โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ บิ๊กโอ ก้องเกียรติ ผู้สมัครสส.กล้าธรรม ชี้ขาดคุณสมบัติ เหตุเคยโดนคดีลักทรัพย์

Khaosod

อัพเดต 05 ก.พ. เวลา 06.57 น. • เผยแพร่ 05 ก.พ. เวลา 06.57 น.
ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ บิ๊กโอ ก้องเกียรติ ผู้สมัครสส.กล้าธรรม ชี้ขาดคุณสมบัติ เหตุเคยโดนคดีลักทรัพย์ เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม

ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ บิ๊กโอ ก้องเกียรติ ผู้สมัครสส.กล้าธรรม ชี้ขาดคุณสมบัติ เหตุเคยโดนคดีลักทรัพย์ เข้าข่ายลักษณะต้องห้าม

เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 4 ก.พ.ที่ผ่านมา ศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้ง มีคำวินิจฉัยคดีดำที่ ลต.สขข. 16/2569 คดีแดงที่ ลต.สขข. 20/2569 กรณีคณะกรรมการเลือกตั้งถอนชื่อ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ ในฐานะผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 7 พรรคกล้าธรรม (กธ.) ออกจากการประกาศรายชื่อเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง

จากเหตุที่นายก้องเกียรติ เคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์คดีถึงที่สุด นายก้องเกียรติจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้ง สส. พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องเป็นผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.นครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม ตามรายชื่อที่ผู้อำนวยการการเลือกตั้งประจำเขตเลือกตั้งได้ประกาศ ต่อมานายสมคิด หวานเหลือ ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ยื่นคำร้องต่อผู้คัดค้านว่าผู้ร้องไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งสส. ผู้คัดค้านมีคำวินิจฉัยให้ถอนชื่อผู้ร้องออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เพราะเหตุที่ผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์ และคดีถึงที่สุดแล้ว

ผู้ร้องจึงเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12)

ผู้ร้องยื่นคำร้องอุทธรณ์ว่า คำวินิจฉัยของผู้คัดค้านดังกล่าวไม่ถูกต้อง เนื่องจากหนังสือของสำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุราษฎร์ธานี ลงวันที่ 12 พ.ค.2558 ที่ระบุว่าผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา ขัดแย้งกับหนังสือของกรมคุมประพฤติ เรื่องขอให้ตรวจสอบและออกหนังสือรับรองประวัติการคุมประพฤติ ลงวันที่ 3 พ.ย.2568 ที่ระบุว่าผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 65/2552 ของศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ เพียงเท่านั้น พยานหลักฐานที่ผู้คัดค้านรับฟังมาไม่อาจพิสูจน์ได้ว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลคนเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ขอให้มีคำสั่งเพิกถอนคำวินิจฉัยคณะกรรมการการเลือกตั้ง ที่ 257/2569 ลงวันที่ 20 ม.ค.2569 และขอให้เพิ่มชื่อผู้ร้องในบัญชีรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขตเลือกตั้งที่ 7 จ.นครศรีธรรมราช ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านว่า ผู้ร้องไม่มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เนื่องจากผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3677/2542 ของศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี ในความผิดฐานลักทรัพย์ซึ่งเป็นความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา คดีถึงที่สุดแล้ว คำวินิจฉัยของผู้คัดค้านชอบด้วยกฎหมายแล้ว ขอให้ยกคำร้อง

คดีมีประเด็นต้องวินิจฉัยว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็น สส.หรือไม่ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 98 (10) และพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 มาตรา 42 (12) ซึ่งบัญญัติห้ามบุคคลที่เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา สมัครรับเลือกตั้ง

จากการพิจารณาคำร้อง คำคัดค้าน เอกสารประกอบ และการไต่สวนพยาน ปรากฏข้อเท็จจริงว่า ผู้ร้องคือ นายก้องเกียรติ เกตุสมบัติ เคยถูกดำเนินคดีอาญาที่ 1462/54 ในความผิดฐานลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และต่อมาศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี มีคำพิพากษาคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542 ว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (1) วรรคแรก ลงโทษจำคุก 6 เดือน ปรับ 1,500 บาท โดยรอการลงโทษจำคุก 2 ปี และให้คุมความประพฤติ ซึ่งคดีดังกล่าวถึงที่สุดแล้ว

แม้ผู้ร้องจะอ้างว่าไม่สามารถยืนยันได้ว่าตนเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีดังกล่าว เนื่องจากเอกสารบางส่วนถูกทำลาย และมีหนังสือของกรมคุมประพฤติที่ปรากฏเพียงประวัติคดีอื่น แต่เมื่อพิจารณาข้อมูลจากสถานีตำรวจ ศาลจังหวัดสุราษฎร์ธานี สำนักงานคุมประพฤติจังหวัดสุราษฎร์ธานี รวมทั้งข้อมูลทะเบียนราษฎร เลขประจำตัวประชาชน วันเดือนปีเกิด และคำเบิกความของผู้ร้องเองแล้ว เห็นว่าข้อมูลทั้งหมดสอดคล้องต้องตรงกันว่า ผู้ร้องเป็นบุคคลเดียวกับจำเลยในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ 3673/2542

ศาลจึงรับฟังได้ว่า ผู้ร้องเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดในความผิดเกี่ยวกับทรัพย์ที่กระทำโดยทุจริต อันเป็นลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ผู้คัดค้านจึงมีคำวินิจฉัยให้ถอนชื่อผู้ร้องออกจากประกาศรายชื่อผู้สมัครรับเลือกตั้ง สส.แบบแบ่งเขตเลือกตั้ง เขต 7 จังหวัดนครศรีธรรมราช หมายเลข 3 พรรคกล้าธรรม โดยชอบด้วยกฎหมาย จึงมีคำสั่งให้ยกคำร้อง

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ศาลฎีกา เพิกถอนสิทธิ บิ๊กโอ ก้องเกียรติ ผู้สมัครสส.กล้าธรรม ชี้ขาดคุณสมบัติ เหตุเคยโดนคดีลักทรัพย์

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...