โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

‘อดีตส่งผลถึงปัจจุบัน’ หมิ่นกษัตริย์ในอดีตถือว่าเข้าข่ายผิด ม.112 จำคุก 3 ปี ชายไทยพูดถึงกรณีสวรรคต ร.8

The Momentum

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 12.14 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. เวลา 06.16 น. • THE MOMENTUM

วันนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนรายงานว่า ศาลฎีกาพิพากษาชายไทยชื่อ วุฒิภัทร (นามสมมติ) วัย 31 ปี จากจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในคดีหมิ่นประมาทพระมหากษัตริย์ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา จากกรณีที่วุฒิภัทรคอมเมนต์เกี่ยวกับการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 ในกลุ่ม Facebook ‘รอยัลลิสต์มาร์เก็ตเพลส’ เมื่อวันที่ 2 มิถุนายน 2563

สำหรับคดีดังกล่าวเริ่มต้นจากการที่วุฒิภัทรเข้าไปคอมเมนต์ข้อความ โดยคอมเมนต์ปรากฏอยู่ราว 10 นาที และภายหลังได้ลบออก หลังจากนั้นเขาถูก ศิวพันธุ์ มานิตย์กุล ผู้ใช้ Facebook อีกรายหนึ่งแจ้งความ กล่าวหาว่าวุฒิภัทรผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยศิวพันธุ์ คนเดียวกันนี้ ได้แจ้งความกล่าวหาผู้คนอีกหลายสิบคดีในความผิดฐานเดียวกันที่สถานีตำรวจภูธรบางแก้ว จังหวัดสมุทรปราการ

ทั้งนี้ศาลชั้นต้นมีคำพิพากษายกฟ้องวุฒิภัทรในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 โดยเห็นว่า เจตนารมณ์ของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 คุ้มครองบุคคลเพียง 4 ตำแหน่ง ได้แก่ พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท และผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ที่ยังคงครองราชย์หรือดำรงตำแหน่งอยู่เท่านั้น เมื่อในหลวงรัชกาลที่ 9 สวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2559 การกระทำของวุฒิภัทรจึงขาดองค์ประกอบของประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ทว่าศาลชั้นต้นได้ลงโทษตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 มาตรา 14 (1) ข้อหานำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อมูลบิดเบือนแทน โดยให้ลงโทษจำคุก 1 ปี แต่วุฒิภัทรให้ความร่วมมือในกระบวนการพิจารณา จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 เหลือจำคุก 8 เดือน โดยไม่รอลงอาญา

อย่างไรก็ตาม พนักงานอัยการได้ยื่นอุทธรณ์เนื่องจากไม่เห็นพ้องกับคำพิพากษา โดยเฉพาะประเด็นมาตรา 112 คุ้มครองพระมหากษัตริย์ในอดีตหรือไม่ ซึ่งเนื้อหาจากเว็บไซต์ศูนย์ทนายความเพื่อสิทธิมนุษยชนระบุว่า แม้การกระทำความผิดจะกระทบต่อพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท เพียงองค์เดียว ย่อมมีผลกระทบต่อความมั่นคงของประเทศ เพราะประเทศไทยปกครองโดยพระมหากษัตริย์มาตั้งแต่สร้าง เริ่มตั้งระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ จนกระทั่งระบอบประชาธิปไตย แต่พระมหากษัตริย์ก็ยังคงได้รับความเคารพสักการะ การดำรงตำแหน่งกระทำโดยการสืบสันตติวงศ์ตามกฎมณเฑียรบาล ทำให้พระมหากษัตริย์สืบทอดทางสายพระโลหิตต่อกันมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งราชวงศ์จักรี

“ด้วยเหตุนี้การที่กฎหมายมิได้บัญญัติว่า พระมหากษัตริย์จะต้องครองราชย์อยู่เท่านั้น ผู้กระทำจึงจะเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แม้จะกระทำต่ออดีตพระมหากษัตริย์ซึ่งสวรรคตไปแล้ว ก็ยังเป็นความผิดตามบทกฎหมายดังกล่าว การหมิ่นพระมาทอดีตกษัตริย์ย่อมกระทบถึงพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันที่ครองราชย์อยู่”

ในเวลาต่อมา ศาลอุทธรณ์ภาค 1 มีคำพิพากษาแก้ตอนหนึ่งเห็นว่า มาตรา 112 ไม่ได้ระบุว่า พระมหากษัตริย์ต้องเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่ และยังอ้างถึงรัฐธรรมนูญ มาตรา 6 ซึ่งบัญญัติว่า องค์พระมหากษัตริย์ทรงดำรงอยู่ในฐานะอันเป็นที่เคารพสักการะ ผู้ใดจะละเมิดมิได้ ซึ่งกฎหมายมิได้บัญญัติว่าต้องเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์อยู่เท่านั้น การหมิ่นประมาทและดูหมิ่นอดีตพระมหากษัตริย์ยอมกระทบต่อพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน รัชกาลที่ 9 เป็นพระราชบิดาของรัชกาลที่ 10 หากตีความว่าต้องเป็นพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบัน ก็จะเป็นการเปิดช่องทางให้เกิดการละเมิด หมิ่นประมาท ให้กระทบพระมหากษัตริย์องค์ปัจจุบันได้

ทั้งนี้ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ มาตรา 14 (3) เป็นการกระทำกรรมเดียว ผิดกฎหมายหลายบท ลงโทษบทหนักที่สุดคือมาตรา 112 จำคุก 5 ปี คำให้การในชั้นสอบสวนและทางนำสืบของจำเลยเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา จึงมีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอการลงโทษ

ขณะเดียวกันในวันนี้ ศาลฎีกาได้พิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...