กนง.หั่นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ชี้ "ยังไม่สิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง"
นายดอน นาครทรรพ เลขานุการ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยถึง การปรับลดอัตราดอกเบี้ย นโยบายลงมาอยู่ที่ 1% ในครั้งนี้ ยังไม่ถือเป็นการสิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง โดยยังสามารถปรับลดเพิ่มเติมได้อีก หากเศรษฐกิจในอนาคตมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ซึ่งระดับ 1% ถือเป็นระดับต่ำสุดหากไม่นับช่วงโควิด-19 ที่เคยอยู่ที่ 0.5%
และยังย้ำว่า การลดดอกเบี้ยไม่ได้สะท้อนว่าเศรษฐกิจอยู่ในภาวะวิกฤต แต่มีเป้าหมายเพื่อลดภาระผู้ประกอบการและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้รับมือกับระเบียบการค้าโลก
รวมถึงยังช่วยลดแรงกดดันเงินทุนไหลเข้าตลาดพันธบัตร ซึ่งจะช่วยบรรเทาแรงกดดันค่าเงินบาทแข็งค่าบางส่วนแม้ไม่ทั้งหมด โดย ธปท. เตรียมใช้มาตรการเพิ่มเติมดูแลค่าเงินบาท เช่น การควบคุมธุรกรรมการซื้อขายทองคำที่อยู่ระหว่างดำเนินการ
ทั้งนี้ การลดดอกเบี้ยครั้งนี้ เกิดขึ้นเร็วกว่าที่ตลาดคาด เนื่องจากเดิมคาดว่าจะเกิดในการประชุมเดือนเมษายน แต่คณะกรรมการเห็นว่าการลดเร็วขึ้นจะช่วยหนุนเศรษฐกิจได้เร็วขึ้นประมาณ 2–3 เดือน โดยประเมินว่ายังมีช่องว่างลดดอกเบี้ยได้อีกประมาณ 0.5% หากจำเป็น ส่วนการส่งผ่านไปยังธนาคารพาณิชย์ ควรเป็นไปตามกลไกตลาด
พร้อมกันนี้ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะติดตามการส่งผ่านอัตราดอกเบี้ยไปยังธนาคารพาณิชย์ เพื่อให้เกิดผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม
ส่วนแนวโน้มเศรษฐกิจไทยปี 2569 เบื้องต้นประเมินว่าจะเติบโต 1.9% และมีโอกาสขยายตัวมากกว่า 2% หากรัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมอย่างต่อเนื่อง
สำหรับปัจจัยต่างประเทศ มองว่า นโยบายภาษีของสหรัฐฯ ยังมีความไม่แน่นอนสูง แม้ระยะสั้นไทยยังได้ประโยชน์จากอัตราภาษีที่ลดลง แต่ต้องติดตามมาตรา 232 และ 301 ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมบังคับใช้ ซึ่งอาจกระทบสินค้าส่งออกบางรายการของไทย
อย่างไรก็ตาม ผลประชุม กนง.นัดแรก ปี 69 มีมติ 4 ต่อ 2 เสียง ลดดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เหลือ 1% ต่อปี มีผลทันที
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ นายวิทัย รัตนากร ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยภายในงาน POSTTODAY THAILAND ECONOMIC DRIVES 2026 ว่าปัญหาหลักของเศรษฐกิจไทยในปัจจุบันคือการเติบโตที่ต่ำ ซึ่งมีสาเหตุสำคัญมาจากปัญหาเชิงโครงสร้างที่สะสมมานาน โดยหนี้ครัวเรือนยังคงอยู่ในระดับสูงถึง 86-87%แม้จะลดลงจากระดับ 92% แต่คุณภาพหนี้กลับน่ากังวลเพราะกลายเป็นหนี้เสีย (NPL) มากขึ้นเรื่อยๆ
ขณะที่สินเชื่อภาพรวมติดลบต่อเนื่อง 6 ไตรมาส และสินเชื่อ SME หดตัวต่อเนื่องมาถึง 14 ไตรมาส อย่างไรก็ดี ประเทศไทยยังมีข้อดี ทั้งยอดขอรับการส่งเสริมการลงทุน (FDI) ที่สูงถึง 1.8 ล้านล้านบาท ฐานการบริโภคที่ยังแข็งแรง และภาคการท่องเที่ยวที่ช่วยประคองเศรษฐกิจไว้
อย่างไรก็ตาม ธปท. ได้ปรับเปลี่ยนบทบาทจากการใช้ดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียว มาสู่การเพิ่มมาตรการเฉพาะจุด (Target Policy) เพื่อแก้ปัญหาให้ตรงจุดมากขึ้น นโยบายการเงินและการคลังต้องทำงานสอดประสานกันเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว โดยมีเป้าหมายผลักดันศักยภาพจีดีพี จากระดับ 2.7% ในปัจจุบัน ให้ขยับขึ้นไปถึง 3.5-4% ให้ได้ในอนาคต
ดอกเบี้ยนโยบายเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาขีดความสามารถในการแข่งขัน หรือปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างสังคมสูงวัยได้ทั้งหมด เราจึงต้องออกหนี้มาตรการเฉพาะจุดควบคู่ไปด้วย เพื่อแก้ปัญหาเชิงโครงสร้างอย่างตรงจุด
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
มุมมอง โบรกฯ หลัง กนง. เซอร์ไพร์สตลาด ลดดอกเบี้ย 0.25% เหลือ 1% ต่อปี
มติ 4 ต่อ 2 เสียง ลดดอกเบี้ย 0.25% ต่อปี จาก 1.25% เหลือ 1% ต่อปี
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กนง.หั่นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาด ชี้ "ยังไม่สิ้นสุดวัฏจักรดอกเบี้ยขาลง"
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.pptvhd36.com