โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นักวิเคราะห์ เกาะติดผลกระทบ PSL หลังเรือถูกโจมตีในตะวันออกกลาง

การเงินธนาคาร

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 17.21 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 10.21 น.

นักวิเคราะห์ฯ ประเมินเหตุเรือเทกองของ PSL ถูกโจมตีใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ สะท้อนความเสี่ยงต่อธุรกิจเดินเรือเทกองในเส้นทางตะวันออกกลาง ขณะที่ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์เริ่มปรับขึ้น โบรกมอง RCL อาจได้ประโยชน์ แนะติดตามมูลค่าความเสียหายและความคุ้มครองประกันของเรืออย่างใกล้ชิด

11 มีนาคม 2569 บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) หรือ BLS ระบุผ่านบทวิเคราะห์ถึงกรณีเรือเทกองของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ PSL ชื่อ “มยุรี นารี” ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง โดยเรือลำดังกล่าวถูกลูกหลงจนเกิดความเสียหายและมีไฟไหม้บริเวณดาดฟ้าเรือ

อย่างไรก็ตาม แม้เรือยังสามารถกลับมาใช้งานได้หลังนำเข้าซ่อมแซม และมีประกันรองรับความเสียหาย แต่เหตุการณ์ดังกล่าวสะท้อนถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นต่อบริษัท PSL ซึ่งมีเรือเทกองที่ต้องวิ่งผ่านพื้นที่ดังกล่าว และอาจทำให้การนำเรือไปให้บริการในเส้นทางดังกล่าวไม่คุ้มค่ากับความเสี่ยงด้านประกันภัย

สำหรับผู้ถือหุ้น PSL อาจต้องพิจารณาปรับกลยุทธ์จากเรือเทกองไปสู่ธุรกิจเรือคอนเทนเนอร์แทน

ในส่วนของบริษัท อาร์ ซี แอล จำกัด (มหาชน) หรือ RCL นั้น ไม่มีเรือที่วิ่งผ่านพื้นที่สงครามดังกล่าว โดยในกรณีที่มีความต้องการขนส่งเพิ่มขึ้น บริษัทอาจใช้วิธีเช่าเรือเพิ่มเติม แม้ว่าต้นทุนจะเพิ่มขึ้นบ้าง แต่ลูกค้ายังคงยอมรับต้นทุนดังกล่าวได้

นอกจากนี้ การขนส่งสินค้าทางตู้คอนเทนเนอร์ยังสามารถหลีกเลี่ยงพื้นที่ความเสี่ยงได้ โดยสามารถขนส่งผ่านระบบ Landbridge ได้

ทั้งนี้หากข่าวดังกล่าวส่งผลให้เกิดความกังวลและทำให้ราคาหุ้น RCL ถูกแรงขายในตลาด อาจเป็นจังหวะให้ใช้โอกาสดังกล่าวเข้าซื้อหุ้น เนื่องจากเหตุการณ์นี้ไม่ได้กระทบต่อธุรกิจของบริษัท

ขณะเดียวกัน ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์ในปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นแล้วประมาณ 12% เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อน และหากอิงจากสถิติในอดีต หลังสถานการณ์สงครามเริ่มนิ่ง ค่าระวางเรือคอนเทนเนอร์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อได้อีกประมาณ 200–300%

บล.กรุงศรี ระบุว่า เรือ Mayuree Naree ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าแบบ Bulk Carrier สัญชาติไทย ถูกระบุในรายงานข่าวว่าเป็นเรือไทยที่ถูกโจมตีบริเวณชายฝั่งอิหร่านขณะพยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อมูลติดตามเรือสาธารณะยืนยันว่าเรือลำนี้ใช้ธงไทยอยู่ในย่าน Persian Gulf และมีปลายทางไป Kandla, India

โดยจากรายงานข่าวยังไม่ยืนยันชนิดสินค้าที่บรรทุกในเที่ยวนี้อย่างชัดเจน แต่ด้วยลักษณะเรือแบบ Dry Bulk ของPSL โดยทั่วไปมักใช้ขนสินค้าโภคภัณฑ์เทกอง เช่น เมล็ดพืช ถ่านหิน แร่ ปุ๋ย หรือวัตถุดิบอุตสาหกรรม มากกว่าน้ำมันหรือคอนเทนเนอร์

นัยของข่าวคือความเสี่ยงต่อเรือพาณิชย์ไทยในเส้นทางตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเหตุโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรือบรรทุกน้ำมัน แต่ลามมาถึงเรือเทกองด้วย

บล.กรุงศรี ระบุว่า เรือ Mayuree Naree ซึ่งเป็นเรือบรรทุกสินค้าแบบ Bulk Carrier สัญชาติไทย ถูกระบุในรายงานข่าวว่าเป็นเรือไทยที่ถูกโจมตีบริเวณชายฝั่งอิหร่านขณะพยายามผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่ข้อมูลติดตามเรือสาธารณะยืนยันว่าเรือลำนี้ใช้ธงไทยอยู่ในย่าน Persian Gulf และมีปลายทางไป Kandla, India

โดยจากรายงานข่าวยังไม่ยืนยันชนิดสินค้าที่บรรทุกในเที่ยวนี้อย่างชัดเจน แต่ด้วยลักษณะเรือแบบ Dry Bulk ของPSL โดยทั่วไปมักใช้ขนสินค้าโภคภัณฑ์เทกอง เช่น เมล็ดพืช ถ่านหิน แร่ ปุ๋ย หรือวัตถุดิบอุตสาหกรรม มากกว่าน้ำมันหรือคอนเทนเนอร์

ทั้งนี้ความเสี่ยงต่อเรือพาณิชย์ไทยในเส้นทางตะวันออกกลางเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เพราะเหตุโจมตีไม่ได้จำกัดอยู่แค่เรือบรรทุกน้ำมัน แต่ลามมาถึงเรือเทกองด้วย

ด้านบล.กสิกรไทย ระบุว่า ราคาหุ้นPSL ปรับตัวลง 6% หลังมีข่าวเรือเทกองถูกยิงขณะพยายามออกจากช่องแคบฮอร์มุซ โดยเบื้องต้นบริษัทยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวจริง ส่วนรายละเอียดยังไม่ชัดเจน เบื้องต้นบริษัทแจ้งว่ามีเพียงลำเดียวที่ติดในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งคือเรือที่ถูกโจมตี บริษัทคาดว่าจะให้จะสามารถให้ข้อมูลเพิ่มเติมเย็นวันนี้

ทั้งนี้ประเด็นที่ต้องติดตามคือเรื่องว่ามูลค่าความเสียหายคือเท่าไหร่ และเรือมีประกันชดเชยหรือไม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์หุ้นไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...