โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ภูมิใจไทย ลุ้นปาร์ตี้ลิสต์ ‘ส้ม’ ทิ้งไพ่ลับ เพื่อไทย แห่ ‘ยศชนัน’

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 31 ม.ค. เวลา 03.37 น. • เผยแพร่ 31 ม.ค. เวลา 04.02 น.

โค้งสุดท้าย 7 วันก่อนเลือกตั้ง 4 พรรคตัวแปร-พลิกเกม หาเสียงดุเดือด เพื่อไทยปิดท้ายแคมเปญเจาะซ้ำพื้นที่อีสานแดงแท้ แห่ “ยศชนัน” ปิดท้ายที่หน้าทำเนียบรัฐบาล ขยี้ขยายนโยบายเงินล้าน เบียดพื้นที่ ปชน. แชมป์ทุกโพล ลุ้นเปิด “ตัวละครลับ” ว่าที่ รมว.คลัง บนเวทีปราศรัยใหญ่ กทม. ปักหมุดเลือกส้มให้ชนะขาด ปชป.ชูอภิสิทธิ์ เจาะชั้นใน กทม.เลาะสนามภาคใต้ หวังเป็นพรรค “คุมเกม” รัฐบาลใหม่ ภูมิใจไทยไม่ถอย ส่ง 3 ขุนพลเศรษฐกิจลุ้นคะแนนปาร์ตี้ลิสต์โค้งสุดอันตราย

การหาเสียงของพรรคการเมืองในช่วงโค้งสุดท้าย ที่มีหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ 2 วัน วันแรก คือการเลือกตั้งล่วงหน้านอกเขตเลือกตั้ง ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และวันเลือกตั้งทั่วไปทั้งประเทศ 8 กุมภาพันธ์ พรรคการเมืองตัวพลิกเกม 4 พรรค ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย พรรคประชาชน พรรคภูมิใจไทย และพรรคประชาธิปัตย์ ต่างเดินสายหาเสียงกันเข้มข้น

ภูมิใจไทย ปักธง 150 ที่นั่ง

พรรคภูมิใจไทย (ภท.) ในฐานะพรรครัฐบาลรักษาการ ใช้ยุทธศาสตร์โค้งสุดท้ายก่อนวันเลือกตั้ง เน้น สส.ระดับเขต พื้นที่เป้าหมายเดิมที่เคยชนะ และบุกพื้นที่บ้านใหญ่ ที่ย้ายเข้าพรรคในครั้งนี้ คาดหมาย สส.เขตเพิ่มในเขตอีสาน และภาคใต้ และหวังคะแนน สส.บัญชีรายชื่อ จากการหาเสียงของ 3 ขุนพลเศรษฐกิจ “เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ-ศุภจี สุธรรมพันธุ์” กับกระแสความมั่นคงของ “สีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว” และอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะนายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย แหล่งข่าวจากแกนนำพรรค ระบุตัวเลข สส. ทั้งระบบบัญชีรายชื่อและระบบเขต อยู่ในระดับ 150 ที่นั่ง

โดยเฉพาะภาคใต้ที่มี 59 เขตเลือกตั้ง “พิพัฒน์ รัชกิจประการ” รมว.คมนาคม ในฐานะแม่ทัพใหญ่ภาคใต้ หวังเก้าอี้ สส.เขตถึง 30 เขตเลือกตั้ง ที่ส่วนหนึ่งย้ายพรรคมาจากรวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) เจาะบางเขตในพื้นที่ จ.กระบี่-ระนอง-พัทลุง-ชุมพร และนครศรีธรรมราช รวมทั้งพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ขายผลงาน เอกนิติ-ศุภจี

ส่วนสนามเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพมหานคร (กทม.) ภูมิใจไทย นำทัพโดย “ศุภมาส อิศรภักดี” และ “เอกนัฏ พร้อมพันธุ์” จัดปราศรัยใหญ่ 30 มกราคม ที่สวนลุมพินี เพื่อสื่อสารนโยบายและสร้างความมั่นใจชาวกรุงเทพฯ ถึงนโยบายการรับมือปัญหา เศรษฐกิจ ความมั่นคง ภัยธรรมชาติ

และขายผลงานในฐานะรัฐบาล 73 วัน ในการบริหารการคลัง-พาณิชย์-ความมั่นคง ของ เอกนิติ-ศุภจี-สีหศักดิ์ เพื่อเรียกคะแนน สส.ปาร์ตี้ลิสต์ ขณะที่คิวตารางเดินสายของอนุทิน 2 กุมภาพันธ์ จะไปขึ้นเวที จ.สุพรรณบุรี เพื่อช่วย “วราวุธ ศิลปอาชา” 3 กุมภาพันธ์ ขึ้นเวที จ.สุราษฎร์ธานี 4 กุมภาพันธ์ เดินสายขอคะแนนคนชายแดนอีสานใต้ จ.ศรีสะเกษ และ 5 กุมภาพันธ์ ปิดท้ายเวทีภาคใต้ จ.นครศรีธรรมราช ก่อนปิดเวทีหาเสียงพรรคภูมิใจไทย ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ 6 กุมภาพันธ์

เพื่อไทย ย้ำนโยบายลุยอีสาน

ช่วงโค้งสุดท้ายของพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้แคนดิเดตนายกฯ 3 คน แยกสายกันช่วยผู้สมัคร สส. และกล่าวย้ำถึงนโยบายที่เป็นเรือธงครบทุกนโยบาย เช่น เศรษฐีเงินล้านวันละ 9 คน ใช้งบฯกว่า 3,500 ล้านบาทต่อปี นโยบายล้างหนี้ให้กับประชาชน-SMEs พักหนี้เกษตรกร ประกันกำไรสินค้าเกษตร 30% หวยเกษียณ โครงการยิ่งกว่าพลัส 70 : 30

หากมีเวทีดีเบตรายการสำคัญในช่วงโค้งสุดท้าย พรรคเพื่อไทยวางตัว แคนดิเดตนายกฯ อันดับ 2 คือ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ ประชันวิสัยทัศน์กับพรรคคู่แข่ง

ขณะที่ ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 1 ผู้สมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับ 1 และ สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ แคนดิเดตนายกฯ ลำดับ 3 และผู้อำนวยการการเลือกตั้งของพรรคเพื่อไทย จะลงพื้นที่หาเสียงย้ำพื้นที่เป้าหมาย ที่เป็น “หัวใจ” และ “ฐานเสียง” ของพรรคเพื่อไทยโดยในช่วงท้ายได้ลงพื้นที่ภาคเหนือ ทั้งน่าน แพร่ อุตรดิตถ์ ลำปาง เชียงราย เชียงใหม่ พะเยา

ดึงคะแนน “แดงแท้” อีสาน

ในเดือนกุมภาพันธ์ “ยศชนัน” จะไปย้ำหาเสียงเขตภาคอีสานตอนใต้อีกรอบ เพื่อปกป้องฐานเสียง ไม่ให้แตกไปเลือกพรรคภูมิใจไทย หลังจากการลงอีสานรอบแรกไปย้ำคะแนนในเขตที่เป็น “แดงแท้”

เพราะหากเทียบการเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทย ได้ สส.ในภาคอีสานมากที่สุด 73 ที่นั่ง จากจำนวนเขตเลือกตั้งทั้งหมด 133 เขต ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ได้ 35 ที่นั่ง พรรคพลังประชารัฐ 7 ที่นั่ง ก้าวไกล 7 ที่นั่ง ไทยสร้างไทย 5 ที่นั่ง เพื่อไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 2 ที่นั่ง และชาติไทยพัฒนา 1 ที่นั่ง

โดย “ยศชนัน” จะลงพื้นที่ จ.นครพนม ที่มีอยู่ 4 เขตเลือกตั้ง ตรึงกำลังป้องกันการถูกภูมิใจไทยเจาะ เพราะในการเลือกตั้ง 2566 พรรคเพื่อไทย แบ่งกับ ภูมิใจไทย ฝ่ายละ 2 ที่นั่ง แต่เมื่อเพื่อไทยเป็นรัฐบาล “มนพร เจริญศรี” อดีต รมช.คมนาคม แม่ทัพนครพนมของเพื่อไทย ปักธงการเมืองท้องถิ่น ล้ม “สหายแสง” บ้านใหญ่โพธิ์สุ ได้สำเร็จ แต่ครั้งนี้ บ้านใหญ่โพธิ์สุต้องการทวงคืนเก้าอี้ จึงสู้กันดุเดือด

จากนั้น ยศชนันจะไปอุบลราชธานี พื้นที่ที่หลากหลายที่สุดในภาคอีสาน เพราะมี 11 เขตเลือกตั้ง ในการเลือกตั้ง 2566 แบ่ง สส.อยู่หลายพรรค โดยเพื่อไทย ได้มา 3 ที่นั่ง ภูมิใจไทย 4 ที่นั่ง ประชาธิปัตย์ 1 ที่นั่ง ไทรวมพลัง 2 ที่นั่ง พรรคไทยสร้างไทย 1 ที่นั่ง

ทว่า ศึกเลือกตั้งปี 2569 คนที่เคยเป็นของพรรคเพื่อไทย พ่อลูก พิทักษ์พรพัลลภ ชูวิทย์-สุดารัตน์ พิทักษ์พรพัลลภ ย้ายจากเพื่อไทย โดยเฉพาะ “สุดารัตน์” ย้ายไปสวมเสื้อคลุมสีน้ำเงิน พรรคเพื่อไทยจึงต้องป้องกันพื้นที่ไม่ให้เสียไปมากกว่าเดิม

เช่นเดียวกับ จ.สุรินทร์ ที่มีอยู่ 8 เขต ในปี 2566 พรรคเพื่อไทยได้มา 3 เขต พรรคภูมิใจไทย 4 เขต ขณะที่ศรีสะเกษ 9 เขตเลือกตั้ง ต้องสู้กับบ้านใหญ่ไตรสรณกุล แห่งพรรคสีน้ำเงินที่รุกคืบในพื้นที่ แม้ว่าพรรคเพื่อไทยจะได้ สส. 6 จาก 9 ที่นั่งก็ตาม

สิ้นสุดฤดูหาเสียงหน้าทำเนียบ

จบจากทัวร์อีสานรอบสุดท้าย พรรคเพื่อไทย วางคิว 3 แคนดิเดตนายกฯ เรียกเรตติ้งใน กทม. ตั้งแต่วันที่ 5-7 กุมภาพันธ์ เชื่อว่าจะทวงเก้าอี้คืนมาได้จากพรรคประชาชนได้ในหลายเขตเลือกตั้ง โดยเฉพาะพื้นที่รอบนอก กทม. โดยจะเปิดปราศรัยใหญ่ 6 กุมภาพันธ์ ขณะนี้มี 3 ที่ที่เป็นตัวเลือกในการตั้งเวทีปราศรัยใหญ่ คือ สวนเบญจสิริ สนามเทพหัสดิน สวนจุฬา 100 ปี

และไฮไลต์ที่สุด คือ 7 กุมภาพันธ์ 1 วันก่อนเลือกตั้ง ทีมยุทธศาสตร์หาเสียง วางโปรแกรมให้ 3 แคนดิเดตนายกฯ นำโดย ยศชนัน-จุลพันธ์-สุริยะ ขึ้นรถแห่ทั่ว กทม. เชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้ง และจะสิ้นสุดคาราวานหาเสียงที่หน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อเป็นสัญลักษณ์จะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

ปชน.คาราวาน 77 จังหวัด

ด้านพรรคประชาชน เปิดคาราวาน 8 สาย 77 จังหวัดทั่วประเทศ เหมือนที่พรรคก้าวไกลเคยใช้ยุทธวิธีนี้แล้วประสบความสำเร็จในช่วงท้ายของการเลือกตั้ง 2566 โดยคาราวานรถแห่ทั้ง 8 สาย เดินทางไปทุกจังหวัด โดยเริ่มออกเดินทาง 30 มกราคม ประกอบด้วย สายเหนือฝั่งซ้าย : เพลิงพระนาง เริ่มต้นที่พิจิตร จบที่เชียงใหม่ สายเหนือฝั่งขวา : กลิ่นกาสะลอง เริ่มต้นที่เพชรบูรณ์ จบที่เชียงใหม่

สายอีสานริมโขง : นายฮ้อยทมิฬ เริ่มต้นที่กาฬสินธุ์ จบที่ขอนแก่น สายอีสานใต้ : คมแฝก เริ่มต้นที่ชัยภูมิ จบที่ขอนแก่น สายภาคกลาง : มนต์รักลูกทุ่ง เริ่มต้นที่อุทัยธานี จบที่นนทบุรี สายตะวันออก : ลูกน้ำเค็ม เริ่มต้นที่ปทุมธานี จบที่สมุทรปราการ สายใต้บน : ฝนใต้ เริ่มต้นที่เพชรบุรี จบที่สงขลา สายใต้ล่าง : บินหลาดง เริ่มต้นที่ภูเก็ต จบที่สงขลา

คาราวาน 77 จังหวัด 8 สาย จะมาบรรจบกันในเวทีปิดท้าย ปราศรัยใหญ่สนามไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง 6 กุมภาพันธ์ ย้ำแคมเปญโค้งท้าย “ไม่เลือกเรา เทามาแน่”ต่อยอดช่วงต้นการหาเสียง “มีเรา ไม่มีเทา” และซ้ำด้วยการชวนโหวตเตอร์ เลือกพรรคประชาชนให้ชนะขาด ปิดช่องพรรคอันดับ 2 กับ 3 จับมือตั้งรัฐบาล

และอาจจะมีการเปิด “ตัวละครลับ” ในทีมบริหารรัฐบาลประชาชน ที่พรรคประชาชนเก็บไว้นาทีสุดท้าย คือ ตำแหน่งว่าที่ รมว.คลัง ปรากฏตัว หวังปั่นกระแสสูงสุดก่อนวันเลือกตั้ง

เคาะประตูชนชั้นกลาง

พรรคประชาธิปัตย์ ภายใต้การนำของ “อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ” กลายเป็นพรรคตัวเปลี่ยนเกม เมื่อกระแสพรรค-เรตติ้งในตัว “อภิสิทธิ์” เบียดทั้ง อนุทิน-ยศชนัน ดังนั้น นอกจากภาคใต้ ที่พรรคประชาธิปัตย์หมายมั่นปั้นมือ ที่ “อภิสิทธิ์” และพรรคประชาธิปัตย์ จะเปิดเวทีปราศรัยใหญ่ 1 กุมภาพันธ์ ที่ จ.นครศรีธรรมราช 2 กุมภาพันธ์ ที่หาดใหญ่ จ.สงขลา 3 กุมภาพันธ์ จ.ตรัง และ จ.พัทลุง

โดยกระแสความนิยมในภาคใต้ แหล่งข่าวจากพรรคประชาธิปัตย์ประเมินว่า กระแสพรรคดีวันดีคืน โดยเฉพาะคะแนนพรรคในระบบบัญชีรายชื่อ เนื่องจากคู่แข่งทางการเมือง ไม่ได้ทุ่มสรรพกำลังไปที่คะแนนปาร์ตี้ลิสต์ จะทุ่มไปที่ สส.เขตเท่านั้น จึงคาดหวังว่าสุดท้าย คะแนนปาร์ตี้ลิสต์จะช่วยให้ชาวบ้านไปเลือกพรรคประชาธิปัตย์

“วันนี้ถ้าเดินไปถามชาวบ้าน ถามว่าจะเลือกพรรคไหนก็ตอบว่า เลือกพรรคประชาธิปัตย์ แต่ถ้าถามว่าจะเลือก สส.เขตของพรรคประชาธิปัตย์หรือเปล่า ชาวบ้านก็ตอบว่า ขอดูอีกที แสดงว่า ชาวบ้านยังมีความลังเลที่จะเลือก เนื่องจากพรรคคู่แข่งทุ่มสรรพกำลังเต็มที่ ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ไม่ได้ทำอย่างนั้น จึงประเมินยากว่า สส.เขตจะสู้ได้หรือไม่” แหล่งข่าวกล่าว

พลิกเกมคุมทิศรัฐบาลใหม่

สำหรับการเก็บคะแนนเสียงใน กทม. เพื่อเจาะชนชั้นกลาง แหล่งเศรษฐกิจใจกลางเมือง อภิสิทธิ์ และแคนดิเดตนายกฯ กรณ์ จาติกวณิช-การดี เลียวไพโรจน์ จะเดินหาเสียงทั้งแพ็ก 3 คน ช่วยผู้สมัครใน กทม.ช่วงโค้งสุดท้าย พร้อมชูยุทธศาสตร์ เป็นพื้นที่ปลอดภัยให้ทุกขั้ว ด้วยการเป็น พรรคที่เข้าไป “คุมทิศทางรัฐบาลใหม่” ให้เป็นรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ และยึดประโยชน์ของส่วนรวม ไม่สร้างความแตกแยก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ภูมิใจไทย ลุ้นปาร์ตี้ลิสต์ ‘ส้ม’ ทิ้งไพ่ลับ เพื่อไทย แห่ ‘ยศชนัน’

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...