โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คนไทยรวยขึ้น! กลุ่มมั่งคั่งสินทรัพย์เกิน 30 ล้าน โตก้าวกระโดด ดัน รร.นานาชาติ มูลค่า 9.4 หมื่นล้าน

Thairath Money

อัพเดต 06 ก.พ. เวลา 03.56 น. • เผยแพร่ 06 ก.พ. เวลา 03.36 น.
ภาพไฮไลต์

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา จำนวนเด็กเกิดใหม่ของไทยลดลงเฉลี่ยราว 4.5% ต่อปี ประชากรอายุไม่เกิน 18 ปี ลดลงเฉลี่ย 2.3% ต่อปี และยังลดต่อเนื่องในปีล่าสุด

ซึ่งในเชิงโครงสร้าง นี่คือสัญญาณชัดว่า “ดีมานด์การศึกษาเชิงปริมาณ” ของประเทศกำลังหดตัว แต่ในเวลาเดียวกัน ธุรกิจหนึ่งกลับเติบโตสวนทางอย่างมีนัยสำคัญ นั่นก็คือ ตลาดโรงเรียนนานาชาติของไทย โดยข้อมูล ปี 2568 คาดมูลค่าทั้งประเทศ ไม่ต่ำกว่า 94,000 ล้านบาท ขยายตัวเฉลี่ย 10.6% ต่อปี ต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2563 จำนวนนักเรียนโรงเรียนนานาชาติโตปีละ 10% และสิ่งที่น่าสนใจคือ อัตราเติบโตใน “ต่างจังหวัด” สูงกว่ากรุงเทพฯ หลายเท่า

ภาพนี้กำลังบอกว่าแม้ “เด็กไทยจะน้อยลง” แต่ “เด็กในระบบนานาชาติกลับมากขึ้น” และนี่คือเกมของพ่อแม่ที่มีฐานะ

เมื่อความมั่งคั่งขยายตัว การศึกษาก็ขยับตาม

งานวิจัยของ LH Bank ประเมินว่า คนไทยที่มีสินทรัพย์มากกว่า 1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ราว 31 ล้านบาท) จะเพิ่มเป็น 162,000 คนในปี 2569 นี้ เติบโตเฉลี่ย 11.7% ต่อปี กลุ่มนี้กระจุกตัวในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและเมืองเศรษฐกิจใหม่ เช่น EEC, ภูเก็ต, เชียงใหม่, พัทยา

ขณะเดียวกัน กลุ่มแรงงานต่างชาติทักษะสูง (ผู้บริหาร ผู้เชี่ยวชาญ เทคโนโลยี การเงิน ท่องเที่ยว)ก็เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 9.3% ต่อปี ในช่วง 5 ปี และปีล่าสุดโตแรงกว่า 13%

คนกลุ่มนี้มี “คุณสมบัติ” เหมือนกันคือ เมื่อมีทรัพยากรเพียงพอ สิ่งแรก ๆ ที่ยอมจ่าย คือ “การศึกษาที่ดีที่สุดให้ลูก”โรงเรียนนานาชาติจึงไม่ใช่แค่เรื่องหลักสูตรแต่คือ ทางลัดสู่มหาวิทยาลัยต่างประเทศ ภาษาอังกฤษ ทักษะโลก และเครือข่ายสังคม

สิ่งที่ได้เห็นคือ ยิ่งเด็กมีน้อยลง โรงเรียนยิ่งปรับโมเดลสู่ High Value - Low Volume เก็บค่าเทอมสูงขึ้น แลกด้วยการดูแลเด็กใกล้ชิดขึ้น นี่คือเหตุผลว่าทำไม แม้เด็กจะเกิดน้อยลง แต่โรงเรียนนานาชาติกลับ “ยิ่งมีพื้นที่เติบโต”

ภาพมุมกลับ โรงเรียนไทยทยอยหายไป

ในจังหวะที่โรงเรียนนานาชาติขยายสาขาไปยังหัวเมืองเศรษฐกิจโรงเรียนไทยจำนวนมากกลับกำลังเผชิญภาวะตรงข้าม

  • โรงเรียนเอกชนเก่าแก่หลายแห่งในกรุงเทพฯ ทยอยปิดตัว
  • โรงเรียนขนาดเล็กนักเรียนต่ำกว่า 120 คน รับต้นทุนไม่ไหว
  • กระทรวงศึกษาธิการยุบรวมโรงเรียนรัฐขนาดเล็กกว่า 75 แห่ง
  • คาดปี 2569 จะมีโรงเรียนเอกชนปิดเพิ่มอีกกว่า 40 แห่ง

ซึ่งสาเหตุไม่ได้ซับซ้อน แต่อธิบายได้ด้วยโครงสร้างทางเศรษฐกิจและประชากร เมื่อเด็กเกิดน้อย ,หนี้ครัวเรือนสูง ทำให้ผู้ปกครองกำลังซื้อลดลง ขณะที่ต้นทุนโรงเรียนสูงขึ้น พบมีผู้ปกครองจำนวนหนึ่ง จำเป็นต้องย้ายลูกไปโรงเรียนรัฐ เพื่อลดภาระ

ส่วนอีกกลุ่มหนึ่ง “ขยับ” ไปโรงเรียนนานาชาติ ส่วนตรงกลาง คือพื้นที่ที่โรงเรียนเอกชนหลักสูตรไทยขนาดเล็กกำลังถูกบีบ ซึ่งผลกระทบไม่ได้เกิดกับธุรกิจโรงเรียนเท่านั้นแต่กระทบถึงชุมชน เด็กต้องเดินทางไกลขึ้น และความเสี่ยงหลุดจากระบบการศึกษาเพิ่มขึ้น

ทั้งหมด คือ ภาพของโครงสร้างประชากร และ โครงสร้างความมั่งคั่ง ที่กำลัง “จัดเรียงระบบการศึกษาใหม่” เมื่อประเทศไทยกำลังเข้าสู่ยุคที่

  • เด็กเกิดน้อยลงทุกปี
  • คนกลุ่มมั่งคั่งเพิ่มขึ้นทุกปี
  • เมืองเศรษฐกิจใหม่ดึงคนรายได้สูงและต่างชาติเข้ามา
  • โรงเรียนนานาชาติขยายตัวตามดีมานด์นั้น
  • ขณะที่โรงเรียนไทยจำนวนหนึ่งค่อย ๆ เลือนหาย

โดยความรวยของคนกลุ่มหนึ่งไม่ใช่เรื่องผิด และการอยากให้ลูกได้การศึกษาที่ดีที่สุด ก็ไม่ใช่เรื่องผิดอีกเช่นกัน แต่ในภาพเดียวกันนั้น มันกำลังสะท้อนความจริงอีกด้านว่า ประเทศที่เด็กน้อยลงกำลังเห็น “การศึกษา” กลายเป็นภาพสะท้อนความเหลื่อมล้ำที่ชัดขึ้นเรื่อย ๆไม่ใช่เพราะใครตั้งใจให้เป็น แต่เพราะโครงสร้างกำลังพาไปทางนั้นเอง

ที่มา : วิจัย LH ,กระทรวงศึกษาธิการ

อ่านข่าวการเงินส่วนบุคคล และการวางแผนการเงิน กับ Thairath Money เพื่อให้คุณ "การเงินดีชีวิตดีได้ที่ https://www.thairath.co.th/money/personal_finance

ติดตามเพจ Facebook : Thairath Money ได้ที่ลิงก์นี้ https:// www.facebook.com/ThairathMoney

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : คนไทยรวยขึ้น! กลุ่มมั่งคั่งสินทรัพย์เกิน 30 ล้าน โตก้าวกระโดด ดัน รร.นานาชาติ มูลค่า 9.4 หมื่นล้าน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...