โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ASML ผู้นำเครื่องจักรผลิตชิปโลก พบบีโอไอ หนุน ชิปเมดอินไทยแลนด์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 04.44 น.

ASML ผู้นำเครื่องจักรสำหรับเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากเนเธอร์แลนด์ เข้าพบบีโอไอ ถกความร่วมมือเพื่อสร้างซัพพลายเชนเครื่องจักรสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์ในไทย

วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 - นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้บริหารบริษัท ASML ผู้นำด้านการพัฒนาและผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์รายใหญ่ที่สุดของโลกจากประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้เข้าพบเพื่อหารือแนวทางความร่วมมือในการสร้างซัพพลายเชนในประเทศไทย พร้อมแสดงความสนใจในการถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคโนโลยี เพื่อร่วมพัฒนาและยกระดับความสามารถของผู้ผลิตในประเทศที่มีศักยภาพ ให้เข้าสู่อุตสาหกรรม การผลิตเครื่องจักรเทคโนโลยีขั้นสูงสำหรับผลิตเซมิคอนดักเตอร์

โดยปัจจุบัน ASML มีซัพพลายเออร์หลักที่ลงทุนในประเทศไทยอยู่บ้างแล้ว และมีแผนจะเพิ่มจำนวนให้มากขึ้น นอกจากนี้ ยังได้ให้ข้อแนะนำและพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลไทยในการผลักดันยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติและเป้าหมาย “ชิปเมดอินไทยแลนด์” รวมทั้งการช่วยยกระดับบุคลากรไทย ให้มีความรู้และทักษะที่พร้อมเข้าสู่การทำงานจริงในอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์

ASML เป็นบริษัทเทคโนโลยีจากประเทศเนเธอร์แลนด์ และเป็นผู้นำของโลกด้านการพัฒนาเครื่องพิมพ์ลายวงจรบนแผ่นเวเฟอร์ (Lithography) ที่ใช้ในการผลิตชิปขั้นสูงในอุปกรณ์อัจฉริยะ CPU และ GPU ในปัจจุบัน โดยเป็นบริษัทเดียวในโลกที่มีเทคโนโลยีสามารถผลิตเครื่อง High-NA Extreme Ultraviolet Lithography (High-NA EUV) และ Extreme Ultraviolet Lithography (EUV) ที่ใช้สำหรับผลิตชิปประสิทธิภาพสูง

ซึ่งมีขนาดลายวงจรที่ละเอียดตั้งแต่ระดับ 7 นาโนเมตร จนถึงต่ำกว่า 2 นาโนเมตรได้ ทำให้บริษัทเป็นผู้ผลิตเครื่องจักรที่มีความสำคัญที่สุดกับผู้ผลิตชิประดับ High-end ระดับโลกไม่ว่าจะเป็น TSMC, Intel และ Samsung โดยสามารถสร้างรายได้กว่า 1.2 ล้านล้านบาทในปี 2568 สะท้อนบทบาทของ ASML ในฐานะผู้กุมเทคโนโลยีต้นน้ำที่สำคัญของห่วงโซ่อุปทานเซมิคอนดักเตอร์โลก

ในการประชุมหารือนี้ ASML ได้นำเสนอทิศทางการขยายธุรกิจในภูมิภาคเอเชีย พร้อมแสดงความสนใจในการพัฒนาเครือข่ายซัพพลายเออร์ในประเทศไทย เพื่อรองรับการเติบโตอย่างรวดเร็วของบริษัทและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านต้นทุน โดยปัจจุบัน ASML มีซัพพลายเออร์หลักในประเทศไทยบ้างแล้ว และมีศักยภาพที่จะเพิ่มจำนวนซัพพลายเออร์ในประเทศไทย เพื่อให้ไทยเป็นส่วนหนึ่งของระบบนิเวศ (Ecosystem) ของอุตสาหกรรมเครื่องจักรสำหรับโรงงานผลิตชิปต้นน้ำ ซึ่งจะเป็นโอกาสที่ดีในการปูทางสู่การสร้างโรงงานผลิตชิปต้นน้ำ (Wafer Fabrication) ในประเทศไทยในระยะต่อไป

ทั้งนี้ ปัจจุบันมีผู้ผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูงที่มีฐานการผลิตอยู่แล้วในประเทศไทย และมีศักยภาพจะยกระดับเพื่อเข้าสู่ซัพพลายเชนของเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์หลายราย เช่น SPEA, Celestica, Fabrinet, Delta Electronics, Oerlikon, Lumentum, SAM Precision และล่าสุดคือ Foxsemicon Integrated Technology Inc. (FITI) ในเครือของฟ็อกซ์คอนน์ ที่ได้ตัดสินใจลงทุนเฟสแรกกว่า 1 หมื่นล้านบาท ตั้งฐานผลิตอุปกรณ์และโมดูลสำหรับเครื่องจักรผลิตเซมิคอนดักเตอร์ต้นน้ำในไทย เป็นโรงงานแห่งที่ 4 ของโลก

“ASML มองว่าไทยเป็นหนึ่งในประเทศที่มีศักยภาพสูง จากความพร้อมของฐานอุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ เครื่องจักรกล บุคลากรทักษะสูง และโครงสร้างพื้นฐานภาคการผลิตที่ครบวงจร ซึ่งเอื้อต่อการพัฒนาซัพพลายเชนเซมิคอนดักเตอร์ในระยะยาว

อีกทั้งมองเห็นความมุ่งมั่นของไทยที่ได้จัดทำยุทธศาสตร์เซมิคอนดักเตอร์แห่งชาติ รวมทั้งมีแผนพัฒนาบุคลากรด้านเซมิคอนดักเตอร์ที่เป็นรูปธรรม จึงได้แสดงความสนใจเข้าร่วมพัฒนาซัพพลายเชนของเครื่องจักรระดับสูงในประเทศไทย

ซึ่งจะเป็นโอกาสสำคัญของผู้ประกอบการในประเทศในกลุ่มอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์และเครื่องจักร ตั้งแต่ Tier 1 – 3 ที่จะได้ทำงานร่วมกับบริษัทระดับโลก เพื่อยกระดับด้านเทคโนโลยี พัฒนาบุคลากร และสามารถเข้าถึงซัพพลายเชนระดับโลกของอุตสาหกรรมเซมิคอนดักเตอร์ได้ นับเป็นก้าวสำคัญในการผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เข้าใกล้เป้าหมายชิปเมดอินไทยแลนด์อย่างเป็นรูปธรรม” นายนฤตม์ กล่าว

อ้างอิง : www.thaigov.go.th

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...