โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อสังหาริมทรัพย์

“มิตรให้โลหิต ต่อชีวิตให้กัน” เบื้องหลังแมเนจเมนต์หยดเลือด 3 ล้านซีซี

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. 2566 เวลา 07.36 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. 2566 เวลา 07.35 น.

โครงการ “มิตรให้โลหิต ต่อชีวิตให้กัน” ผ่านหลักชัยปริมาณรับบริจาคโลหิต 3 ล้านซีซี เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา

เป็นอีกหนึ่งโครงการดี ๆ ที่ต้องบอกต่อ ในภาวะที่ผู้บริหารคลังเลือดของสภากาชาดไทยย้ำแล้วย้ำอีกว่า เลือดในคลังไม่เคยพอ

9 จุดปฏิบัติงานภาคสนาม

คีย์ซักเซสอยู่ที่ต้องต่อจิ๊กซอว์หลายตัวเพื่อประกอบร่างเป็นโปรเจ็กต์รับบริจาคเลือด โดยต้นทางอยู่ที่ผู้นำองค์กรต้องทั้งผลักและดันอย่างเต็มกำลังความสามารถ ใส่ใจรายละเอียดทุกรูขุมขน

จากเลือดหยดแรกในการเปิดตัวกิจกรรมครั้งที่ 1 เมื่อปี 2563 ซึ่งเป็นปีเริ่มต้นยุคโควิด เป็นโครงการความร่วมมือกับสภากาชาดไทยภายใต้ชื่อแคมเปญ “ร่วมใจให้โลหิต ฝ่าโควิดไปด้วยกัน” ต้องบอกว่า ใช้ทั้งเวลา กำลังทรัพย์และกำลังใจของพนักงาน+ผู้บริหารทั่วทั้งองค์กร

โดยมีหัวขบวน “ธนพล ศิริธนชัย” Country CEO บริษัท เฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ ประเทศไทย จำกัด (มหาชน) หรือ FPT นั่งหัวโต๊ะในการประชุมสรุปงานและแก้ปัญหาทุกแมตช์ ตกผลึกออกมาเป็นบิ๊กดาต้า ซึ่งเหมาะจะใช้เป็นคู่มือให้กับองค์กรหรือบริษัทห้างร้านใดที่สนใจจะเปิดจุดรับบริจาคโลหิตในอนาคต

เบ็ดเสร็จเบื้องหลังการถ่ายทำ หรือเบื้องหลังทีมบริหารจัดการหน้างาน มีด้วยกัน 9 จุดที่ต้องเตรียมความพร้อม เรียงตามลำดับให้บริการสำหรับการบริจาคเลือด ดังนี้

1.จุดลงทะเบียน 2.เขียนใบประวัติ คัดกรองเบื้องต้น โดยสองจุดนี้ระดมทีมมาจากพนักงานจิตอาสาของ FPT ทั้งนี้ จุดลงทะเบียนของ FPT เพื่อมีฐานข้อมูลในการส่งข้อมูลแจ้งเตือนกิจกรรมบริจาคเลือดให้ได้รับทราบอย่างทั่วถึงนั่นเอง

3.เจ้าหน้าที่ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย ลงทะเบียน ซักประวัติ ออกใบบันทึกการบริจาค 4.เจาะเลือด 5.วัดความดัน 6.บริจาคโลหิต 7.แจกขนมและเครื่องดื่ม (หลังบริจาคเลือด) ซึ่งเลือดที่รับบริจาคมี 2 ไซซ์คือ 350 ซีซี กับ 450 ซีซี 8.แจกของที่ระลึก และ 9.จุดนั่งพัก 10-15 นาที เพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีผลกระทบข้างเคียงภายหลังการบริจาคเลือด

ปัจจุบันมีการเพิ่มจุดเตียงบริจาคเลือดเป็น 16 เตียง โดย 1 คนใช้เวลาในการบริจาคเฉลี่ย 20-30 นาที ตั้งแต่การลงทะเบียนจนจบกระบวนการ โดยสถิติล่าสุด ครั้งที่ 11 ที่จบไปเมื่อวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2566 ค่าเฉลี่ยเวลาการบริจาคต่อคนอยู่ที่ 14.30 นาทีเท่านั้น

3 CEO ร่วมโปรโมตแคมเปญ

มองย้อนไทม์ไลน์การรับบริจาคเลือดหยดแรกเกิดขึ้นในเดือนเมษายน 2563 ซึ่งมีการใช้พื้นที่โครงการมิกซ์ยูสใจกลางเมือง “สามย่านมิตรทาวน์” ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมมากที่สุด โดยช่วงแรกให้รถรับบริจาคเลือดมาจอดข้างอาคาร 2 คันในทุกสัปดาห์ สถิติเลือดรับบริจาคอยู่ที่ 4-8 หมื่นซีซี

ในเวลานั้น ความร่วมมืออันดับแรกมาจาก FPT ชักชวนคู่ค้าและพันธมิตรธุรกิจมาร่วมบริจาคเลือด หลังจากนั้นปรับรูปแบบการรับบริจาคให้มาอยู่ภายในอาคาร บริเวณลานโปรโมชั่น ชั้น G (หน้า MUJI) เวลา 9.00-19.00 น. โดยไม่มีพักเบรก ช่วงแรกมีเพียง 8 เตียง

ถัดมาในเดือนตุลาคม 2564 สถิติเลือดรับบริจาคทะลุ 1 ล้านซีซีเป็นครั้งแรก นำมาสู่การทวีความสำคัญในเดือนพฤศจิกายน 2564 มีการโปรโมตโครงการอย่างเต็มตัว ด้วยการให้ 3 ซีอีโอ ประกอบด้วย “ธนพล ศิริธนชัย” Country CEO ของ FPT, “แสนผิน สุขขี” CEO เฟรเซอร์ส โฮม และ “โสภณ ราชรักษา” CEO ของ FPIT มาร่วมเป็นพรีเซ็นเตอร์โปรโมตแคมเปญ

เฟรเซอร์ส

พร้อมทั้งมีการแจกเสื้อเป็นของที่ระลึกเป็นครั้งแรก โดยนำงานของศิลปินที่เคยร่วมงานกับสามย่านมิตรทาวน์เมื่อครั้งกำลังก่อสร้างมาเป็นลายเสื้อยืด เริ่มแจกเมื่อกิจกรรมครั้งที่ 6

และในเดือนสิงหาคม 2565 สถิติเลือดรับบริจาคทะลุ 2 ล้านซีซีอย่างชนิดที่เรียกว่ามีอัตราเร่งก็ว่าได้ เพราะโครงการเริ่มเป็นที่รับรู้ในวงกว้างมากขึ้น ๆ รวมทั้งเริ่มมียอดคนลงทะเบียนร่วมบริจาคเลือดทะลุหลักพันคน/ครั้ง

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีคนให้ความสนใจแสดงตัวขอเป็นผู้บริจาคเลือด แต่ปรากฏว่าเปอร์เซ็นต์ของผู้ไม่ผ่านเกณฑ์มีสูงมาก เกิน 20% หมายความว่า ผู้แสดงตัวเป็นผู้บริจาค 100 คน ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ 20 คน ซึ่งสภากาชาดไทยบอกว่าเป็นสถิติที่สูงมาก

เหตุผลที่ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ อาทิ อายุไม่ถึงเกณฑ์, น้ำหนักไม่ถึง 45 กก., ความเข้มข้นของเลือดไม่ถึงค่าวัดที่ 12.5, ยิ่งในช่วงแรกเริ่มทำกิจกรรมนี้พบว่าสถิติผู้ไม่สามารถบริจาคเลือดได้สูงถึง 40-50% จากสาเหตุการขาดธาตุเหล็ก สะท้อนให้เห็นเรื่องการดูแลตัวเองและการกินเป็นหลัก

จากผู้ให้-กลายเป็นผู้รับ

ทั้งนี้ การจัดกิจกรรมครั้งที่ 11 ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อวันที่ 20-21 กุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา ทีมงานมีการทำไมเนอร์เชนจ์ด้วยการปรับชื่อแคมเปญใหม่เป็น “มิตรให้โลหิต ต่อชีวิตให้กัน” เพื่อส่งสัญญาณว่าสถานการณ์โควิดคลี่คลายแล้ว การทำงาน-ทำเงินเริ่มกลับสู่ภาวะปกติอีกครั้ง

ประเด็นโจทย์หินอยู่ที่…ทำอย่างไรจะลดสัดส่วนผู้ไม่สามารถบริจาคเลือดลงได้

ทางผู้จัดงานจึงให้ความสำคัญกับการคัดกรองเบื้องต้นหลังจากลงทะเบียน โดยมี 2 โครงการนำร่อง คือ

1.“FPT New Blood” โครงการจัดอบรมแก่พนักงาน FPT ที่ประสงค์บริจาคเลือดแต่ไม่สามารถบริจาคได้ มีการจัดทำบัตรเช็กลิสต์บันทึกกิจกรรมต่าง ๆ ในการดูแลตัวเองเพื่อให้สามารถบริจาคเลือดได้ โดยในการ์ดจะมีคำแนะนำเรื่องเวลานอนที่เหมาะสม และรายชื่ออาหารที่กินแล้วบำรุงเลือด เพิ่มธาตุเหล็กในร่างกาย

ตัวชี้วัดคือ ผู้ที่ไม่สามารถบริจาคเลือดได้ หลังจากเข้าโปรแกรมฟิตสุขภาพกับ FPT แล้ว พลิกสถานะกลับมาเป็นผู้บริจาคเลือดได้ในที่สุด จากความตั้งใจที่จะเป็นผู้ให้ (เลือด) มีผลตอบแทนกลายเป็นผู้รับ (การได้รับสุขภาพที่ดีในฐานะผู้มีสิทธิบริจาคเลือด)

2.“Blood Donation Volunteer” โครงการจัดอบรมพนักงาน เพื่อมาเป็นอาสาสมัครให้ข้อมูลเกี่ยวกับการบริจาคโลหิตแก่ผู้สนใจในวันจัดอีเวนต์ มีการจัดทำแผ่นพับให้ความรู้แก่อาสาสมัคร ช่วยในการตอบคำถามจากผู้สนใจบริจาคเพื่อช่วยคัดกรองผู้บริจาคเลือดเบื้องต้นก่อนจะถึงเจ้าหน้าที่ศูนย์บริการโลหิตฯ

ผลลัพธ์คือ สัดส่วนคนลงทะเบียนล่วงหน้า (ออนไลน์) กับผู้บริจาค walk in อยู่ที่ 50:50 ผู้ที่เคยมาบริจาคเลือดกับ FPT แล้ว เมื่อใกล้ถึงวันบริจาคครั้งถัดไปจะมีการส่งข้อความไปทางโทรศัพท์มือถือ ทั้งวันและเวลา สถานที่บริจาค รวมถึงวิธีการเตรียมตัว

“หลังจากจัดกิจกรรมมาแล้ว 11 ครั้ง ได้เห็นวินัยของคนมาบริจาค โดยคนที่เคยบริจาคแล้วก็จะมาบริจาคต่อเนื่อง ส่วนคนที่เพิ่งบริจาคครั้งแรกก็เริ่มเข้ามาบริจาคเป็นประจำ ที่น่าดีใจคือเราจัดพื้นที่ในโซนจัดอีเวนต์ บริเวณชั้น 1 มีร้านค้าในพื้นที่ใกล้เคียงมาร่วมโดยสารบุญไปด้วยกัน ทั้งการนำเครื่องดื่มและขนมมาสมทบสำหรับแจกผู้บริจาคเลือด ผมถือเป็นน้ำใจของมิตรที่ส่งต่อให้มิตรด้วยกันในสามย่านมิตรทาวน์”

ไทม์ไลน์จัดพื้นที่รับบริจาคเลือดครั้งต่อไปคือวันที่ 29-30 พฤษภาคม 2566 นี้ หลังจากที่ประสบความสำเร็จโดยไม่ได้คาดหวัง สามารถระดมเลือดเพื่อส่งต่อให้สภากาชาดไทยรวมทั้งสิ้น 3,499,000 ซีซี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2566 ที่ผ่านมา โดยมียอดผู้บริจาคภายในอีเวนต์เดียวกัน 1,100 ราย

“เราวางระบบการบริจาคเลือดให้ดีที่สุด เพื่อสร้างประสบการณ์ที่ดีในพื้นที่ของเรา ตอนนี้แมเนจเมนต์ที่มีในสามย่านมิตรทาวน์ สามารถใช้เป็นโมเดลต้นแบบได้ เราจะขยายจุดรับบริจาคเลือดไปยังตึกออฟฟิศอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การบริหารของ FPT ทั้งสาทร สแควร์, ปาร์คเวนเชอร์ อีโคเพล็กซ์ และเอฟวายไอ เซ็นเตอร์ต่อไป”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...