ทูตใหญ่อิสราเอลชี้ “จำเป็น” ต้องโจมตีอิหร่าน ยืนยันคุ้มครองแรงงานไทย
นางอโลนา ฟิชเชอร์-คัมม์ เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย กล่าวในการแถลงข่าวว่า อิสราเอลและสหรัฐเริ่มปฏิบัติการโจมตีร่วมกันต่ออิหร่าน เมื่อวันที่ 28 ก.พ. 2569 เพื่อต่อต้านและกำจัด “ภัยคุกคามต่อการดำรงอยู่” จากอิหร่าน โดยภัยคุกคามสำคัญ 3 ประการ ได้แก่ ขีดความสามารถทางนิวเคลียร์ ขีปนาวุธพิสัยไกล และการก่อการร้าย
ท่านทูตฟิชเชอร์-คัมม์ กล่าวว่า ภัยคุกคามจากอิหร่านต่ออิสราเอล เกิดขึ้นในปี 2522 หรือ 47 ปีก่อน ซึ่งความขัดแย้งระหว่างสองประเทศมีที่มาจากระบอบการปกครองของอิหร่านในเวลานั้น ซึ่งคงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน โดยผู้นำสูงสุดของอิหร่านในขณะนี้ คือ อยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี บุตรชายของอยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดที่เพิ่งเสียชีวิตจากการสังหารของสหรัฐและอิสราเอล ในการโจมตีอิหร่านเมื่อไม่นานมานี้
ฝ่ายอิสราเอลมองว่า ความตั้งใจของอิหร่านที่จะทำลายอิสราเอลนั้น ไม่ใช่เพียงวิสัยทัศน์หรืออุดมการณ์ แต่เป็น “แผนปฏิบัติการ” ที่มุ่งเป้าทำลายล้างการมีอยู่ของอิสราเอล อีกทั้งการแต่งตั้งอยาตอลเลาะห์ โมจตาบา คาเมเนอี เป็นผู้นำสูงสุดของอิหร่านคนใหม่ เป็นการบ่งชี้ว่าอิหร่านยังคงมุ่งมั่นที่จะทำลายอิสราเอลต่อไป
อนึ่ง ปฏิบัติการสิงโตคำรามเกิดขึ้นหลังอิสราเอลพิจารณาแล้วว่า อิหร่านอยู่ในสถานะ “อ่อนแอที่สุด” ในหลายแง่มุม ไม่ว่าจะเป็น ตัวแทนในภูมิภาค และระบอบการปกครอง ซึ่งสาเหตุที่ทำให้อิหร่านอ่อนแอลง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะการโจมตีร่วมกันของอิสราเอลและสหรัฐ เมื่อเดือน มิ.ย. ปีที่แล้ว
แม้ท่านทูตฟิชเชอร์-คัมม์ กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าจะดำเนินต่อไปเป็นเวลานานแค่ไหน แต่อิสราเอลจะดำเนินการตราบเท่าที่จำเป็น จนกว่าจะบรรลุเป้าหมาย ตลอดจนเชื่อว่า การต่อต้านภัยคุกคามจากอิหร่าน ช่วยปกป้องพลเมืองชาวอิสราเอลและประเทศ และถือเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับกระบวนการสร้างความเปลี่ยนแปลงในอิหร่าน รวมถึงในภูมิภาคตะวันออกกลางเช่นกัน
นอกจากนี้ ท่านทูตฟิชเชอร์-คัมม์ เน้นย้ำในการแถลงข่าวว่า การโจมตีของอิสราเอล มีเป้าหมายเป็นระบอบการปกครองของอิหร่าน และโครงสร้างพื้นฐานของอิหร่านที่มีจุดประสงค์เพื่อทำลายอิสราเอล ไม่ใช่ประชาชนชาวอิหร่าน หรือประเทศอิหร่านโดยรวม อย่างไรก็ตาม ฝ่ายอิหร่านกลับเลือกที่จะขยายความขัดแย้งด้วยการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านในภูมิภาค ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความก้าวร้าวของอิหร่าน
สำหรับประเด็นนักท่องเที่ยวและแรงงานชาวไทยในอิสราเอล ท่านทูตฟิชเชอร์-คัมม์ ยืนยันว่า รัฐบาลอิสราเอลให้การคุ้มครองประชากรในประเทศ ทั้งพลเมืองชาวอิสราเอล และชาวต่างชาติ รวมถึงชาวไทย อีกทั้งทางการอิสราเอลมีการติดต่อประสานงานกับสถานเอกอัครราชทูตประเทศไทย ในกรุงเทลอาวีฟ รวมถึงจัดเตรียมเที่ยวบินพิเศษ เพื่อตอบสนองต่อการปิดน่านฟ้าของอิสราเอล และประเทศอื่น ๆ ในภูมิภาค
ทั้งนี้ ท่านทูตฟิชเชอร์-คัมม์ กล่าวทิ้งท้ายว่า อิสราเอลมีความมุ่งมั่นที่จะปกป้องพลเมืองและประเทศ และปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศว่าด้วยความขัดแย้งทางอาวุธ พร้อมกับขอบคุณความร่วมมือจากหน่วยงานและรัฐบาล ซึ่งจากมุมมองของอิสราเอล ปฏิบัติการสิงโตคำรามเป็นประตูสู่สันติภาพ และโอกาสของการเปลี่ยนแปลง ไม่ใช่สงครามที่ไม่มีวันจบสิ้น.