โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สำรวจมิตรภาพในแบบของผู้ชาย แม้ดูสบายๆ แต่ทำไม ถึง ‘เปราะบาง’ กว่าที่เราคิด?

Thairath Plus - ไทยรัฐพลัส

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

ในโลกที่ความเข้มแข็งถูกนิยามผ่านความนิ่งเฉย มิตรภาพของผู้ชายส่วนใหญ่มักดูเหมือนถูกสร้างขึ้นบนฐานที่แข็งแกร่ง ดูง่ายๆ และจริงใจ ทว่าในความเป็นจริง ความสัมพันธ์นี้กลับเปราะบางและซับซ้อนกว่าที่ตาเห็น เพราะผู้ชายส่วนใหญ่มักสร้างความผูกพันผ่านการทำกิจกรรมร่วมกัน (Side-by-Side) ในขณะที่ผู้หญิงสร้างความสัมพันธ์ผ่านการแบ่งปันอารมณ์และความรู้สึกที่เกิดขึ้น (Face-to-Face)

แต่ทำไมมิตรภาพที่ดูแข็งแกร่งผ่านกิจกรรมที่ผู้ชายทำร่วมกัน กลับเปราะบางอย่างไม่น่าเชื่อในความสัมพันธ์ระยะยาว? ผลการวิจัยล่าสุดได้เผยให้เห็นถึง 3 เหตุผลสำคัญ ที่ทำให้มิตรภาพของผู้ชายมักติดอยู่กับความไม่เข้าใจและเข้าไม่ถึงความรู้สึกลึกๆ ภายในใจของกันและกัน

1 - ไลฟ์สไตล์ที่เริ่มเปลี่ยนแปลง

สำหรับผู้ชายนั้น มีแนวโน้มที่จะเลือกเพื่อนโดยพิจารณาจาก ‘กิจกรรม’ ที่ทำร่วมกันมากกว่า ‘อารมณ์และความรู้สึก’ ดังนั้น ผู้ชายจึงมักเลือกคบเพื่อนในช่วงเวลาต่างๆ ตามความสนใจเฉพาะทาง เช่น เพื่อนเตะบอล เพื่อนเล่นเกมออนไลน์ เพื่อนที่ทำงานในสายงานที่ใกล้เคียง เพื่อนที่สนใจในเรื่องที่ใกล้กัน หรือเพื่อนกลุ่มปาร์ตี้สังสรรค์

บทสนทนาที่เกิดขึ้นท่ามกลางกิจกรรมเหล่านั้น จึงมักวนเวียนอยู่แผนการเล่น การวิจารณ์ฟอร์ม หรือการอัปเดตอุปกรณ์ใหม่ๆ ทว่าเมื่อปัจจัยภายนอกเปลี่ยนไป พอไม่มีกิจกรรมที่ทำร่วมกันสายสัมพันธ์อาจจะเริ่มห่างหายกันออกไป จนในหลายครั้งต้องเหินห่างกันไปในที่สุด

ในขณะที่ผู้หญิงมักจะมีมิตรภาพที่เน้นการเชื่อมต่อทางอารมณ์และพูดคุยเรื่องราวสัพเพเหระต่อกัน มากกว่าแง่มุมของการ ‘แลกเปลี่ยน’ ในมิตรภาพที่สร้างขึ้นจากวัตถุประสงค์บางอย่างเพียงอย่างเดียว

2 - ช่องว่างในการสื่อสาร

สิ่งที่ผู้ชายหลายคนเข้าใจว่าความนิ่งเฉยคือความมั่นคง ทำให้หลายครั้งเพื่อนผู้ชายมักละเลยเรื่องการไถ่ถามปัญหาสุขภาพ ถามถึงชีวิตทั่วๆ ไป หรือปัญหาส่วนตัว ทั้งที่ภาพลักษณ์ภายนอกดูปกติในโลกออนไลน์ การขาดการติดต่อสื่อสารด้านการรักษาสัมพันธภาพเช่นนี้ กำลังเปลี่ยนให้ ‘เพื่อนสนิท’ กลายเป็น ‘คนแปลกหน้าที่เคยรู้จักกัน’ ไปโดยที่เราไม่ทันตั้งตัว

ในขณะที่ผู้หญิงมีแนวโน้มที่จะใช้เวลามากกว่าในการรักษามิตรภาพ เช่น การโทรหาหรือส่งข้อความหากันเป็นประจำ ส่วนผู้ชายนั้นมีแนวโน้มที่จะติดต่อสื่อสารกับเพื่อนชายด้วยกันน้อยกว่ามาก และที่น่าสนใจคือผู้ชายยังอาจเข้าใจไปเองว่าอีกฝ่ายยังคงเป็นเพื่อนสนิท แม้ว่าพวกเขาจะขาดการติดต่อกันไปอย่างสิ้นเชิงแล้วก็ตาม

อีกทั้งยังมีงานวิจัยที่น่าสนใจชิ้นหนึ่ง โดยนักวิจัยได้ขอให้ชายวัยกลางคนระบุรายชื่อเพื่อนที่สนิทที่สุดออกมา จากนั้นนักวิจัยได้ลองติดต่อเพื่อนเหล่านั้นเพื่อเชิญร่วมการวิจัย ผลปรากฏว่า มีรายชื่อเพื่อนสนิทบางคนที่เสียชีวิตไปแล้ว โดยที่ชายวัยกลางคนคนนั้นกลับไม่รู้เรื่องเลย ทั้งที่เป็นเพื่อนที่สนิทกันมาก

ภาพไฮไลต์

3 - ผู้ชายมักหลีกเลี่ยงการเปิดเผยความรู้สึก

อุปสรรคที่ฝังรากลึกที่สุดคือกำแพงทางสังคมที่ทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่กลัวที่จะดูไม่แมน หรือมีความกังวลลึกๆ เกี่ยวกับการแสดงออกทางอารมณ์ ในชีวิตจริง เมื่อผู้ชายสองคนนั่งดื่มด้วยกัน แล้วคนหนึ่งพยายามเผยความอ่อนแอออกมา สิ่งที่มักตามมาคือความอึดอัดใจ เพื่อนอีกคนมักจะทำตัวไม่ถูกและพยายามกลบเกลื่อนด้วยการตบไหล่เบาๆ พร้อมบอกให้ ‘ดื่มย้อมใจ’ หรือรีบเปลี่ยนเรื่องคุยทันทีแทนการให้คำปรึกษา

ความกังวลว่าการซัพพอร์ตทางอารมณ์อาจดูไม่แมนหรือถูกมองว่ามีนัยแอบแฝง ทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่เลือกใช้มุกตลกแอบฮามาฉาบหน้าความเศร้า และหลีกเลี่ยงการกอดหรือบอกรักเพื่อน เพราะกลัวว่าจะดูแปลกในสายตาคนอื่น ผลลัพธ์ที่ตามมาคือผู้ชายมักจะต้องเผชิญความโดดเดี่ยวที่สุดในวันที่อ่อนแอ แม้จะมีเพื่อนฝูงรายล้อมอยู่มากมายก็ตาม

งานวิจัยล่าสุด (Xue et al., 2024) ได้สำรวจว่าทำไมผู้ชายถึงหลีกเลี่ยงการมีความผูกพันทางอารมณ์กับผู้ชายด้วยกัน และพบว่ามันเกี่ยวข้องกับการรับรู้ของคนรอบข้างต่อความสัมพันธ์นั้น ในการศึกษานี้ ผู้ชายที่มีรสนิยมรักต่างเพศ (Heterosexual men) กังวลว่าการทำตัวสนิทสนมกับเพื่อนผู้ชายมากเกินไป อาจถูกเข้าใจผิดว่าเป็นความสัมพันธ์เชิงชู้สาวได้

และแม้ว่าลึกๆ ผู้ชายอาจต้องการความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดมากกว่านี้ แต่ความกังวลต่อสายตาคนนอกกลับกลายเป็นตัวตอกย้ำอคติ และปิดกั้นความสนิทระหว่างผู้ชายด้วยกันเองให้ห่างเหินออกไป

4 - ชีวิตก็เป็นเช่นนั้น

โดยในประเด็นสุดท้ายผู้เขียนได้นำเสนอเอาว่า ผู้ชายมักถูกกำหนดและคาดหวังกับบทบาททางเพศอยู่เสมอ ทำให้พวกเขาอาจจะใช้เวลาอยู่กับการจัดการชีวิต หรือดูแลครอบครัวจนไม่มีเวลามาสานต่อความสัมพันธ์

สุดท้ายแล้ว ความเป็นลูกผู้ชายที่แท้จริงอาจไม่ใช่การรักษาท่าทีให้ดูเข้มแข็งตลอดเวลา แต่คือความกล้าที่จะทลายกำแพงความรู้สึกในใจ แล้วสื่อสารกันอย่างตรงไปตรงมาด้วยความจริงใจ กล้าที่จะเปิดใจและยอมรับความอ่อนแอให้กันและกันเห็น ก่อนที่วันหนึ่งวันใดเราจะพบว่าความสัมพันธ์ดีๆ ที่เคยมี อาจเหลือเพียงความทรงจำที่ไม่มีตัวตนอยู่ในปัจจุบันอีกต่อไป

อ้างอิง

Why Are Men’s Friendships Weaker Than Women’s?

บทความต้นฉบับได้ที่ : สำรวจมิตรภาพในแบบของผู้ชาย แม้ดูสบายๆ แต่ทำไม ถึง ‘เปราะบาง’ กว่าที่เราคิด?

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : plus.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...