โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ช่างซ่อมรถหนุ่มอ้าง รอดจากโดนสุนัขรุมกัดเพราะโทรศัพท์มือถือระเบิดใส่กระเป๋ากางเกง

เดลินิวส์

อัพเดต 26 ก.พ. เวลา 18.19 น. • เผยแพร่ 26 ก.พ. เวลา 14.45 น. • เดลินิวส์
หนุ่มบราซิลที่โดนสุนัขตัวเขื่องสองตัวรุมกัดอย่างบ้าคลั่งอ้างว่า เขารอดชีวิตมาได้เพราะโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงของเขาเกิดระเบิดขึ้นมา

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเรื่องราวเหลือเชื่อจากเมืองกาสกาเวล ในรัฐปารานา ประเทบราซิล เมื่อชายคนหนึ่งชื่อว่า เรนัลโด ถูกสุนัขสองตัวรุมกัดระหว่างเดินทางไปทำงานเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กุมภาพพันธ์ที่ผ่านมา เรนัลโดซึ่งมีอาชีพเป็นช่างซ่อมรถยนต์ กำลังเดินไปยังที่ทำงาน แต่แล้วเขาก็โดนสุนัขตัวใหญ่สองตัวเข้ามาขวางและจู่โจมเขาโดยที่ชายหนุ่มไม่ทันได้ตั้งตัว

ระหว่างที่ เรนัลโด ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดจากสุนัขดุร้ายสองตัวที่รุมกัด ก็เกิดสิ่งไม่คาดฝันขึ้นซึ่งช่วยชีวิตเขาไว้ได้

“(สุนัข)ตัวหนึ่งพุ่งเข้าใส่คอหอยผม ผมฟาดมันไปทีหนึ่ง แล้วมันก็พยายามจะกัดขาผมแทน แต่ดันไปงับโดนโทรศัพท์ในกระเป๋าพอดี จนแบตเตอรี่ระเบิดขึ้นมา มันอันตรายนะ แต่ก็ช่วยผมไว้ด้วย เรื่องมันแปลกประหลาดมาก” เรนัลโดเล่าย้อนความ “โทรศัพท์เครื่องนี้ผมเพิ่งซื้อมาได้แค่ 20 วันเอง แต่มันช่วยชีวิตผมไว้”

แรงระเบิดของโทรศัพท์ทำให้กางเกงขาสั้นของช่างซ่อมรถหนุ่มไหม้จนทะลุเป็นรูและทำให้ขาของเขาเป็นแผลพุพอง แต่มันก็ทำให้สุนัขที่ดุร้ายเหล่านั้นตกใจ ซึ่งช่วยให้เรนัลโดมีเวลาหลบให้พ้นพวกมันและโทรแจ้งตำรวจได้

แต่สุดท้ายแล้ว เรนัลโด ก็ตัดสินใจที่จะไม่แจ้งความดำเนินคดีกับเจ้าของสุนัข หลังจากที่อีกฝ่ายกล่าวขอโทษต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นและตกลงที่จะรับผิดชอบโดยจ่ายทั้งค่ารักษาพยาบาลรวมถึงค่าสมาร์ทโฟนที่เสียหายทั้งหมดให้เขา

ที่มา : dditycentral.com

เครดิตภาพ : g1.globo.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...