โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ประวัติ โสภณ ซารัมย์ ประธานสภาคนใหม่ จากครูบ้านนอก สู่ขุนพลคู่ใจ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์”

Thaiger

อัพเดต 12 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thaiger ข่าวไทย

ผ่าประวัติ “โสภณ ซารัมย์” จากครูบ้านนอก สู่ขุนพลคู่ใจ “บ้านใหญ่บุรีรัมย์” ผงาดคุมสภา ประธานสภาผู้แทนราษฎร

ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 27 มีมติเลือกเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2569 นายโสภณได้รับคะแนนเสียงเห็นชอบ 289 เสียง สำหรับรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานสภาฯ มีดังนี้

  • ประธานสภาผู้แทนราษฎร: นายโสภณ ซารัมย์ (พรรคภูมิใจไทย)
  • รองประธานสภาฯ คนที่ 1: น.ส. มัลลิกา จิระพันธุ์วาณิช (พรรคภูมิใจไทย)
  • รองประธานสภาฯ คนที่ 2: นายเลิศศักดิ์ พัฒนชัยกุล (พรรคเพื่อไทย)

โสภณ ซารัมย์ แม่พิมพ์ของชาติ สู่ “นักการเมืองระดับเขต”

โสภณ ซารัมย์ เกิดเมื่อวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2502 ที่บ้านหนองเก้าข่า ตำบลเมืองแฝก อำเภอลำปลายมาศ จังหวัดบุรีรัมย์ เริ่มต้นเส้นทางชีวิตด้วยการศึกษาจบครุศาสตรบัณฑิต สาขาการประถมศึกษา จากวิทยาลัยครูบุรีรัมย์

ในด้านครอบครัว ตระกูล “ซารัมย์” ถือเป็นตระกูลการเมืองที่หยั่งรากลึกในพื้นที่ เขาพำนักคู่ชีวิตกับ นางอารีญาภรณ์ ซารัมย์ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลลำปลายมาศ มีลูกด้วยกัน 3 คน

พี่ชาย นายสมบูรณ์ ซารัมย์ รวมถึงหลานชาย นายศักดิ์ ซารัมย์ ล้วนแล้วแต่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้ฐานเสียงของครอบครัวนี้แข็งแกร่งอย่างมาก

แม้ชีวิตการเมืองจะก้าวหน้า แต่ในมุมของความเป็นพ่อ โสภณต้องเผชิญกับความสูญเสียครั้งใหญ่ นายอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) ลูกชายคนโต อดีตสมาชิกสภา อบจ.บุรีรัมย์ ได้เสียชีวิตลง เพื่อเปลี่ยนความเสียใจให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม เขาได้ก่อตั้ง “มูลนิธิอาณัตพณ ซารัมย์ (ลูกเติ้ง)” ขึ้นมา โดยมีบุตรชายอีกคนคือ นายรัฐพล ซารัมย์ เป็นประธานมูลนิธิ ส่วนตัวเขาเองรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษา เพื่อขับเคลื่อนงานช่วยเหลือสังคมในพื้นที่เกิดต่อไป

ภาพของโสภณ ซารัมย์ ขณะทำงานในฐานะรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม

ภาพจาก : Wikipedia

กระทรวงคมนาคม ที่มาของฉายา “รัฐมนตรีซาเล้ง”

โสภณก้าวเข้าสู่การเป็นรัฐมนตรีครั้งแรกในตำแหน่ง รมช.คมนาคม สมัยรัฐบาลนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ก่อนจะผงาดขึ้นเป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม” เต็มตัวในยุครัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ช่วงเวลานี้เองที่โสภณได้รับฉายาทางการเมืองที่คนจดจำมากที่สุดคือ “รัฐมนตรีซาเล้ง” สาเหตุมาจากช่วงที่มีวิกฤตพนักงานรถไฟประท้วงหยุดวิ่งในภาคใต้ โสภณมีท่าทีนิ่งเฉยต่อปัญหา ได้ตอบคำถามสื่อมวลชนในทำนองว่า เรื่องรถไฟไม่ตรงกับความสามารถของตน แต่หากเป็นเรื่องรถ “ซาเล้ง” เขาจะจัดการปัญหาได้ดีกว่า คำตอบนี้กลายเป็นวาทะเด็ดที่สื่อมวลชนนำมาตั้งเป็นฉายาให้เขาในที่สุด

จุดสูงสุดทางการเมือง สู่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ

เส้นทางการเมืองของโสภณกลับมาสู่สปอตไลต์ครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2568 เมื่อเกิดจุดเปลี่ยนทางการเมืองครั้งสำคัญ ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอน นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ออกจากตำแหน่งนายกฯ ส่งผลให้พรรคภูมิใจไทยผงาดขึ้นเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล

โสภณได้รับความไว้วางใจให้ดำรงตำแหน่ง “รองนายกรัฐมนตรี” แต่สวมหมวกใบนี้ได้ไม่นาน เขาก็ตัดสินใจลาออก เพื่อก้าวขึ้นไปรับตำแหน่งที่ทรงเกียรติที่สุดในชีวิตการเมือง นั่นคือการสถาปนาขึ้นเป็น “ประธานสภาผู้แทนราษฎร” (ชุดที่ 27) ทำหน้าที่ประมุขฝ่ายนิติบัญญัติ ควบคุมการประชุมสภาอันทรงเกียรติ ถือเป็นบทสรุปความสำเร็จของนักการเมืองจากที่ราบสูงที่โลดแล่นในวงการมาอย่างยาวนาน

ตำนานย้ายพรรค แต่หัวใจสลักคำว่า “เนวิน”

เส้นทางการเมืองของโสภณเรียกได้ว่าโชกโชน ผ่านมรสุมยุบพรรคมานับไม่ถ้วน

  • ปี 2548 ย้ายมาอยู่พรรคดาวรุ่งยุคนั้นอย่างไทยรักไทย และชนะเลือกตั้งอีกครั้ง

  • ยุควิกฤตการเมือง เมื่อไทยรักไทยถูกยุบ เขาย้ายไปพรรคพลังประชาชน แต่พรรคก็ถูกยุบซ้ำอีกรอบ

  • ปี 2550 – ปัจจุบัน กลุ่มของโสภณ ซึ่งถือเป็นคนสนิทสายตรง ของผู้มากบารมีแห่งบุรีรัมย์อย่าง เนวิน ชิดชอบ ได้แยกตัวออกมาตั้งพรรคภูมิใจไทย และพลิกขั้วไปจับมือกับพรรคประชาธิปัตย์ ดันให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกฯ

การยืนหยัดเคียงข้างบ้านใหญ่บุรีรัมย์ อย่างเหนียวแน่น ทำให้โสภณได้รับความไว้วางใจอย่างสูงมาโดยตลอด

โปรไฟล์การทำงานที่ไม่ธรรมดา

ตลอดเส้นทางการเมือง โสภณเคยผ่านตำแหน่งระดับ “บิ๊ก” มาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็น

  • รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม (ยุคนายกฯ สมชาย วงศ์สวัสดิ์)

  • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (ยุคนายกฯ อภิสิทธิ์)

  • ประธานกรรมาธิการคมนาคม (ยุคนายกฯ ประยุทธ์)

  • ประธานกรรมาธิการศึกษาธิการ (โควตาพรรคภูมิใจไทย)

  • ล่าสุด เพิ่งคัมแบ็กกลับมานั่งเก้าอี้รัฐมนตรีในรอบ 14 ปี ด้วยตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรี ในช่วงท้ายก่อนการเลือกตั้งครั้งล่าสุด

ภาพจาก : ไทยคู่ฟ้า

ศึกชิง “ประมุขสภา” ภารกิจรวบตึงของบ้านใหญ่บุรีรัมย์?

กลับมาที่ปัจจุบัน หลังพรรคภูมิใจไทยชนะเลือกตั้งเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล มีข่าวสะพัดว่าโสภณจะถูกวางตัวให้โยกจากฝ่ายบริหาร รองนายกฯ ไปคุมฝ่ายนิติบัญญัติในตำแหน่ง “ประธานสภาผู้แทนราษฎร”

แต่งานนี้ไม่ได้นอนมา เพราะมีคู่แข่งคนสำคัญในพรรคเดียวกันคือ ภราดร ปริศนานันทกุล (สส. อ่างทอง) ที่เคยทำผลงานคุมการประชุมสภาในฐานะรองประธานสภาฯ มาก่อนได้อย่างยอดเยี่ยมจนได้รับคำชมล้นหลาม ทำให้ภายในพรรคต้อง “ชิงดำ” กันเองว่าใครจะได้นั่งเก้าอี้ตัวนี้

หาก “โสภณ ซารัมย์” ได้เป็นประธานสภาผู้แทนราษฎรจริง จะสร้างปรากฏการณ์ใหม่ทางการเมืองทันที เพราะปัจจุบัน ประธานวุฒิสภา (สว.) คือ นายมงคล สุระสัจจะ ซึ่งก็มาจากสายบ้านใหญ่บุรีรัมย์เช่นกัน นั่นหมายความว่า บุรีรัมย์จะครองอำนาจเบ็ดเสร็จ คุมทั้งสภาล่างและสภาบน ในยุคของรัฐบาลอนุทินนั่นเอง

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ภาพจาก : ไทยคู่ฟ้า, วิกิพีเดีย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...