โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ราคาน้ำมันโลกดิ่งแรง 11% หลังทรัมป์ชี้สงครามอิหร่านใกล้ยุติ

PostToday

อัพเดต 10 มี.ค. เวลา 15.04 น. • เผยแพร่ 10 มี.ค. เวลา 21.56 น.

ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงเมื่อวันอังคาร โดยร่วงมากกว่า 11% ซึ่งถือเป็นการปรับลดรายวันรุนแรงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2022 หลังจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ ส่งสัญญาณว่าสงครามกับอิหร่านที่สร้างความปั่นป่วนต่อการส่งออกน้ำมันทั่วโลก อาจยุติลงในเวลาไม่นาน

สัญญาน้ำมันดิบ เบรนท์ (Brent) ปรับลดลง 11.16 ดอลลาร์ หรือราว 11% ปิดตลาดที่ 87.80 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ เวสต์เทกซัส อินเตอร์มีเดียต (WTI) ของสหรัฐฯ ลดลง 11.32 ดอลลาร์ หรือ 11.9% ปิดที่ 83.45 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ทั้งสองดัชนีถือเป็นการลดลงรายวันที่มากที่สุดนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2022 หลังจากเพิ่งพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 4 ปีเมื่อวันก่อนหน้า

ตลาดคลายกังวลช่องแคบฮอร์มุซ

ในระหว่างการซื้อขายช่วงกลางวัน ราคาน้ำมันปรับลดลงเพิ่มเติม หลังคริส ไรต์ รัฐมนตรีพลังงานสหรัฐฯ ระบุผ่านแพลตฟอร์ม X ว่า กองทัพสหรัฐได้ช่วยอำนวยความสะดวกในการส่งออกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางลำเลียงน้ำมันสำคัญของโลก

เขาระบุว่า กองทัพเรือสหรัฐฯ ได้คุ้มกันเรือบรรทุกน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ เพื่อให้การส่งออกน้ำมันสู่ตลาดโลกดำเนินต่อไปได้ แม้โพสต์ดังกล่าวจะถูกลบออกในเวลาต่อมา แต่ก็ช่วยลดแรงกังวลด้านอุปทานในตลาด

แอนดรูว์ ไลพาว ผู้ก่อตั้งบริษัทที่ปรึกษา Lipow Oil Associates ระบุว่า ตลาดกำลังตอบสนองต่อความเป็นไปได้ที่ช่องแคบฮอร์มุซจะกลับมาเปิดใช้งานตามปกติอีกครั้ง ซึ่งจะช่วยให้การขนส่งน้ำมันทั่วโลกไม่สะดุด

เขากล่าวเพิ่มเติมว่า จากมุมมองทางการเมือง ราคาน้ำมันและราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลงยังช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญต่อการเลือกตั้งกลางเทอมของสหรัฐฯ ที่กำลังจะมาถึงในเดือนพฤศจิกายน

ก่อนหน้านี้ราคาพุ่งแตะ 119 ดอลลาร์

ก่อนหน้าการร่วงลงอย่างหนัก ราคาน้ำมันทั้งสองดัชนีเคยพุ่งขึ้นแตะระดับสูงกว่า 119 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2022 จากความวิตกว่าการลดกำลังการผลิตของซาอุดีอาระเบียและผู้ผลิตรายอื่นอาจทำให้อุปทานโลกตึงตัว

อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันเริ่มอ่อนตัวลงหลังมีรายงานว่า ทรัมป์ได้หารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีรัสเซีย วลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อหารือแนวทางยุติสงครามกับอิหร่านโดยเร็ว

ทรัมป์ยังให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CBS ว่า ปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านดำเนินไปอย่าง “เกือบเสร็จสมบูรณ์” และเร็วกว่ากรอบเวลาที่เขาเคยประเมินไว้ราว 4–5 สัปดาห์

ด้านรัฐมนตรีต่างประเทศของอิสราเอลระบุว่า อิสราเอลไม่ได้ต้องการสงครามที่ยืดเยื้อกับอิหร่าน และจะประสานงานกับสหรัฐฯ เกี่ยวกับช่วงเวลาที่เหมาะสมในการยุติการสู้รบ

อุปทานน้ำมันยังไม่ฟื้นตัวทันที

แม้สงครามจะยุติลง แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าอุปทานน้ำมันจะไม่กลับมาสู่ระดับปกติได้ทันที

ไซมอน ฟลาวเวอร์ส ประธานและหัวหน้านักวิเคราะห์ของ Wood Mackenzie ระบุว่า หากบ่อน้ำมันถูกปิดเป็นเวลานาน การกลับมาเดินเครื่องผลิตเต็มกำลังอาจต้องใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือมากกว่านั้น

“แม้จะมีน้ำมันสำเร็จรูปในคลังหรือท่าเรือที่สามารถขนส่งได้เร็ว แต่หากบ่อผลิตถูกปิดไปนาน การฟื้นกำลังผลิตจะไม่เกิดขึ้นทันที”

อิหร่านขู่ปิดการส่งออกน้ำมัน

ขณะเดียวกัน กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า หากสหรัฐฯ และอิสราเอลยังคงโจมตีต่อไป อิหร่านจะไม่อนุญาตให้มีการส่งออกน้ำมันจากภูมิภาคแม้แต่ “หนึ่งลิตร”

ด้านรัฐบาลสหรัฐฯ ยังพิจารณามาตรการเพิ่มเติม เช่น การผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรน้ำมันรัสเซีย หรือการปล่อยน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อลดแรงกดดันด้านราคาในตลาด

อย่างไรก็ตาม รัฐมนตรีพลังงานของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ G7 ยังไม่ได้เห็นชอบให้ปล่อยน้ำมันสำรอง และได้มอบหมายให้สำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) ประเมินสถานการณ์ก่อนตัดสินใจ

ความขัดแย้งยังส่งผลต่อตลาดพลังงาน

แม้ตลาดคาดหวังว่าสงครามอาจยุติลงในไม่ช้า แต่สถานการณ์ในสนามรบยังคงตึงเครียด โดยสหรัฐฯ และอิสราเอลได้โจมตีทางอากาศต่ออิหร่านอย่างหนักที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม

บริษัทพลังงานยักษ์ใหญ่ของซาอุดีอาระเบีย “อารามโก” เตือนว่า หากความขัดแย้งยังคงส่งผลต่อการเดินเรือในช่องแคบฮอร์มุซ ตลาดน้ำมันโลกอาจเผชิญ “ผลกระทบร้ายแรง”

ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา IIR ระบุว่า กำลังการกลั่นน้ำมันในภูมิภาคอ่าวอาหรับกว่า 1.9 ล้านบาร์เรลต่อวันต้องหยุดดำเนินการจากผลกระทบของสงคราม

ขณะที่ธนาคาร JPMorgan ประเมินว่า หากการเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซยังไม่ปลอดภัย อุปทานน้ำมันโลกอาจสูญเสียได้สูงถึง 12 ล้านบาร์เรลต่อวันภายในสองสัปดาห์

ในเหตุการณ์ล่าสุด บริษัทน้ำมันแห่งชาติของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ADNOC ต้องปิดโรงกลั่น Ruwais หลังเกิดเพลิงไหม้จากการโจมตีด้วยโดรนภายในพื้นที่โรงงาน

อย่างไรก็ตาม ธนาคาร Goldman Sachs ยังไม่ปรับคาดการณ์ราคาน้ำมัน โดยคาดว่าในไตรมาส 4 ของปี ราคาน้ำมันเบรนท์จะอยู่ที่ประมาณ 66 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และ WTI ที่ราว 62 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยังคงผันผวน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...