ถ้ามีงูเห่าในกล้าธรรม ก็ถือเป็นนักการเมืองที่เลวมาก ธรรมนัสไม่เสียดายที่ไม่ได้นั่ง รมต.เกษตรฯ ประชาธิปัตย์-กล้าธรรม-เพื่อไทย ทยอยรายงานตัว สส.ต่อเนื่อง
วันนี้ (6 มีนาคม 2569) ที่อาคารรัฐสภา สส.หลายพรรคการเมืองทยอยเข้ามารายงานตัวกับสํานักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎรอย่างต่อเนื่องเป็นวันที่ 8 โดยในช่วงเวลาประมาณ 10.30 น. พรรคประชาธิปัตย์นำโดย อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรค พร้อมด้วย กรณ์ จาติกวณิช และ ดร.การดี เลียวไพโรจน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อ นำคณะ สส.พรรคประชาธิปัตย์รวม 21 คนเข้ารายงานตัว
อภิสิทธิ์ให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชนโดยสารภาพความรู้สึกว่า ปีที่แล้วไม่คิดจะกลับมาแบบนี้ แต่ยืนยันว่าจะตั้งใจเต็มที่ในการทำงานฝ่ายนิติบัญญัติ เพราะเป็นงานที่ชอบที่สุดของงานทางการเมือง พร้อมทั้งกล่าวว่า ไม่ว่าพรรคประชาธิปัตย์จะเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาล ก็มีหน้าที่สำคัญคือการผลักดันกฎหมายที่สัญญาไว้กับประชาชน
หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ยังกล่าวต่อว่า ตอนนี้อยากให้กระบวนการจัดตั้งรัฐบาล การแถลงนโยบายต่อรัฐสภา และการบริหารราชการแผ่นดินนั้นเกิดขึ้นโดยเร็ว เพราะมีหลายสถานการณ์ที่ประเทศต้องรับมือ ไม่ว่าจะเป็นการเรียกความเชื่อมั่น ทิศทางเศรษฐกิจ การบริหารพลังงาน ตลอดจนผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสินค้าเกษตร จากกรณีความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง ซึ่งรัฐบาลที่มีอำนาจเต็มจะสามารถคลี่คลายปัญหาและเรียกความเชื่อมั่นกลับมาได้
ทั้งนี้จุดยืนของพรรคประชาธิปัตย์ต่อความขัดแย้งในภูมิภาคตะวันออกกลาง อภิสิทธิ์กล่าวว่า ท่าทีที่ อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สื่อสารไปนั้นเป็นท่าทีที่เหมาะสม โดยพรรคประชาธิปัตย์สนับสนุนว่า ไม่อยากเห็นความขัดแย้ง ต้องการให้ทุกฝ่ายหากระบวนการกลับสู่สันติภาพ รวมถึงไม่ประสงค์ให้ภูมิภาคอื่นๆ ถูกลากเข้าไปเพื่อขยายวงความขัดแย้ง
ขณะที่ประเด็นการเข้าร่วมรัฐบาลหรือไม่นั้น อภิสิทธิ์ระบุว่า เป็นมารยาททางการเมือง พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ปฏิเสธอะไร แต่ทางพรรคภูมิใจไทยคงทราบถึงจุดยืนและเงื่อนไขของพรรคประชาธิปัตย์อยู่แล้วว่าเป็นอย่างไร
“เรียนตรงๆ ว่า ผมอยากเห็นการเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหา แต่การจัดการการเลือกตั้งที่ผ่านมามีความไม่เรียบร้อยเยอะมาก จำเป็นต้องสะสางและวางบรรทัดฐานให้ถูกต้องเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาในวันข้างหน้าอีก ผมมองว่า 2 เรื่องนี้ต้องทำควบคู่กันไปตามกระบวนการ”
ส่วนกรณีกระแสข่าวที่ว่าสภาฯ จะโหวตให้ โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ เป็นประธานสภาฯ อภิสิทธิ์ให้ความเห็นว่า โดยมารยาท ส่วนใหญ่พรรคจัดตั้งรัฐบาลจะเป็นผู้พิจารณา แต่เมื่อใดที่เขาเสนอชื่อมา พรรคประชาธิปัตย์ก็พร้อมทำหน้าที่ในการโหวตลงคะแนน
เมื่อผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่า หาก สส.พรรคประชาธิปัตย์โหวตสนับสนุนโสภณ เท่ากับว่าจะโหวตอนุทินเป็นนายกฯ ด้วยหรือไม่ อภิสิทธิ์กล่าวว่า “ไม่เกี่ยวกัน การตัดสินใจลงมติในสภาฯ แต่ละครั้งเป็นเรื่องที่ประชุม สส.จะมีการพูดคุยกัน”
ในเวลาต่อมาประมาณ 11.58 น. ของวันเดียวกัน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า สส.แบบบัญชีรายชื่อและประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม พร้อมด้วย นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ สส.แบบบัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคกล้าธรรม นำคณะ สส.พรรคกล้าธรรม รวม 58 คน เข้ามารายงานตัวต่อสํานักงานเลขาธิการสภาฯ
ก่อนที่ร้อยเอกธรรมนัสจะออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชน ยืนยันว่า ตอนนี้ตนยังไม่ได้พูดคุยกับใคร ตั้งแต่ที่กลับมาจากต่างประเทศ
ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อว่า ขณะนี้พรรคกล้าธรรมถือว่าเป็นฝ่ายค้านแล้วหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสระบุว่า ถ้าตนได้รับมอบหมายให้เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล จะชัดเจนว่าจะมีพรรคการเมืองใดเข้าร่วมบ้าง แต่ขณะนี้พรรคกล้าธรรมไม่ใช่พรรคแกนนำ ต้องให้เกียรติพรรคแกนนำเดินหน้าจัดตั้งรัฐบาลให้ถึงที่สุดก่อน
“เราเล่นการเมือง เป็นนักการเมืองเองเป็นปีที่ 7 ตอนปี 2562 เราเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล ก็มีอยู่ช่วงหนึ่งเป็นฝ่ายค้านอิสระหลังจากออกจากพรรคพลังประชารัฐ ถ้าว่ารู้สึกอะไรหรือไม่ ไม่รู้สึกอะไรเลยครับ เราทำหน้าที่ได้ทุกหน้าที่ในฐานะผู้แทนของประชาชนคนไทย” ร้อยเอกธรรมนัสกล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ไม่ได้นั่งเก้าอี้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์รู้สึกเสียดายหรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัสตอบว่า “เสียดายทำไมครับ เราอยู่ที่ไหนก็ทำงานได้ คนเราหัวโขนที่เขาสวมหลุดได้ทุกเมื่อ เราก็พร้อมส่งต่อทุกคนทุกเมื่อเหมือนกัน ถ้าเรารู้สึกเสียดายที่เราไม่ได้เป็น เราถือเป็นนักการเมืองที่แย่มาก”
ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงกรณีกระแสข่าว สส.งูเห่าของพรรคกล้าธรรม ร้อยเอกธรรมนัสกล่าวว่า เราเป็นนักจับงู คงไม่ปล่อยงูไปไหน
“ผมได้ยินก่อนสื่อมวลชน และข่าวนี้เป็นการสร้างข่าวให้เกิดความสับสนทางการเมือง พี่น้องทุกคนโดยเฉพาะ สส.ทั้ง 56 ที่นั่งที่มาจากเขต กว่าจะได้แต่ละท่านมาเป็น สส. ผมเหนื่อยมามากพอสมควร ถ้าใครไปจากผม ถือว่าเป็นนักการเมืองที่เลวที่สุด”
ทั้งนี้ในช่วงท้ายของการให้สัมภาษณ์ ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามถึงกรณี ชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา ถูกค้นบ้านหลังมีคดีเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ ร้อยธรรมนัสมีท่าทีบ่ายเบี่ยงที่จะตอบคำถามสื่อมวลชน เพียงแต่ระบุว่า ให้รอชนนพัฒฐ์เป็นผู้แถลงต่อสื่อมวลชนเอง ก่อนจะเดินออกจากวงให้สัมภาษณ์
ต่อมาเวลาประมาณ 12.30 น. ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ และ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วย จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ และสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สส.แบบบัญชีรายชื่อ นำคณะ สส.แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย เข้ารายงานตัวต่อสํานักงานเลขาธิการสภาฯ
โดยยศชนันให้สัมภาษณ์ว่า วันนี้ถือเป็นวันพิเศษ เป็นการรายงานตัวของ สส.แบบบัญชีรายชื่อ ยืนยันว่า พร้อมทำงานแล้ว ส่วนข่าวโควตารัฐมนตรี ยศชนันระบุว่า ยังไม่มีอะไรเพิ่มเติม ต้องรอทางพรรคแกนนำและกระบวนการต่างๆ
ส่วนรายชื่อโผคณะรัฐมนตรีสัดส่วนของพรรคเพื่อไทย ยศชนันระบุว่า ยังต้องรอความชัดเจนอีกที ตอนนี้ยังไม่สามารถให้ความชัดเจนได้
ด้านจุลพันธ์กล่าวเสริมว่า จริงๆ แล้วเรื่องนี้เป็นเพียงการคาดการณ์ของสื่อมวลชน พรรคเพื่อไทยยังไม่ได้มีข้อแถลงการณ์ใดๆ รวมถึงยังไม่ได้มีการพูดคุยกับพรรคแกนนำในเรื่องตำแหน่งทางการเมืองและตำแหน่งรองประธานสภาฯ คนที่ 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่คณะกรรมการบริหารพรรคจะต้องมีการประชุม เพื่อที่จะมีมติและส่งชื่อไปให้อนุทินพิจารณาเห็นชอบหรือไม่
เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงรองประธานสภาฯ คนที่ 2 นั้นเป็นสิทธิของพรรคเพื่อไทยที่จะเสนอหรือไม่ จุลพันธ์ให้คำตอบว่า เป็นสิทธิของสมาชิกสภาฯ ทุกพรรคการเมืองสามารถเสนอได้ตำแหน่งนี้ ซึ่งอยู่ที่มติของที่ประชุม
“ภายในของการเป็นพรรคร่วมรัฐบาล โดยมารยาทคงต้องมีการพูดคุยหารือกันก่อน ในส่วนของเพื่อไทยเอง โดยปกติแล้วลักษณะตามที่เป็นข่าว เราเป็นพรรคการเมืองที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับ 2 เพราะฉะนั้นสัดส่วนรองประธานสภาฯ เป็นเรื่องที่ชอบที่พรรคเพื่อไทยควรจะต้องมีตำแหน่งนี้ในการเข้าไปทำหน้าที่ ส่วนจะเป็นใครต้องมีการหารือภายในอีกครั้ง ยังไม่ได้มีการสรุปและเสนอใดๆ”
ทั้งนี้การเข้ารายงานตัวของ สส.จะยังคงเดินหน้าต่อไป โดยปัจจุบันข้อมูลเมื่อเวลา 12.40 น. มี สส.เข้ามารายงานตัวต่อสํานักงานเลขาธิการสภาฯ แล้ว 369 คน จากทั้งหมด 500 คน
สำหรับพรรคประชาชนมีรายงานเพิ่มเติมว่า จะนำคณะ สส.กว่า 120 คน เข้ามารายงานตัวในวันที่ 9 มีนาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป โดยจะเดินทางเข้าอาคารรัฐสภาทางประตูใหญ่ ฝั่งถนนทหาร