โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ผวา! น้ำมันพุ่ง 200 เหรียญ ธุรกิจต้นทุนน้ำมันสะเทือน PTTEP รับอานิสงส์เต็มสูบ

Share2Trade

อัพเดต 12 มี.ค. เวลา 03.26 น. • เผยแพร่ 12 มี.ค. เวลา 03.26 น. • Share2Trade
ผวา! _S2T (เว็บ) 2569_0.jpg

เตรียมรับมือ! ราคาน้ำมันดิบอาจแตะ 200 ดอลลาร์ หลังอิหร่านเตือนว่าหากสหรัฐโจมตีท่าเรือสำคัญ อาจมีการตอบโต้ครั้งใหญ่ และมีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะพุ่งแตะระดับ 200 ดอลลาร์/บาร์เรล โบรกฯ มองหุ้นหุ้นเด่น PTTEP-โรงกลั่น รับประโยชน์มากสุด รับแรงหนุนราคาน้ำมัน-ค่าการกลั่นพุ่ง

นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ เอเอสแอล จำกัด ให้มุมมองว่า ประเมินดัชนีแกว่งตัวในกรอบ 1,380-1,425 จุด โดยสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังคงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดการเงินโลก ที่ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐ-อิสราเอลกับอิหร่านได้ส่งผลให้ความเสี่ยงต่ออุปทานพลังงานเพิ่มสูงขึ้น

หลังมีรายงานการโจมตีเรือสินค้าในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลกที่มีสัดส่วนการส่งผ่านราว 20% ของอุปทานน้ำมันโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวขึ้นแรง โดยสัญญาน้ำมัน WTI ปิดที่ 87.25 ดอลลาร์/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.55% ขณะที่ Brent ปิดที่ 91.98 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 4.76%

แม้ว่าสำนักงานพลังงานระหว่างประเทศ (IEA) จะประกาศระบายน้ำมันจากคลังสำรองเชิงยุทธศาสตร์มากถึง 400 ล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นการระบายครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ เพื่อบรรเทาภาวะอุปทานตึงตัว อย่างไรก็ตาม มองว่าปริมาณดังกล่าวเทียบเท่าการผลิตน้ำมันโลกเพียงประมาณ 4 วัน จึงยังไม่เพียงพอที่จะคลายความกังวลของตลาด โดยอิหร่านยังเตือนว่าหากสหรัฐโจมตีท่าเรือสำคัญ อาจมีการตอบโต้ครั้งใหญ่ และมีความเป็นไปได้ที่ราคาน้ำมันจะพุ่งแตะระดับ 200 ดอลลาร์/บาร์เรล

ด้านนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่า พัฒนาการสงครามล่าสุด ตลาดให้น้ำหนักทางลบ ซึ่งมีเรื่องบวกคือ IEAประกาศปล่อยน้ำมันดิบออกจากคลังสำรอง 400 ล้านบาร์เรล ตามกระแสข่าว และประธานาธิบดี ทรัมป์ระบุอิหร่านแทบไม่เหลือเป้าให้โจมตีแล้ว คาดจบสงครามเร็วๆนี้ ส่วนประธานาธิบดี อิหร่านเริ่มเปิดทางเจรจา

โดยเรื่องลบคือ อิหร่านโจมตีเรือช่องแคบฮอร์มุซ เพิ่มความกังวลตลาดต่ออุปสรรคการกลับมาขนส่งน้ำมัน ราคาน้ำมันดิบเช้านี้เร่งขึ้นกรอบ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล แม้ยังไม่เกินระดับ 95 เหรียญฯ และยืนระยะระดับเดือนที่ประเมินจะส่งผลกระทบกำไรตลาดมีนัยฯขึ้น

แต่ระยะสั้นจิตวิทยาลบตลาดกำลังพัฒนากลุ่มเอเชียที่ส่วนใหญ่นำเข้าพลังงานสุทธิ ทำให้ตลาดหุ้นวันนี้มีแนวโน้มแกว่งตัวรอประเมินสถานการณ์เพิ่ม แต่หนุนกลุ่มเด่นขึ้น คือ พลังงานต้นน้ำ และหุ้นจำหน่ายสินค้า,บริการจำเป็น อาทิ สื่อสาร ค้าปลีกสินค้าจำเป็น และโรงพยาบาลที่ปรับลง ความเสี่ยงผลกระทบตะวันออกกลางแล้ว อาทิ BDMS, BCH

ขณะที่นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าราคาน้ำมันดิบโลกปรับขึ้นอีกรอบหลังคาดหวังสงครามอิหร่านจะจบเร็วขึ้น กลุ่มประเทศสมาชิก IEA ประกาศปล่อยน้ำมันดิบสำรองที่มีกว่า 1.6 ล้านบาร์เรลเข้าสู่ตลาด แต่สถานการณ์สงครามยังไม่มีทีท่าจะยุติและยังยืดเยื้อ เรือขนส่งสินค้ายังถูกโจมตีบริเวณช่องแคบฮอร์มูซ แสดงให้เห็นว่าช่องแคบฮอมุสยังวิกฤติ

ดังนั้นการปรับขึ้นของราคาน้ำมันดิบนอกจากจะส่งเซนติเมนต์เชิงลบต่อเศรษฐกิจแล้ว จากนี้ไปอาจจะเริ่มส่งผลกระทบต่อธุรกิจและอุตสาหกรรมที่ใช้น้ำมันและก๊าซเป็นวัตถุดิบและพลังงาน หุ้นที่ได้ประโยชน์คือ PTTEP และโรงกลั่นได้ผลบวกจากทั้งราคาน้ำมันที่ปรับขึ้นและค่าการกลั่นที่พุ่งแรง ส่วนการขาดแคลนน้ำมันดิบป้อนโรงกลั่นน่าจะผ่อนคลายหลังหลายประเทศปล่อยปริมาณสำรองน้ำมันดิบออกมาช่วย

ส่วนกลุ่มที่จะได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซที่ปรับขึ้นตามราคาน้ำมันได้แก่ กลุ่มโรงไฟฟ้า SPP (BGRIM, GPSC, WHAUP) ส่วน RATCH EGCO และ GULF จะได้เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นโรงไฟฟ้า IPP ทำให้ได้รับผลกระทบจำกัด ส่วนกลุ่มปิโตรเคมีแม้ราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีจะปรับขึ้น แต่ราคาวัตถุดิบอย่าง Naphtha ที่ได้จากโรงกลั่น และก๊าซอีเทนจากโรงแยกก๊าซจะปรับขึ้นสูงกว่าจะทำให้ spread product แคบลง นอกจากนี้กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นๆที่ใช้น้ำมันและก๊าซฯ เป็นต้นทุนการผลิตจะได้รับผลกระทบตามไปด้วย แม้รัฐบาลจะมีนโยบายอุดหนุนราคาน้ำมันบางส่วน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...