โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จากปืนของรัฐบาล สู่ขีปนาวุธของอเมริกา: เมื่อประชาชนชาวอิหร่าน คือเหยื่อที่ถูกกระทำซ้ำทั้งจากผู้นำสูงสุดและผู้ต้องการแทรกแซง

Mirror Thailand

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
ภาพไฮไลต์

จากการเปิดฉากโจมตีอย่างหนักหน่วงเมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ล่าสุดนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 3 มีนาคม) มีประชาชนชาวอิหร่านเสียชีวิตแล้วร่วม 700 คน และสถานการณ์ยังคงเต็มไปด้วยความตึงเครียด เนื่องจากอิหร่านเองที่แม้จะสูญเสียผู้นำไป แต่ยังคงไม่ยอมอ่อนข้อ มีการประกาศปิดช่องแคบฮอร์มุซโจมตีฐานทัพสหรัฐในหลายๆ ประเทศใกล้เคียง ขณะที่ทางฝั่งของสหรัฐอเมริกาและอิสราเอลก็ประกาศกร้าวที่จะเอาชนะให้จงได้ โดย Donald Trump เพิ่งประกาศว่าจะมีการโจมตีระลอกใหญ่ตามมาอีกในเร็วๆ นี้

ย้อนไปเมื่อช่วงเดือนมกราคม 2026 ที่ประเทศอิหร่านได้มีการประท้วงใหญ่โดยประชาชนที่ไม่พอใจการกุมอำนาจของรัฐบาลภายใต้การนำของ Ali Khamanei ที่อยู่ในอำนาจมากว่า 36 ปี แต่ประชาชนกลับมีความเป็นอยู่ที่แย่ลงและถูกจำกัดเสรีภาพในหลายมิติ การประท้วงลุกลามไปทั่วประเทศจนนำมาซึ่งการปราบปรามผู้ประท้วงด้วยความรุนแรง และทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 30,000 คน

ในครั้งนั้น ทรัมป์ได้ประกาศว่า หากอิหร่านไม่หยุดการสังหารประชาชน เขาจะโจมตีอิหร่าน “อย่างหนักหน่วงในระดับที่พวกเขาไม่เคยโดนมาก่อน”

และเมื่อเวลาผ่านมาจนถึงปลายเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์ซึ่งจับมือกับประเทศอิสราเอลก็ได้สั่งการโจมตีจริงๆ โดยหลังจากที่มีรายงานว่าคาเมเนอีและครอบครัวเสียชีวิตเรียบร้อยแล้ว ทรัมป์เองยังได้ส่งสารถึงประชาชนชาวอิหร่านว่า “ถึงประชาชนชาวอิหร่านผู้ยิ่งใหญ่ โมงยามแห่งเสรีภาพของพวกคุณมาถึงแล้ว เมื่อเราเสร็จสิ้นภารกิจแล้ว ขอให้พวกคุณจงเข้าควบคุมรัฐบาลซะ นี่อาจเป็นโอกาสเดียวในหลายชั่วอายุคนของพวกคุณ”

เห็นได้ชัดว่าทรัมป์เลือกใช้จุดอ่อนของประเทศอิหร่านที่ตกอยู่ในอำนาจของผู้นำเผด็จการมาอย่างยาวนาน รวมถึงความขัดแย้งกับอิสราเอลมาเป็นข้ออ้างในการลงมือโจมตี แต่หลายคนก็เห็นพ้องต้องกันว่าแท้จริงแล้วเป็นความต้องการที่จะฉกฉวยผลประโยชน์จากทรัพยากรน้ำมัน พร้อมทั้งลดอำนาจของประเทศอิหร่านและแสดงแสนยานุภาพของสหรัฐอเมริกาตามที่ทรัมป์เคยประกาศไว้ตั้งแต่ต้นว่าจะ “ทำให้อเมริกากลับมาผงาดอีกครั้ง”

และแม้ประชาชนจำนวนมากในอิหร่านจะเกลียดชังผู้นำสูงสุดอย่างคาเมเนอีและระบอบการปกครองแบบสาธารณรัฐอิสลาม ก็ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาจะอยู่ฝั่งสหรัฐ เนื่องจากการเข้าแทรกแซงของประเทศมหาอำนาจไม่เคยนำมาซึ่งเสรีภาพ ความสงบสุข หรือความเป็นอยู่ที่ดีตามที่กล่าวอ้าง ซึ่งตัวอย่างก็เคยเกิดขึ้นมาแล้วนับตั้งแต่กรณีของอัฟกานิสถาน อิรัก หรือเวเนซูเอลา ที่เพิ่งถูกทรัมป์แทรกแซงมาในปีก่อนหน้านี้

ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่ชัดเจนคือ พร้อมๆ กับที่ส่งเสริมให้ประชาชนออกมาโค่นล้มอำนาจรัฐบาล ทรัมป์เองก็สั่งการโจมตีที่คร่าชีวิตประชาชนจำนวนมาก ไม่เว้นแม้แต่การโจมตีโรงเรียนหญิงล้วนที่ตั้งอยู่ใกล้กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามทางตอนใต้ของประเทศด้วยขีปนาวุธ 3 ลูก ที่ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 153 รายรวมถึงเด็กนักเรียนด้วย

นั่นจึงเป็นอย่างที่ชาวอิหร่านรายหนึ่งได้แสดงความคิดเห็นเอาไว้ว่า “เหยื่อรายแรกๆ ของสงครามนี้คือเด็กหญิง 40 กว่าคน ที่ถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธ นี่หรือคือสงครามที่คุณสนับสนุน?” เมื่อท้ายที่สุด ประชาชนชาวอิหร่านยังคงเป็นฝ่ายที่ถูกกระทำซ้ำอยู่ดี

อ้างอิง

https://www.theguardian.com/global-development/2026/mar/02/civilian-deaths-in-iran-pass-200-amid-fear-of-bombs-and-regime-clampdown

https://www.pptvhd36.com/news/%E0%B8%95%E0%B9%88%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%A8/269890

https://edition.cnn.com/world/live-news/iran-israel-us-attack-03-02-26-intl-hnk

https://time.com/7357635/more-than-30000-killed-in-iran-say-senior-officials/

https://www.bbc.com/thai/articles/czx4gx5qyweo

บทความต้นฉบับได้ที่ : จากปืนของรัฐบาล สู่ขีปนาวุธของอเมริกา: เมื่อประชาชนชาวอิหร่าน คือเหยื่อที่ถูกกระทำซ้ำทั้งจากผู้นำสูงสุดและผู้ต้องการแทรกแซง

ตามบทความก่อนใครได้ที่
- Website : Mirror Thailand.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...