โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สมาพันธ์เอสเอ็มอีหนุน 'คนละครึ่งพลัส' ชงรัฐดึงเอกชนร่วมชดเชยงบจำกัด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 12 ก.พ. เวลา 21.05 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. เวลา 22.05 น.

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช ประธานยุทธศาสตร์ สมาพันธ์เอสเอ็มอีไทย เปิดเผยกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า มาตรการ “คนละครึ่งพลัส” ถือเป็นนโยบายและเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจที่มีประสิทธิภาพในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากและเพิ่มกำลังซื้อให้กับประชาชน

โดยในเฟสแรกที่ผ่านมาได้รับการตอบรับและเสียงชื่นชมจากทุกภาคส่วน ทั้งผู้บริโภค ร้านค้าชุมชน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายย่อย สะท้อนให้เห็นถึงบทบาทของมาตรการที่ช่วยพยุงกำลังซื้อในช่วงที่เศรษฐกิจยังฟื้นตัวไม่เต็มที่

อย่างไรก็ตาม สำหรับ “คนละครึ่งพลัส เฟส 2” มองว่า รัฐบาลอาจเผชิญความท้าทายสำคัญด้านข้อจำกัดงบประมาณ ทำให้การออกมาตรการอาจไม่สามารถดำเนินการได้เต็มตามเป้าหมายที่วางไว้ ขณะที่ความคาดหวังของประชาชนและผู้ประกอบการเอสเอ็มอีต่อมาตรการดังกล่าวยังอยู่ในระดับสูง เนื่องจากเป็นกลไกสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพ และกระตุ้นการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบเศรษฐกิจฐานราก

นายแสงชัยเสนอว่า หากงบประมาณภาครัฐมีข้อจำกัด รัฐบาลอาจใช้ “กลยุทธ์สร้างแนวร่วม ขยายแนวรับ” โดยดึงผู้ประกอบการจากภาคการผลิตสินค้าอุปโภคบริโภค ภาคการค้าส่ง ค้าปลีก และภาคบริการทุกขนาดที่มีสัดส่วน Local Content สูง เข้ามามีส่วนร่วมในมาตรการ

นายแสงชัย ธีรกุลวาณิช

ผ่านการจัดส่วนลดหรือโปรโมชั่นเพิ่มเติม ควบคู่กับการใช้แพลตฟอร์มของภาครัฐเป็นช่องทางในการลงทะเบียนและจับจ่ายใช้สอย เพื่อให้เกิดความเป็นระบบ มีฐานข้อมูลสำหรับการวิเคราะห์และออกแบบนโยบายในอนาคต รวมถึงช่วยให้ผลประโยชน์จากมาตรการครอบคลุมประชาชนทุกช่วงวัยทั่วประเทศ

ในกรณีที่จำเป็นต้องเลื่อนการดำเนินโครงการไปรองบประมาณปีถัดไป นายแสงชัยเห็นว่า รัฐบาลควรเตรียมมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรองรับเพิ่มเติม โดยยึดหลัก “ใช้งบน้อย แต่ได้ผลลัพธ์สูง” อาทิ การจัด “มหกรรมลดต้นทุนเกษตรกร” เพื่อลดราคาปุ๋ย อุปกรณ์ และเครื่องจักรกลการเกษตร รวมถึงปัจจัยการผลิตในภาคเกษตร การจัด “มหกรรมดิจิทัล-AI เพื่อเศรษฐกิจไทย” เพื่อสนับสนุนการเข้าถึงอุปกรณ์ดิจิทัล คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แท็บเล็ต สัญญาณอินเทอร์เน็ต IoT ซอฟต์แวร์ แอปพลิเคชัน และหลักสูตรอบรมต่าง ๆ ให้กับประชาชนและเอสเอ็มอีในราคาพิเศษ

นอกจากนี้ ยังเสนอให้มี “มหกรรมแก้หนี้ ลดหนี้ ตัดดอกเพื่อประชาชน” ควบคู่กับมาตรการลดค่าพลังงาน ทั้งโครงการ “น้ำมันปันยิ้ม” “ก๊าซหุงต้มเพื่อเอสเอ็มอีและครัวเรือน” และ “ไฟฟ้าคืนสุขเพื่อประชาชน” รวมถึงการลดค่าโดยสารสาธารณะทั้งทางบก ทางราง ทางน้ำ และทางอากาศ ตลอดจนการจัดมหกรรมลดราคาสินค้า “ธงฟ้า-ร้านค้าชุมชน เอสเอ็มอี ลดทั้งปี” ทั่วประเทศ เพื่อช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพและกระตุ้นการใช้จ่ายในระบบ

ขณะเดียวกัน ยังควรมี “มหกรรมปันยิ้มให้นักเรียน” เพื่อลดราคาหนังสือ อุปกรณ์การเรียน และชุดนักเรียนทั่วประเทศ เพื่อลดภาระผู้ปกครอง รวมถึงมาตรการลดค่าครองชีพให้แรงงานในระบบประกันสังคม มาตรา 33, 39 และ 40 ผ่านการรวบรวมสินค้าและบริการราคาพิเศษสำหรับผู้ประกันตน และอาจขยายสิทธิไปถึงผู้ประกอบการในระบบประกันสังคม พร้อมทั้งเพิ่มสัดส่วนการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐจากเอสเอ็มอีรายย่อย เพื่อเสริมสภาพคล่องและสร้างการหมุนเวียนทางเศรษฐกิจในประเทศ

นายแสงชัยกล่าวว่า ในสถานการณ์ปัจจุบัน “ความล่าช้า คือ วิกฤตที่เพิ่มขึ้นกับโอกาสที่ลดลง” สำหรับประชาชน เกษตรกร แรงงาน และผู้ประกอบการเอสเอ็มอี การออกแบบนโยบายสาธารณะจึงควรมุ่งเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยไม่เน้นเพียงการแจกจ่าย แต่ต้องเน้นการขยายและเติมเต็มโอกาส พร้อมย้ำถึงความจำเป็นที่ฝ่ายนิติบัญญัติและทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกับรัฐบาล ภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างแรงส่งให้เศรษฐกิจไทยเดินหน้าอย่างยั่งยืน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...