11 จังหวัดจมฝุ่นพิษ ‘กทม.-ปริมณฑล’ อากาศอยู่ในเกณฑ์ดี คาดอีก 7 วันภาคเหนือฝุ่นเพิ่ม
เมื่อวันที่ 7 มี.ค. ศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ รายงานการติดตามตรวจสอบคุณภาพอากาศ เวลา 07.00 น. ภาพรวมปริมาณฝุ่นพีเอ็ม 2.5 ในประเทศพบเกินค่ามาตรฐานใน จ.เชียงราย จ.เชียงใหม่ จ.แม่ฮ่องสอน จ.พะเยา จ.ลำพูน จ.ลำปาง จ.แพร่ จ.ตาก จ.นครสวรรค์ จ.สระบุรี และ จ.ราชบุรี
ภาคเหนือ เกินค่ามาตรฐานเป็นส่วนใหญ่ ตรวจวัดได้ 15.7-63.9 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 5.8-23.6 มคก./ลบ.ม. ภาคกลางและตะวันตก เกินค่ามาตรฐาน 2 พื้นที่ ตรวจวัดได้ 16.0-38.1 มคก./ลบ.ม. ภาคตะวันออก ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 13.1-25.9 มคก./ลบ.ม. ภาคใต้ ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดีมาก ตรวจวัดได้ 10.9-26.9 มคก./ลบ.ม. กทม.และปริมณฑล โดยสถานีตรวจวัดของ คพ. ร่วมกับ กทม. ภาพรวมอยู่ในเกณฑ์ดี ตรวจวัดได้ 17.6-34.2 มคก./ลบ.ม.
คำแนะนำทางสุขภาพประชาชนทั่วไป ควรเฝ้าระวังสุขภาพ ลดเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ผู้ที่ต้องดูแลสุขภาพเป็นพิเศษ ควรลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง หรือใช้อุปกรณ์ป้องกันตนเอง ถ้ามีอาการทางสุขภาพ ควรปรึกษาแพทย์ โดยสามารถติดตามสถานการณ์ผ่านทางเว็บไซต์ Air4Thai.com และ airbkk.com แอปพลิเคชัน Air4Thai และ AirBKK
ผลการคาดการณ์สถานการณ์ฝุ่นละออง 7 วันข้างหน้า ระหว่างวันที่ 8-14 มี.ค. กรุงเทพฯและปริมณฑล มีแนวโน้มลดลงวันที่ 10-14 มี.ค. และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ พื้นที่ภาคกลางและตะวันตก มีแนวโน้มลดลงวันที่ 10-14 มี.ค. 69 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นวันที่ 8-10 มี.ค. 69 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีแนวโน้มลดลงวันที่ 8-14 มี.ค. 69 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคตะวันออก มีแนวโน้มลดลงวันที่ 10-14 มี.ค. 69 และยังคงต้องเฝ้าระวังบางพื้นที่ ภาคใต้ ดีอย่างต่อเนื่อง
ด้านนายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า รัฐบาลเดินหน้ายกระดับการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ ภายใต้แผนปฏิบัติการขับเคลื่อนวาระแห่งชาติ “การแก้ไขปัญหามลพิษด้านฝุ่นละออง” ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2568-2570) โดยการตรวจสอบรถควันดำที่ต้นทางและริมเส้นทางจราจร เป็นมาตรการหนึ่งตามแผนปฏิบัติการ ซึ่งพื้นที่ กทม. ได้ถูกประกาศให้เป็นเขตควบคุมมลพิษในช่วงเดือน พ.ย.-มี.ค. ของทุกปี กรมควบคุมมลพิษ ได้เพิ่มความเข้มงวดกับรถที่ปล่อยควันดำ เนื่องจากรถยนต์เครื่องยนต์ดีเซลเป็นแหล่งกำเนิด PM2.5 ในเขต กทม. ร้อยละ 57 และได้ปรับลดค่ามาตรฐานควันดำจากร้อยละ 30 เหลือไม่เกินร้อยละ 20 พร้อมบังคับใช้มาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดในช่วง "90 วันอันตราย" ตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2568-28 ก.พ. 2569 ซึ่งเป็นช่วงที่ฝุ่น PM2.5 สูงในพื้นที่ กทม. หากตรวจพบรถที่มีค่าควันดำเกินเกณฑ์มาตรฐานจะถูกปรับสูงสุด 5,000 บาท และถูกสั่งระงับใช้รถชั่วคราวโดยการพ่นข้อความ "ห้ามใช้" จนกว่าจะดำเนินการปรับปรุงแก้ไขให้ถูกต้อง
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ผลปฏิบัติการในช่วง 90 วันอันตรายที่ผ่านมา ในพื้นที่ กทม. ตรวจสอบรถยนต์ควันดำ 53,848 คัน พบรถยนต์ควันดำเกินค่ามาตรฐานและได้ออกคำสั่งปรับปรุงแก้ไขจำนวน 1,004 คัน คิดเป็นร้อยละ 1.9 และภาพรวมทั่วประเทศได้มีการตรวจสอบรถยนต์ควันดำ รวม 128,338 คัน มีรถยนต์ที่มีควันดำเกินค่ามาตรฐานและได้ออกคำสั่งปรับปรุงแก้ไข 2,044 คัน ของรถที่ถูกตรวจสอบทั้งหมด ลดลงจากปีที่แล้วร้อยละ 0.6 ซึ่งมีจำนวนรถยนต์ที่ปรับปรุงแก้ไขและตรวจสอบผ่านแล้วจำนวน 1,201 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อนร้อยละ 6
นายสุรินทร์ กล่าวว่า การตรวจจับและบังคับใช้กฎหมายในปีนี้ ได้ปรับค่ามาตรฐานควันดำที่เข้มขึ้น แต่พบรถยนต์ที่ควันดำเกินมาตรฐานลดลง สะท้อนให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่สามารถปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างเคร่งครัด และมีความตระหนักในการร่วมกันลดปัญหาฝุ่น PM2.5 ผ่านการบำรุงรักษาเครื่องยนต์ เช่น เปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ไส้กรองอากาศ ตรวจสอบหัวฉีดน้ำมัน ระบบปั๊มเครื่องยนต์รถให้ใช้งานตามปกติ เพื่อช่วยลดฝุ่น PM2.5 เพื่ออากาศสะอาดของคนไทย