ดรามาคำนำหน้าต่อเนื่อง! "ปอย ตรีชฎา" หนุนใช้คำนำหน้าตามเพศสภาพ ด้านเพจแพทย์เตือน “เพศกำเนิด” คือข้อมูลชี้เป็นชี้ตายในห้องฉุกเฉิน
ดรามาคำนำหน้าต่อเนื่อง! "ปอย ตรีชฎา" หนุนใช้คำนำหน้าตามเพศสภาพ ด้านเพจแพทย์เตือน “เพศกำเนิด” คือข้อมูลชี้เป็นชี้ตายในห้องฉุกเฉิน
กำลังกลายเป็นอีกหนึ่งดราม่าที่สังคมถกเถียงกันอย่างกว้างขวาง สำหรับประเด็นการใช้คำนำหน้าชื่อของผู้ที่ผ่านการแปลงเพศ ซึ่งกำลังถูกพูดถึงอย่างหนักในสังคมไทย โดยเฉพาะในกลุ่มชาว LGBTQ+ และบุคคลสาธารณะ
ล่าสุด ปอย ตรีชฎา เพชรรัตน์ นักแสดงและอดีตมิสอินเตอร์เนชันแนลควีน ได้ออกมาแสดงจุดยืนสนับสนุนการใช้คำนำหน้าชื่อให้ตรงกับเพศสภาพ โดยมองว่านี่คือสิทธิพื้นฐานที่ช่วยให้ผู้ข้ามเพศสามารถใช้ชีวิตในสังคมได้ง่ายขึ้น ลดการถูกตั้งคำถามหรือเลือกปฏิบัติ
อย่างไรก็ตาม ปอยย้ำว่าหากมีการปรับเปลี่ยนในเชิงกฎหมาย ก็ควรมีระบบคัดกรองหรือขั้นตอนที่รัดกุม เพื่อให้เกิดความสมดุลระหว่างสิทธิของบุคคลและระบบของรัฐ พร้อมยอมรับว่าเสียงของ Transgender ยังถือเป็นเสียงส่วนน้อยในสังคม จึงต้องอาศัยการพูดคุยกับทุกภาคส่วน และเปิดรับความคิดเห็นที่แตกต่างเพื่อหาทางออกร่วมกัน
นอกจากนี้ ปอยยังยกตัวอย่างในมุมของสถานการณ์ฉุกเฉิน โดยมองว่าสิ่งที่สำคัญต่อการรักษาในช่วงเวลาคับขัน เช่น อุบัติเหตุหรือภาวะวิกฤต คือข้อมูลพื้นฐานอย่าง “หมู่เลือด” มากกว่าการตรวจสอบอวัยวะภายในอย่างมดลูกในลำดับแรก พร้อมยืนยันว่าเพศสภาพไม่ควรเป็นอุปสรรคต่อการรักษาพยาบาล
แต่ประเด็นดังกล่าวก็ถูกโต้แย้งจากมุมมองของบุคลากรทางการแพทย์ เมื่อเพจ “หมออนามัยขี้mouth” ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นถึงเรื่องนี้ โดยชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง “สิทธิในอัตลักษณ์” กับ “ความจำเป็นทางการแพทย์”
ทางเพจระบุว่า "ได้ออกมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับประเด็นดังกล่าว ชี้ให้เห็นความแตกต่างระหว่าง "สิทธิในอัตลักษณ์" กับ "ความจำเป็นทางการแพทย์" โดยมองว่าแม้การใช้คำนำหน้าตามเพศสภาพจะเป็นสิทธิที่สำคัญ แต่ในทางการแพทย์ข้อมูลเพศกำเนิด (สรีรวิทยาและกายวิภาค) คือสิ่งจำเป็นสูงสุดเพื่อความถูกต้องในการรักษา ในภาวะวิกฤตที่คนไข้หมดสติ แพทย์ต้องรู้ข้อมูลเพศกำเนิดทันทีเพื่อวินิจฉัยเรื่องสำคัญ เช่น การตั้งครรภ์, ความเสี่ยงเลือดออกในมดลูก หรือการมีต่อมลูกหมาก ซึ่งส่งผลต่อการเลือกใช้ยาและหัตถการ ข้อมูลเพศกำเนิดที่คลาดเคลื่อนหรือถูกปกปิดอาจนำไปสู่การวินิจฉัย (Diagnosis) และการให้ยา (Treatment) ที่ผิดพลาด ซึ่งในทางปฏิบัติหมายถึงอันตรายต่อชีวิตคนไข้"