“แบงก์ชาติอินโดนีเซีย” แทรกแซงตลาดเงินอีกครั้ง พยุงรูเปียห์ หลังสงครามอิหร่านกดดัน
"แบงก์ชาติอินโดนีเซีย" ประกาศเข้าดูแลตลาดเงินเพื่อรักษาเสถียรภาพค่าเงินรูเปียห์ หลังความตึงเครียดจากสงครามอิหร่านกดดันตลาดการเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่
วันที่ 4 มีนาคม 2569 เวลา 09.19 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (Bank Indonesia) เข้าดำเนินมาตรการแทรกแซงตลาดเพื่อปกป้องค่าเงินรูเปียห์ หลังตลาดการเงินของประเทศเศรษฐกิจเกิดใหม่เผชิญแรงกดดันจากสถานการณ์สงครามอิหร่านที่ทำให้นักลงทุนหลีกเลี่ยงสินทรัพย์เสี่ยง
เดสตรี ดามายันติ รองผู้ว่าการอาวุโสของธนาคารกลางอินโดนีเซีย ระบุในแถลงการณ์เมื่อวันพุธว่า ธนาคารกลางจะยังคงเข้าดูแลตลาดอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาเสถียรภาพของอัตราแลกเปลี่ยน และป้องกันผลกระทบจากความตึงเครียดที่ทวีความรุนแรงในตะวันออกกลาง
เธอกล่าวว่า ธนาคารกลางจะดำเนินมาตรการแทรกแซงตลาดอย่าง เข้มงวดและต่อเนื่อง ทั้งในตลาดสัญญาซื้อขายเงินตราล่วงหน้าแบบไม่ส่งมอบ (Non-Deliverable Forward: NDF) ในต่างประเทศ รวมถึงตลาด NDF ภายในประเทศ ตลาดเงินตรา (spot) และตลาดพันธบัตร
สงครามอิหร่านได้กดดันความต้องการลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงทั่วโลก ส่งผลให้ธนาคารกลางของหลายประเทศต้องเข้าดูแลค่าเงินของตนเอง โดยก่อนหน้านี้ อินเดียและตุรกี ได้เข้าแทรกแซงตลาดเงินเพื่อพยุงค่าเงินของประเทศเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
ขณะเดียวกันราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นยังกระตุ้นความกังวลเกี่ยวกับ เงินเฟ้อและการขาดดุลการค้า ของอินโดนีเซีย เนื่องจากประเทศต้องนำเข้าน้ำมันประมาณ ครึ่งหนึ่งของความต้องการใช้ภายในประเทศ
*ค่าเงินรูเปียห์ อ่อนค่าลง 0.4% มาอยู่ที่ระดับ 16,919 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ ในวันพุธ ซึ่งเข้าใกล้ระดับอ่อนค่าที่สุดเป็นประวัติการณ์*
อย่างไรก็ตามดามายันติ ระบุว่า การอ่อนค่าของรูเปียห์ยังเคลื่อนไหวสอดคล้องกับทิศทางของสกุลเงินในภูมิภาค ขณะที่ทุนสำรองเงินตราต่างประเทศของอินโดนีเซียยังคงมีเสถียรภาพ โดยอยู่ที่ 154.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ณ สิ้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา
อ้างอิง : www.bloomberg.com