหล่าพระบรมวงศานุวงศ์และขุนนางจะพากันต่อแถวยาว เพื่อเข้าเฝ้าฯ ถวายความเคารพ โดยพวกเขาจะคุกเข่าลงต่อหน้าพระพักตร์ กล่าวถวายความจงรักภักดี ก่อนจะจุมพิตที่พระหัตถ์ขวา

อย่างไรก็ตาม คาดว่าครั้งนี้พิธีการจะเปลี่ยนแปลงไป โดยเจ้าชายวิลเลียมจะเป็นพระราชวงศ์ที่มีฐานันดรชั้นดยุกเพียงพระองค์เดียวที่ได้เข้าเฝ้าฯ ถวายความเคารพต่อสมเด็จพระราชาธิบดีชาร์ลส์ที่ 3

นอกจากนั้น หลังจากพิธีการของกษัตริย์แล้วเสร็จ จะมีการประกอบพระราชพิธีอภิเษกหรือการสถาปนาแต่งตั้งสมเด็จพระราชินี โดยนักบวชจะเจิมน้ำมันศักดิ์สิทธิ์ ถวายเครื่องราชกกุธภัณฑ์สำหรับพระอัครมเหสี และถวายการสวมพระมหามงกุฎควีนแมรี โดยดำเนินพิธีการขั้นตอนต่าง ๆ อย่างเรียบง่ายกว่า และราชีนีไม่ต้องกล่าวคำสัตย์ปฏิญาณตามแบบของกษัตริย์

การเฉลิมฉลองประกอบพิธีบรมราชาภิเษกมีอะไรบ้าง

ในวันอาทิตย์ที่ 7 พฤษภาคม ในเวลากลางวันจะมีผู้คนจำนวนมากได้รับเชิญเข้าร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่เรียกว่า “coronation big lunch”

ส่วนในช่วงค่ำจะมีพิธีเฉลิมฉลองที่สนามหญ้าของพระราชวังวินด์เซอร์ มีการแสดงคอนเสิร์ตโดยวงออเคสตรา คณะนักร้องประสานเสียง นักร้องนักดนตรีร่วมสมัยชาวอังกฤษที่มีชื่อเสียง และมีการเต้นรำ ซึ่งจะมีการถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ BBC

นอกจากนั้น สำนักพระราชวังคาดว่าจะมีอีเวนต์หลายพันอีเวนต์เกิดขึ้นตามท้องถนน สวนในชุมชน และสวนสาธารณะทั่วสหราชอาณาจักร

ในวันจันทร์ที่ 8 พฤษภาคม ซึ่งรัฐบาลกำหนดให้เป็นวันหยุดธนาคาร จะเป็นวันสำหรับกิจกรรมอาสาสมัครและเปิดรับบริจาคในนาม “The Big Help Out” จัดโดยองค์กร The Together Coalition ร่วมกับพันธมิตรมากมาย และกลุ่มอาสาสมัครจากทั่วสหราชอาณาจักร

สำนักพระราชวังกล่าวว่า เพื่อยกย่องการทรงงานเพื่อสาธารณะของพระมหากษัตริย์ โครงการ The Big Help Out จะกระตุ้นให้ประชาชนเข้าร่วมเป็นอาสาสมัคร และร่วมทำงานเพื่อสนับสนุนท้องถิ่นของตนเอง โดยเป้าหมายของกิจกรรม คือ การใช้อาสาสมัครเป็นตัวเชื่อมชุมชนต่าง ๆ เข้าด้วยกัน และร่วมสร้างมรดก “อาสาสมัครที่ยั่งยืน”

อ้างอิง :

อ่านเนื้อหาอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...