“EV จีน” ชะลอต่อเนื่อง BYD รายงานยอดขายใกล้ต่ำสุดรอบ 2 ปี
"EV จีน" ชะลอต่อเนื่อง BYD รายงานยอดขายใกล้ต่ำสุดรอบ 2 ปี สะท้อนอุปสงค์รถยนต์ไฟฟ้าที่ซบเซา การกลับมาเก็บภาษีรถพลังงานใหม่ และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาด
วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 12.35 น. สำนักข่าว CNBC รายงานว่า BYD ผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน รายงานยอดขายในประเทศเดือนมกราคมอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี สะท้อนความท้าทายที่เพิ่มขึ้นของตลาดรถยนต์จีน ซึ่งเป็นตลาดรถยนต์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก
การชะลอตัวของยอดขายเกิดขึ้นท่ามกลางความกังวลเรื่องอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา และภาวะการผลิตล้นตลาดที่เริ่มส่งผลกระทบไปยังต่างประเทศ โดยอย่างน้อย 6 แบรนด์รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของจีน ตั้งแต่ Xiaomi ไปจนถึง Xpeng รายงานยอดขายเดือนมกราคมลดลงจากเดือนธันวาคม
เฮเลน หลิว หุ้นส่วนของ Bain & Company ระบุว่า ตลาดรถยนต์จีนในปี 2569 จะเผชิญแรงกดดันมากขึ้นจากทั้งปัจจัยด้านนโยบายและการแข่งขัน โดยการเปลี่ยนแปลงนโยบายอาจทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อ ขณะที่ผู้ผลิตรถยนต์ระมัดระวังมากขึ้นในการเปิดตัวรุ่นใหม่
ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม จีนกลับมาเรียกเก็บภาษีซื้อรถ 5% สำหรับรถยนต์พลังงานใหม่ (New Energy Vehicles: NEV) หลังจากยกเว้นภาษีดังกล่าวมานานกว่าทศวรรษ ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันยอดขาย
BYD ยอดขายต่ำสุดในรอบเกือบ 2 ปี
BYD จำหน่ายรถยนต์นั่งไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่ (BEV) ได้เพียง 83,249 คันในเดือนมกราคม จากยอดขายรวม 205,518 คัน (รวมปลั๊กอินไฮบริด) ต่ำที่สุดนับตั้งแต่กุมภาพันธ์ 2567 ก่อนหน้านี้ BYD แซงหน้า Tesla ขึ้นเป็นผู้ขายรถยนต์ไฟฟ้าแบบแบตเตอรี่รายใหญ่ที่สุดของโลก ด้วยยอดขาย 2.26 ล้านคันในปีที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี BYD เผชิญการแข่งขันรุนแรงจากค่ายรถในประเทศ ท่ามกลางสงครามราคาและการอัดฟีเจอร์เพิ่มในราคาที่ถูกลง
- Aito ซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการของ Huawei ส่งมอบรถมากกว่า 40,000 คัน เพิ่มขึ้นกว่า 80% จากปีก่อน
- Leapmotor และ Nio มียอดส่งมอบเพิ่มขึ้นเป็น 32,059 คัน และ 27,182 คันตามลำดับ
- Xiaomi ส่งมอบรถไฟฟ้ามากกว่า 39,000 คัน แม้ลดลงจากกว่า 50,000 คันในเดือนธันวาคม
ขณะเดียวกัน Geely ขยับขึ้นมาเป็นอันดับสองในตลาดรถไฟฟ้าจีน รองจาก BYD โดยเดือนมกราคมขายรถได้มากกว่า 270,000 คัน รวมแบรนด์ Galaxy และ Zeekr
หันรุกต่างประเทศมากขึ้น
BYD ระบุว่า จะมุ่งเพิ่มยอดขายต่างประเทศเกือบ 25% ในปีนี้ เป็น 1.3 ล้านคัน หลังยอดส่งออกรถเดือนมกราคมลดลงเหลือ 100,482 คัน จาก 133,172 คันในเดือนธันวาคม อย่างไรก็ตามนักวิเคราะห์มองว่า BYD ยังมีโอกาสรักษาความเป็นผู้นำได้ จากแผนอัปเกรดเทคโนโลยีชาร์จไฟ ระบบกักเก็บพลังงาน และระบบขับขี่อัจฉริยะ
สัญญาณเตือนต่อเศรษฐกิจจีน
ข้อมูลจาก China Passenger Car Association ระบุว่ายอดขายรถ NEV เดือนธันวาคมเพิ่มขึ้นเพียง 2.6% เมื่อเทียบรายปี และเป็นเดือนที่สามติดต่อกันที่อัตราการเติบโตชะลอลง
นักวิเคราะห์เตือนว่าหากภาคยานยนต์ชะลอตัวต่อเนื่องซ้ำเติมภาคอสังหาริมทรัพย์ที่อ่อนแอมาหลายปี รัฐบาลจีนอาจต้องกลับมาใช้มาตรการอุดหนุนรถยนต์ไฟฟ้าอีกครั้ง
ภาคยานยนต์จีนสร้างงานราว 30 ล้านตำแหน่ง หรือมากกว่า 10% ของการจ้างงานในเขตเมือง ขณะที่ผู้นำจีนเตรียมประกาศเป้าหมายนโยบายเศรษฐกิจประจำปีในการประชุมสภาประจำปีช่วงเดือนมีนาคม
อ้างอิง : www.cnbc.com