โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

สาวสูญครึ่งล้าน เจอแก๊งคอลแต่งชุด ตร. ขู่พัวพันแก๊งยา รู้ลึกเลขบัตร ปชช.-เงินเข้าบัญชีเท่าไหร่

MATICHON ONLINE

อัพเดต 16 ก.พ. 2566 เวลา 11.32 น. • เผยแพร่ 16 ก.พ. 2566 เวลา 11.06 น.

สาวสูญเงินครึ่งล้าน เจอแก๊งคอลแต่งชุด ตร. ขู่พัวพันแก๊งค้ายา รู้ลึกเงินเข้าบัญชีเท่าไหร่

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ นางสาวสวย (นามสมมุติ) อายุ 50 ปี นางสาวเอิร์น (นามสมมุติ) อายุ 24 ปี มาพบผู้สื่อข่าวเพื่อเล่าเรื่องที่โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์แต่งกายเป็นตำรวจ หลอกให้โอนเงิน 580,000 บาท เป็นอุทาหรณ์ และให้ตำรวจช่วยจับคนร้ายที่ก่อเหตุให้ด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหตุดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่ง น.ส.เอิร์นเล่าว่า เพิ่งเรียนจบครุศาสตรบัณฑิต มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งใน จ.ร้อยเอ็ด กำลังอ่านหนังสือเตรียมสอบบรรจุข้าราชการครู ต่อมามีโทรศัพท์จากผู้หญิงอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคาร แจ้งว่าตนใช้บัตรเครดิตรูดซื้อสินค้าในห้างแห่งหนึ่งใน จ.ชลบุรี และไม่ชำระยอด 50,900 บาท ตนก็ปฏิเสธว่าไม่เคยมีบัตรเครดิต และไม่เคยใช้บัตรเครดิต แต่เจ้าหน้าที่ธนาคารบอกว่าน่าจะมีคนอื่นเอาบัตรประชาชนของตนไปเปิดบัตรเครดิต จากนั้นก็บอกตนว่าจะโทรไปหาตำรวจ สภ.เมืองชลบุรี

น.ส.เอิร์นเล่าต่อว่า ไม่นานก็มีชายแต่งเครื่องแบบตำรวจวิดีโอคอลมาหา แนะนำตัวว่าชื่อสมพงษ์ จันทร์ภูมา เห็นใบหน้าและมีเสียงวิทยุแต่ไม่เห็นบรรยากาศรอบๆ จากนั้นก็ให้คำปรึกษา แล้วให้ลงบันทึกประจำวันไว้ ซึ่งตำรวจมีหมายเลขบัตรประชาชนของตนอยู่แล้ว และนำไปตรวจสอบ พร้อมกับแจ้งว่าตนมีส่วนพัวพันการฟอกเงินยาเสพติด เขาหาว่าไปเปิดบัญชีเองที่ จ.ชลบุรี จากนั้นก็ให้ตนคุยกับตำรวจ สารวัตรเจ้าของคดี อ้างชื่อว่ารองวิรุต สาระสิทธิ์ บอกว่าเป็นคดีใหญ่ จากนั้นก็สอบปากคำตน และให้ตนรับสารภาพ

น.ส.เอิร์นเล่าต่อไปว่า สารวัตรถามตนว่ามีเงิน 7 แสนบาท โอนเข้าบัญชีตนใช่หรือไม่ ซึ่งก็ตรงกับจำนวนเงินที่โอนเข้าบัญชีตน เพราะตนเป็นผู้รับสินไหมจากการทำประกันอุบัติเหตุให้ญาติ ซึ่งญาติเกิดอุบัติเหตุเสียชีวิต มีเงินโอนเข้าบัญชี 7.4 แสนบาท ซึ่งกลุ่มคนร้ายที่พัวพันยาเสพติดได้ถูกจับแล้ว และสารภาพว่าตนไปขายบัญชีธนาคารให้กลุ่มดังกล่าว และได้โอนเงิน 7 แสนบาทเข้าบัญชีตน ซึ่งตนรู้สึกตกใจเพราะยอดเงินทำไมตรงกัน ตำรวจให้ตนโอนเงินไปให้ ปปง.ตรวจสอบ ถ้าตนไม่ยอมโอนตำรวจก็จะอายัดบัญชี จะใช้ไม่ได้เป็นเวลา 3 ปี และจะดำเนินคดีข้อหาฟอกเงิน จับตนไปขังไว้ที่ จ.ชลบุรี โดยมีการส่งเอกสารหมายศาลผ่านทางไลน์มาข่มขู่ด้วย

“แก๊งคอลเซ็นเตอร์ในคราบตำรวจยังขู่ตนอีกว่า ห้ามนำเรื่องนี้ไปปรึกษาใคร เพราะจะโดนคดีไปด้วย หลังจากโดนขู่ก็คิดแล้วคิดอีกและยังไม่โอนเงิน แถมยังถามอีกว่าจะไปสอบข้าราชการครูไม่ใช่เหรอ ถ้ามีคดีขึ้นมาก็หมดอนาคตไปเลย ก็ไม่ทราบเหมือนกันว่ารู้ได้อย่างไรว่าจะไปสอบครู เลยบอกไปว่าจะไปแจ้งความโรงพักในท้องที่ภูมิลำเนาที่ตนอยู่ ก็ขู่มาอีกว่าคดีนี้เป็นคดีใหญ่ ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ถูกจับก็มีแต่ทหารยศใหญ่ ถ้าไปแจ้งความแล้วจะไม่ปลอดภัย คนที่ยังไม่ถูกจับกุมก็จะมาทำร้าย”

“สาเหตุที่โอนเงินไปเพราะไม่มีทางเลือก เพราะถูกกดดันและโดนขู่ จึงตัดสินใจโอนเงินไปชื่อบัญชีธนาคารออมสิน ชื่อเจ้าของบัญชี นายสันติภาพ บุญธิมา โดยให้แบ่งโอน 2 ครั้ง โอนครั้งแรก 440,000 บาท ครั้งที่สอง 140,111 บาท รวมเป็นเงินที่โอนไป 580,111 บาท โดยจะตรวจสอบ 2 วัน แล้วจะโอนเงินคืน หลังโอนเงินไปแล้วตำรวจคนดังกล่าวยังวิดีโอคอลพูดคุยให้ความเชื่อถือ ไม่นานตำรวจก็บอกว่าจะไปประชุมแล้วก็วางสาย พอตนโทรกลับไปก็ไม่รับสาย ตนจึงรู้ว่าถูกหลอกแน่นอน จึงไปบอกแม่และมาแจ้งความที่ สภ.เมืองอุดรธานี ซึ่งเงินจำนวนนี้ตนวางแผนไว้ว่าจะนำไปสร้างบ้าน แต่ก็มาถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกไป และอยากจะเตือนภัยว่าอย่าเชื่อใจใคร ให้ไปปรึกษาคนในครอบครัวก่อน แล้วมาแจ้งตำรวจ”

ด้าน น.ส.สวย แม่ น.ส.เอิร์น เปิดเผยว่า ได้ทำประกันชีวิตให้ญาติ เมื่อ 1 เดือนก่อนญาติได้เสียชีวิต จึงได้โอนเงินสินไหมให้ลูกสาวและลูกชาย คนละ 7.4 แสนบาท พอรู้ว่าลูกถูกแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกก็รู้สึกเสียใจ กว่าจะได้เงินมา ลูกไม่ดูข่าวเลย พ่อและแม่ก็บอกตลอด ซึ่งตนก็เคยโดนแก๊งนี้โทรหา 3-4 ครั้ง แต่ตนดูข่าวก็รู้ ก็กดทิ้งไม่คุยด้วย ส่วนลูกอีกคนก็โอนเงินให้ตน ซึ่งตนก็เอาไปเข้าบัญชีธนาคารไว้ และไม่ใช้แอพพ์ธนาคารทำธุรกรรมการเงินในโทรศัพท์ด้วย เงินที่โดนแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกก็ไม่เคยได้คืนซักคน ฝากเตือนประชาชนทั่วไป หากมีสายแปลกโทรหาก็อย่ารับ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...