"พรรคประชาชน" แยกสายลงพื้นที่ "ณัฐชา” จัดสภากาแฟ เปิดวงคุยตามประสาคนใต้ ขณะที่ "วิโรจน์" เดินสายกาญจนบุรี
"พรรคประชาชน" แยกสายลงพื้นที่ "ณัฐชา” จัดสภากาแฟ เปิดวงคุยตามประสาคนใต้ ค้านยุบศูนย์เด็กเล็กพร้อมเปิดโมเดลรับเด็ก 4 เดือนช่วยแม่หลังลาคลอด ขณะที่ "วิโรจน์" เดินสายกาญจนบุรี ลั่น ถึงเวลาเพิ่มเบี้ยผู้สูงอายุในรอบ 14 ปีสู้ค่าครองชีพ
วันที่ 21 ม.ค. 2569 พรรคประชาชน นำโดยนายณัฐชา บุญไชยอินสวัสดิ์ ผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พร้อมคณะ ลงพื้นที่ช่วยนายปกรณ์ อารีกุล ผู้สมัคร สส.นครศรีธรรมราช เขต 1 หาเสียง ในพื้นที่ชุมชนการเคหะ 1
บรรยากาศเป็นไปด้วยความเป็นกันเอง เนื่องจากเป็นการเปิดวงสภากาแฟ นั่งถกปัญหาของชาวนครศรีธรรมราช ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่
นายณัฐชา กล่าวว่า ภายหลังจากได้รับฟังปัญหาและพูดคุยอย่างใกล้ชิดสิ่งหนึ่งที่สะท้อนออกมาอย่างชัดเจนคือ ความกังวลต่ออนาคตของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กประจำชุมชน ซึ่งกำลังเผชิญกับความเสี่ยงที่จะถูกยุบเลิก เนื่องจากจำนวนเด็กในพื้นที่ลดลงตามเกณฑ์ที่หน่วยงานกำหนด สำหรับหลายครอบครัว ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กแห่งนี้ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่รับฝากดูแลเด็กเท่านั้น หากแต่เป็นพื้นที่ตั้งต้นของชีวิตที่ช่วยดูแล พัฒนา และวางรากฐานด้านการเรียนรู้ให้กับเด็กปฐมวัยในชุมชน เป็นพื้นที่ที่พ่อแม่ผู้ปกครอง โดยเฉพาะครอบครัวแรงงานและครอบครัวรายได้น้อย สามารถฝากลูกหลานไว้ได้อย่างอุ่นใจในช่วงเวลาทำงาน
อย่างไรก็ตาม การพิจารณายุบเลิกศูนย์เด็กเล็กโดยอาศัยหลักเกณฑ์เชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว อาจไม่สามารถสะท้อนความสำคัญของศูนย์ในมิติทางสังคมได้ครบถ้วน เพราะแม้จำนวนเด็กจะลดลง แต่ความจำเป็นในการเข้าถึงบริการดูแลเด็กที่มีคุณภาพกลับไม่ได้ลดลงตามไปด้วย ตรงกันข้าม เด็กที่เหลืออยู่ในชุมชนจำนวนไม่น้อยกลับเป็นกลุ่มที่ต้องการการดูแลอย่างใกล้ชิดมากขึ้น ทั้งในด้านโภชนาการ การพัฒนาทักษะพื้นฐาน และการเตรียมความพร้อมก่อนเข้าโรงเรียน
นายณัฐชา ระบุว่า พี่น้องประชาชนยังสะท้อนถึงอีกหนึ่งปัญหาสำคัญ คือข้อจำกัดของศูนย์พัฒนาเด็กเล็กในปัจจุบัน ที่เปิดรับเด็กตั้งแต่อายุ 2 ปีขึ้นไปเท่านั้น ซึ่งไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงของชีวิตแรงงาน โดยเฉพาะแรงงานหญิงจำนวนมากที่ต้องกลับเข้าสู่ตลาดแรงงานหลังสิ้นสุดช่วงลาคลอด ทั้งที่บุตรหลานยังมีอายุเพียงไม่กี่เดือน
ช่องว่างระหว่าง “ช่วงลาคลอด” กับ “อายุขั้นต่ำของการเข้าใช้ศูนย์เด็กเล็ก” กลายเป็นภาระหนักของครอบครัว ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยจำเป็นต้องพึ่งพาการดูแลแบบไม่เป็นทางการ หรือแบกรับค่าใช้จ่ายในการจ้างพี่เลี้ยงเอกชน ซึ่งยิ่งซ้ำเติมปัญหาความเหลื่อมล้ำที่มีอยู่เดิมในชุมชน
นายณัฐชา ย้ำว่า ในประเด็นนี้ พรรคประชาชนได้เสนอนโยบายสำคัญ คือการขยายการรับเด็กในศูนย์พัฒนาเด็กเล็กตั้งแต่อายุ 4 เดือนขึ้นไป เพื่อให้สอดคล้องกับช่วงวันลาคลอดของแรงงานหญิง และช่วยให้พ่อแม่สามารถกลับไปทำงานได้อย่างมั่นใจ โดยไม่ต้องเลือกระหว่าง “งาน” กับ “ความปลอดภัยและพัฒนาการของลูก”
นโยบายดังกล่าวไม่เพียงช่วยลดภาระของครอบครัว แต่ยังเป็นการลงทุนระยะยาวในการพัฒนาเด็กปฐมวัย ตั้งแต่ช่วงวัยที่สมองและพัฒนาการกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของคุณภาพประชากรในอนาคต
เสียงสะท้อนจากชุมชนการเคหะ 1 ในครั้งนี้ จึงไม่ใช่เพียงเรื่องของการคงอยู่หรือยุบเลิกศูนย์เด็กเล็กเท่านั้น หากแต่เป็นคำถามสำคัญต่อทิศทางนโยบายของรัฐว่า เราจะเลือกมอง “เด็ก” เป็นภาระเชิงงบประมาณ หรือเป็นการลงทุนที่สำคัญที่สุดของประเทศในระยะยาว
ขณะที่นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อ รองหัวหน้าพรรค ได้ไปหาเสียงที่ตลาดเกษตรกร (ตลาดนัดคลองหมาเน่า) อำเภอบ้านสิงห์ จังหวัดกาญจนบุรี โดยใช้กลยุทธ์เดินไปถึงตามบ้านเรือนประชาชน
จากนั้น นายวิโรจน์ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงบริเวณโดยรอบ โดยกล่าวว่า ได้เวลายกระดับเบี้ยผู้สูงอายุแล้ว เราไม่ได้ปรับเบี้ยมา 14 ปี เป็นเวลานานแล้ว จากไข่ดาวใบละ 5 บาท ตอนนี้ 10 บาท นอกจากนี้ยังมีนโยบายเบี้ยเด็กเล็ก ซึ่งปกติมีปัญหาตรงที่เด็กไม่ได้ได้ทุกคน ซึ่งนโยบายพรรคประชาชน เราให้ตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ท้อง 5 เดือน คุณแม่จะได้เอาไปใช้เพื่อโภชนาการที่ดีของลูกในท้อง