“อิหร่าน-รัสเซีย” เปิดฉากซ้อมรบทางเรือ ท้าทายแรงกดดันสหรัฐ
"อิหร่าน-รัสเซีย" เริ่มการซ้อมรบทางเรือร่วมในช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวโอมาน และตอนเหนือมหาสมุทรอินเดีย ท่ามกลางการเสริมกำลังทหารของสหรัฐ
วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 21.33 น. สำนักข่าว CNA รายงานว่า อิหร่านและรัสเซียเริ่มการซ้อมรบทางเรือร่วมกันในน่านน้ำทางตอนใต้ของอิหร่านเมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ท่ามกลางช่วงเวลาที่สหรัฐเดินหน้าเสริมกำลังทางทหารในทะเลอาหรับอย่างต่อเนื่อง โดยการฝึกดังกล่าวจัดขึ้นเป็นหลักในบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ อ่าวโอมาน และตอนเหนือของมหาสมุทรอินเดีย
การซ้อมรบภายใต้ชื่อ “Maritime Security Belt” เป็นการฝึกประจำปีที่จัดต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2562 และในหลายครั้งที่ผ่านมา มักมีจีนเข้าร่วมด้วย อย่างไรก็ดีการฝึกครั้งล่าสุดยังไม่ปรากฏว่าจีนมีส่วนร่วม
พลเรือเอกฮัสซัน มักซูดลู แห่งกองทัพเรืออิหร่าน ระบุว่า หนึ่งในเป้าหมายสำคัญของการซ้อมรบคือ การป้องกันไม่ให้เกิดการดำเนินการฝ่ายเดียวใด ๆ ในภูมิภาค ซึ่งสะท้อนถึงความกังวลต่อการเพิ่มบทบาททางทหารของสหรัฐในพื้นที่
สื่ออิหร่านรายงานว่า กองทัพเรือของอิหร่านและรัสเซียได้ฝึกการลาดตระเวนทางอากาศ การจัดรูปขบวนเชิงยุทธวิธี และการเคลื่อนกำลังในรูปแบบต่าง ๆ รวมถึงการจำลองสถานการณ์เชิงรุก เพื่อยกระดับการประสานงานทางยุทธวิธี เสริมความแข็งแกร่งด้านการบังคับบัญชาและควบคุมร่วมกัน และฝึกการตอบสนองอย่างรวดเร็วในสถานการณ์จริง
กำลังรบที่เข้าร่วมประกอบด้วยหน่วยจากกองทัพเรืออิหร่านและกองทัพเรือของกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) อาทิ เรือรบ เรือเร็วติดอาวุธ ขีปนาวุธ เรือเฮลิคอปเตอร์ หน่วยปฏิบัติการพิเศษ และเครื่องบินขับไล่ของกองทัพอากาศอิหร่าน ขณะที่ฝ่ายรัสเซียมีเรือคอร์เวตต์ Stoikiy เข้าร่วมเพียงลำเดียว
ทั้งนี้ IRGC เพิ่งจัดการซ้อมรบทางเรือในช่องแคบฮอร์มุซเมื่อวันที่ 16–17 กุมภาพันธ์ และคาดว่าจะถูกสหภาพยุโรปขึ้นบัญชีเป็นองค์กรก่อการร้ายอย่างเป็นทางการภายในสัปดาห์นี้ หลังมีมติในหลักการไปแล้วตั้งแต่เดือนก่อน
นักวิเคราะห์บางรายมองว่าการซ้อมรบร่วมครั้งนี้มีลักษณะเชิงสัญลักษณ์มากกว่าการแสดงแสนยานุภาพจริง โดยโมฮัมหมัด ปาร์ซี อดีตนายทหารเรืออิหร่าน ระบุว่า ยากที่จะจินตนาการว่ารัสเซียจะให้การสนับสนุนอิหร่านอย่างเป็นรูปธรรม หากเกิดการเผชิญหน้าโดยตรงกับสหรัฐฯ และมองว่ามอสโกอาจใช้เตหะรานเป็นเครื่องมือกดดันต่อชาติตะวันตกมากกว่าการผูกมัดในเชิงพันธมิตรด้านการป้องกัน
การซ้อมรบมีขึ้นในช่วงที่สหรัฐและอิหร่านยังคงหารือกันเกี่ยวกับความเป็นไปได้ของข้อตกลงเพื่อจำกัดโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่านและหลีกเลี่ยงการทำสงคราม แม้การเจรจารอบล่าสุดที่นครเจนีวาจะยังไม่สามารถบรรลุความคืบหน้าได้
โฆษกทำเนียบขาว แคโรไลน์ เลวิตต์ ระบุว่า “อิหร่านควรตัดสินใจอย่างรอบคอบและบรรลุข้อตกลง” ขณะที่สหรัฐได้เพิ่มกำลังทหารในตะวันออกกลางในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา และเพิ่งส่งเรือบรรทุกเครื่องบินลำที่สองเข้าสู่ทะเลอาหรับ โดยรายงานบางแห่งระบุว่า ขณะนี้กำลังทางอากาศของสหรัฐในภูมิภาคอยู่ในระดับสูงสุดนับตั้งแต่การบุกอิรักในปี 2546
อ้างอิง : cna.al