ปชป. ถอดบทเรียน “สีดอหูพับ” หนุนแก้ พ.ร.บ.ทารุณกรรมสัตว์ ครอบคลุมสัตว์ป่า
ปชป. ระดมกูรู เปิดเวทีเสวนา “ช้างตายทั้งตัว อย่าเอาใบบัวมาปิด” ปม “สีดอหูพับ” ใช้กลไกสภาฯ ผลักดันแก้กฎหมายทารุณกรรมสัตว์ ครอบคลุมสัตว์ป่า
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 10.00 น. พรรคประชาธิปัตย์เปิดเวทีเสวนา “ช้างตายทั้งตัว อย่าเอาใบบัวมาปิด” ระดมผู้เชี่ยวชาญและนักสิทธิสัตว์ร่วมถกปัญหาการคุ้มครองสัตว์ป่าในประเทศไทย ชูธงแก้กฎหมายทารุณกรรมสัตว์ให้ครอบคลุมถึงสัตว์ป่า และยื่นข้อเสนอต่อศาลให้พิจารณาคำสั่งเคลื่อนย้ายช้างที่เหลืออย่างรอบคอบ
โดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวเปิดเวทีเสวนา “ช้างตายทั้งตัว อย่าเอาใบบัวมาปิด” ที่จัดขึ้นที่สำนักงานใหญ่พรรคฯ ว่าขอเรียนว่าพรรคประชาธิปัตย์จัดเวทีสำหรับการรับฟังความคิดเห็นของภาคส่วนต่าง ๆ ในประเด็นที่มีความสำคัญที่มีต่อนโยบายสาธารณะ และในการแก้ไขปัญหาของประชาชน รวมไปถึงการรับฟังจากวิทยากรที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญประสบการณ์ให้เราได้หลายแง่มุม เพราะว่าอย่างที่ทราบดีว่า ตอนนี้เราไม่ค่อยแน่ใจว่าเรื่องของการเมืองจะเป็นอย่างไร หน้าที่พรรคการเมืองอย่างไรก็ต้องติดตามและใส่ใจกับประเด็นต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม
นับตั้งแต่วันเลือกตั้งมา พรรคประชาธิปัตย์ยังไม่มีมีโอกาสจัดเวทีที่ต่อเนื่องจากแนวคิดของเราเรื่องของการคิดจริง ฟังจริง ทำจริง เพราะฉะนั้นวันนี้ก็ถือเป็นโอกาสดีที่เราได้รับเกียรติจากวิทยากรหลายท่าน รวมทั้งฝ่ายกฎหมายที่จะให้ข้อคิดเกี่ยวกับการดำเนินการในเรื่องนี้
นายอภิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า หลายคนอาจจะมองว่าการจัดเวทีก็สืบเนื่องมาจากเศร้าสลดในกรณีของสีดอหูพับ แต่ว่าความเป็นจริงแล้ว ช่วงที่เราเดินหาเสียงในหลายจังหวัดก็มีปัญหาระหว่างช้างป่ากับชุมชน ไม่ได้จำกัดอยู่เฉพาะภาคใดภาคหนึ่ง แต่กลายเป็นว่ามีหลายจังหวัด ที่เรามองว่าถ้าไม่มีการมาตกผลึกถึงวิธีการในการที่จะจัดการกับเรื่องนี้โอกาสที่จะเกิดปัญหาแบบนี้ย่อมมีอยู่ตลอดเวลา
“วันนี้เป็นโอกาสดีที่เราจะรับฟัง และนำไปใช้ในการทำงานของเราต่อไปอย่างน้อยที่สุดก็ในสภา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของกฎหมาย หรือเรื่องในแง่ของการตรวจสอบ พรรคประชาธิปัตย์พร้อมที่จะทำเรื่องนี้ จึงขอขอบคุณวิทยากรทุกท่านที่จะสละเวลามาให้ความเห็นให้มุมมองให้ความรู้กับเราในวันนี้” นายอภิสิทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ การเสวนาดำเนินรายการโดย นางรัดเกล้า อินทวงศ์ สุวรรณคีรี รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์และนักสิทธิสัตว์ ได้เน้นย้ำถึงช่องว่างทางกฎหมายในปัจจุบัน โดยพรรคประชาธิปัตย์มีจุดยืนชัดเจนในการ “ผลักดันแก้ไข พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์” เพื่อให้มีขอบเขตการคุ้มครองที่ครอบคลุมไปถึงสัตว์ป่าอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่เพียงแค่สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์เศรษฐกิจเท่านั้น
โดยนายธีรภัทร ตรังปราการ นายกสมาคมสหพันธ์ช้างไทย สะท้อนปัญหาหน้างานจากการจัดการช้างในพื้นที่ขัดแย้งโดยเน้นย้ำเรื่องมาตรฐานการจัดการช้าง ที่ต้องใช้หลักวิชาการมากกว่าอารมณ์ความรู้สึก พร้อมชี้ให้เห็นว่าการเคลื่อนย้ายช้างป่ามีต้นทุนและความเสี่ยงสูง หากไม่มีแผนรองรับที่ดีหรือพื้นที่ปลายทางที่เหมาะสม จะกลายเป็นการแก้ปัญหาหนึ่งเพื่อไปสร้างอีกปัญหาหนึ่ง
ขณะที่ น.สพ.เผด็จ ศิริดำรง สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสัตว์เนินพลับหวาน พัทยา สะท้อนมุมมองด้านสุขภาพและสวัสดิภาพทางกายภาพของสัตว์โดยให้ข้อมูลทางเทคนิคเกี่ยวกับความบอบช้ำของสัตว์ป่าเมื่อต้องเผชิญกับสภาวะตึงเครียด (Stress) จากการถูกกักขังหรือเคลื่อนย้ายผิดวิธี พร้อมสนับสนุนให้มีระเบียบปฏิบัติมาตรฐาน (SOP) ที่ชัดเจนในทางสัตวแพทย์สำหรับการดูแลสัตว์ป่าที่บาดเจ็บหรือต้องถูกกักกัน
นางสาวนารากร ติยายน ผู้ประกาศข่าวและนักรณรงค์สิทธิสัตว์ ยังกล่าวถึงพลังทางสังคมและการสื่อสารที่โปร่งใส เพื่อสะท้อนเสียงของภาคประชาชนที่ต้องการความจริงใจจากหน่วยงานรัฐในการเปิดเผยข้อมูล พร้อมเน้นว่าสังคมปัจจุบันตื่นตัวเรื่องสิทธิสัตว์สูงมาก ดังนั้นการทำงานของรัฐต้องตรวจสอบได้และรับฟังเสียงรอบด้าน ไม่ใช่ทำเพียงเพื่อจบกระแสข่าว
นายโรเจอร์ โลหนันท์ เลขาธิการสมาคมพิทักษ์สัตว์ไทย กล่าวถึงช่องว่างทางกฎหมายและเชิงโครงสร้าง โดยชี้ให้เห็นว่า พ.ร.บ. ป้องกันการทารุณกรรมและการจัดสวัสดิภาพสัตว์ในปัจจุบันยังมีช่องโหว่ที่ไม่ครอบคลุมสัตว์ป่าอย่างเต็มรูปแบบ (มักเน้นไปที่สัตว์เลี้ยงหรือสัตว์เศรษฐกิจ) จึงเสนอให้มีการ "แก้กฎหมาย" เพื่อให้สัตว์ป่าได้รับความคุ้มครองในฐานะ "ชีวิต" ที่มีสิทธิขั้นพื้นฐานในการไม่ถูกทารุณกรรม ไม่ว่าจะอยู่ในป่าหรือในความดูแลของมนุษย์
โดย วิทยากรทั้ง 4 ท่านเห็นตรงกันว่ากรณีสีดอหูพับ คือยอดภูเขาน้ำแข็งที่สะท้อนถึงความล้มเหลวในการจัดการเชิงระบบ และข้อสรุปสำคัญคือการเสนอให้พรรคประชาธิปัตย์ใช้กลไกสภาฯ ในการ ยื่นแก้ไขกฎหมาย เพื่อปิดช่องโหว่เหล่านี้