โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

“ดร.เอ้” นำทัพ “ไทยก้าวใหม่” ลุยหาเสียง จ.ระยอง พร้อม รับฟังความเห็นจากวงการศึกษา มั่นใจการศึกษาคือรากฐานชีวิต

THE ROOM 44 CHANNEL

เผยแพร่ 30 ม.ค. เวลา 10.34 น.

“ดร.เอ้” นำทัพ “ไทยก้าวใหม่” ลุยหาเสียง จ.ระยอง ลั่น ถึงเวลาปฏิรูปประกันสังคม ฟาด ตัดสูท 7,000 ชุดไม่เหมาะสม ย้ำ กองทุนคือเงินผู้ประกันตน ไม่ใช่สวัสดิการส่วนตัว ลั่น ผู้นำรัฐบาล ไม่ให้ความสำคัญการศึกษา เสนอบ้านพักครูคุณภาพ-อาหารเช้าเด็ก สะท้อน ระยองไม่เหมือนเดิม ทะเลและอากาศเป็นพิษ คนป่วยมะเร็งพุ่ง โจมตี ทุนต่างชาติครอบงำโรงงาน ยัน ไม่ยอมในฐานะคนระยอง วอน หนุนพรรคไทยก้าวใหม่สกัดทุนเอาเปรียบ

เวลา 13.00 น. วันที่ 30 ม.ค. 69 ที่เพลินตาการ์เด้น จ.ระยอง พรรคไทยก้าวใหม่ นำโดย นายสุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์ หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยผู้สมัครสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดระยอง ได้แก่ นายพรทวี พูลกลาง ผู้สมัครเขต 1 เบอร์ 8, ร.ต.ต.เรืองชัย สมบัติภูธร ผู้สมัครเขต 2 เบอร์ 5, นายสหภูมิ เอกวรพงศ์ ผู้สมัครเขต 3 เบอร์ 7 และ น.ส.สันต์นิสา รัตนโกเศศ ผู้สมัครเขต 4 เบอร์ 8 ลงพื้นที่พบปะประชาชนและเครือข่ายการศึกษาในจังหวัดระยอง

โดยช่วงเช้า นายสุชัชวีร์และคณะ ได้ร่วมรับฟังความคิดเห็นจากวงการศึกษาและชมรมการศึกษา จ.ระยอง ซึ่งประกอบด้วยครูระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษา โรงเรียนเอกชน เครือข่ายการศึกษาที่อยู่ในทุกอำเภอ รวมถึงตัวแทนสหกรณ์กว่า 9,000 คน มีผู้บริหารและผู้แทนจากโรงเรียนในจังหวัดระยองเข้าร่วม อาทิ นายเสน่ห์ ขาวโต อดีตรองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และผู้สมัครบัญชีรายชื่อพรรคไทยก้าวใหม่

นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ระยองคือบ้านของตน และรู้สึกภูมิใจอย่างมากที่ได้เติบโตและรับการศึกษาที่จังหวัดแห่งนี้ ตั้งแต่ระดับปฐมวัย โดยเริ่มเรียนที่โรงเรียนตรีวิทย์ ตั้งแต่อายุ 3 ขวบ ก่อนเรียนอนุบาลที่โรงเรียนอนุบาลระยอง ระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนเดียวกัน จากนั้นเข้าเรียนที่โรงเรียนระยองวิทยาคม ตั้งแต่ระดับชั้น ม.1 จนถึง ม.6

“ผมได้รับการศึกษาที่ระยองตั้งแต่เด็ก ครูทุกท่านดูแลผมอย่างดี พื้นฐานทั้งหมดที่ผมมีในวันนี้ มาจากครูไทย ผมสอบได้อันดับ 1 ได้โควตาช้างเผือกไปเรียนวิศวกรรมที่ลาดกระบัง และได้ไปเรียนต่อที่สหรัฐอเมริกา ผมมั่นใจในระบบการศึกษาไทย และมั่นใจในตัวครู”

อย่างไรก็ตาม นายสุชัชวีร์ ระบุว่า โลกในวันนี้เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว การแข่งขันระหว่างประเทศรุนแรงมากขึ้น และยอมรับว่าการศึกษาไทยกำลังตามหลังหลายประเทศ โดยเฉพาะเวียดนาม ซึ่งเป็นสิ่งที่ตนไม่อาจยอมรับได้ พร้อมชี้ว่าปัญหาสำคัญเกิดจากผู้นำรัฐบาลที่ไม่ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษาและครูอย่างเพียงพอ

หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ กล่าวด้วยว่า ตนเองและคุณหญิงกัลยา โสภณพนิช ประธานที่ปรึกษาพรรค ชูเรื่องการศึกษาเป็นนโยบายหลัก เพราะเชื่อมั่นว่า “การศึกษาคือยาแก้จน” และเป็นเครื่องมือสำคัญในการเปลี่ยนชีวิตประชาชน โดยรัฐต้องลงทุนสร้างคนให้มีคุณภาพผ่านการส่งเสริมการศึกษาอย่างจริงจัง

นายสุชัชวีร์ ยังเสนอแนวคิดการจัดทำ “บ้านพักครูคุณภาพ” ซึ่งเห็นว่ายังไม่มีนักการเมืองคนใดพูดถึงอย่างจริงจัง โดยระบุว่า ครูจำนวนมากต้องอาศัยอยู่ในบ้านพักที่ไม่เหมาะสม โดยเฉพาะครูในกรุงเทพมหานครที่ไม่มีบ้านพักให้เลย ขณะที่ในต่างจังหวัด ครูบางพื้นที่ยังต้องใช้ห้องน้ำรวม ซึ่งไม่สอดคล้องกับคุณภาพชีวิตที่ควรได้รับ

“ผมพูดจากใจ เพราะผมเห็นจริง บ้านพักครูไทยไม่สบาย ครูคือคนที่สร้างอนาคตให้ประเทศ แต่กลับต้องอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ลำบาก”

นอกจากนี้ นายสุชัชวีร์ ยังย้ำถึงนโยบายอาหารเช้าในโรงเรียน โดยระบุว่า เด็กไทยราว 30-40% ไม่ได้ทานอาหารเช้า ซึ่งส่งผลต่อการเรียนรู้ พร้อมย้ำว่าหน้าที่ของครูคือการสอน ไม่ควรถูกแบกรับภาระด้านเอกสาร

หัวหน้าพรรคไทยก้าวใหม่ ยังกล่าวถึงบุคลากรอื่นในโรงเรียน อาทิ นักการภารโรง ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความสำคัญแต่กลับถูกมองข้าม พร้อมยืนยันว่า นโยบายของพรรคจะดูแลบุคลากรทางการศึกษาทุกระดับ ไม่ใช่เพียงครูเท่านั้น

ช่วงท้าย นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนไม่เคยมีคำว่าเหนื่อยหรือท้อในชีวิต และจะเดินหน้าทำงานทางการเมืองต่อไปจนกว่าจะได้เป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมย้ำว่าจุดกำเนิดของตนมาจากคนระยอง และต้องการแรงสนับสนุนจากภาคการศึกษาอย่างแท้จริง

“การเป็นนายกรัฐมนตรีที่ใช่ของประเทศไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถ้าคนระยองให้โอกาส ผมมั่นใจว่า พรรคไทยก้าวใหม่จะได้พลังไปเปลี่ยนแปลงประเทศจริง ๆ ช่วงโค้งสุดท้ายนี้สำคัญมาก ถ้าพ่อแม่พี่น้องเบื่อการเมืองเก่า ถึงเวลาเลือกคนใหม่”

ขณะที่เวลา 15.00 น. นายสุชัชวีร์ ได้นำผู้สมัคร สส.พรรคไทยก้าวใหม่ ได้ขึ้นรถแห่หาเสียงในเขตเมืองระยอง จ.ระยอง โดยระหว่างทาง นายสุชัชวีร์ได้ไหว้สักการะศาลสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช
วัดลุ่มฯ ต.ท่าประดู่ อ.เมือง จ.ระยองเพื่อเอาฤกษ์เอาชัย โดยหลังจากสักการะเสร็จสิ้นระหว่างเดินออกมาจากวัดเพื่อที่จะขึ้นรถหาเสียงได้มี ประชาชนเดินนำพวงมาลัยมาให้พร้อมบอกว่าสู้ๆ และยังมีหนหนพนักงานส่งอาหารได้ตะโกนบอกว่า “ ดร.เอ้ สู้ๆพร้อมยกนิ้วโป้งให้”

หลังจากนั้นรถแห่ปราศรัยได้จอดบริเวณโรงเรียนระยองวิทยา นายสุชัชวีร์ ได้ทักทายเด็กๆที่ออกมาจากโรงเรียนนอกจากนั้นยังมีเด็กๆเดินเข้ามาขอถ่ายเรื่องเนื่องจากนายสุชัชวีร์เป็นศิษย์เก่าโรงเรียนระยองวิทยา บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

ด้านนายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการลงพื้นที่ จ.ระยอง ว่า ดีใจมาก เพราะพี่น้อง จ.ระยอง หลายคนเดินข้ามถนนเอาพวงมาลัยมาให้และบอกว่าเป็นรุ่นพี่อนุบาลโรงเรียนระยองกับตนซึ่งดีใจที่ทุกคนจำได้ ตนได้กราบคุณครูและเจอครูหลายคนที่เคยสอนตน จึงอยากขอสนับสนุนตนลูกคนระยองเป็นนายกรัฐมนตรี พร้อมสนับสนุน สส.พรรคไทยก้าวใหม่ทุกคนในการปรับโครงสร้างการศึกษาไทย เพราะวันนี้เราสู้เขาไม่ได้ เราแพ้เวียดนาม ลาว ทั้งที่โรงเรียนและคุณครูก็ดี แต่มันอยู่ที่ความมุ่งมั่นทางการเมือง หากประเทศมีนายกฯที่เน้นเรื่องการสร้างคนและการศึกษาต้องมาก่อน ประเทศไทยจะชนะทุกเรื่องไม่มาถึงวันนี้ พรรคไทยก้าวใหม่เน้นการสร้างคน การศึกษาคือยาแก้จน ปากท้อง เศรษฐกิจ หากไม่ทำการศึกษาประเทศไทยไม่มีทางรอดประชาชนจะเดือดร้อน ขอทุกคะแนนสนับสนุนพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49

นายสุชัชวีร์ กล่าวเสริมว่า ตอนนี้ระยองไม่เหมือนเดิม เมื่อก่อนน้ำทะเลใสสะอาด อากาศบริสุทธิ์ อยู่อย่างมีความสุข แต่วันนี้น้ำทะเล อากาศ เป็นมลพิษ คนระยองเป็นมะเร็งมากที่สุดจังหวัดหนึ่งในประเทศประเทศไทย ซึ่งวันนี้หลังจากการลงพื้นที่ตนได้เห็นโรงงานต่างชาติเต็มไปหมด และไม่ได้ใช้คน จ.ระยอง ไม่ได้ซื้อของจากระยอง ตั้งแต่โรงงานต่างชาติที่เอารัดเอาเปรียบ มาเป็นล้งทุเรียนการเกษตรก็มีล้งต่างชาติ รถที่จะเอาทุเรียนไปขายก็เป็นของต่างชาติ และยังมีการสวมสิทธิ์โควตาทุเรียนของคน
คนไทยอีก

“ซึ่งอยากถามว่ามันถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้วหรือไม่ ผมไม่ยอมเพราะผมเป็นคนระยอง อยากวิงวอนให้คนระยองสนับสนุนผมและพรรคไทยก้าวใหม่ เป็นนายกรัฐมนตรี เพื่อจะจัดการเกี่ยวกับทุนต่างชาติที่มาเอารัดเอาเปรียบ ทั้งในเรื่องโรงงาน การเกษตร และสิ่งแวดล้อม“นายสุชัชวีร์ กล่าว

ทั้งนี้ นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า หากจำได้ตนมาต่อสู้ในเรื่องของ บริษัท วิน โพรเสส จำกัด ตั้งอยู่ที่ ต.บางบุตร อ.บ้านค่าย จ.ระยอง ต่อสู้แบบกัดไม่ปล่อย เพราะฉะนั้นอยากให้ส่งกำลังใจให้ตนและเลือก สส.พรรคไทยก้าวใหม่ทุกเขต และสนับสนุนบัตรสีชมพูเบอร์ 49 เพื่อให้ตนได้เป็นนายกรัฐมนตรีไปดูแลประชาชน จ.ระยอง และประชาชนทั่วประเทศ

“สุชัชวีร์” ชี้ ถึงเวลาปฏิรูปประกันสังคม ฟาด ตัดสูท 7,000 ชุดไม่เหมาะสม ย้ำ กองทุนคือเงินผู้ประกันตน ไม่ใช่สวัสดิการส่วนตัว

เวลา 16.00 น. นายสุชัชวีร์ ให้สัมภาษณ์ ถึงกรณีประกันสังคมว่ามีแนวทางอย่าไรที่จะให้ประชาเกิดความมั่นใจมากขึ้นและมีความคิดเห็นอย่างไรที่จะมีการปรับอัตราขึ้นเป็น 875 เพราะหลายคนมองว่าแพงเมื่อเทียบกับการบริการ ว่า พรรคไทยก้าวใหม่มีจุดยืนชัดเจนบนทุกเวที ถึงเวลาปฏิรูปประกันสังคม จุดยืนข้อแรกคือถึงเวลามืออาชีพเพราะกองทุนใหญ่ขนาดนี้ เราต้องมั่นใจว่าจะได้มืออาชีพจริงๆ ไม่เช่นนั้นแล้วการทำงานและผลตอบแทนมันก็ไม่แน่ใจว่าจะดูแลผู้ประกันตนจนถึงวันที่เขาเกษียณหรือไม่ เพราะมืออาชีพต้องทำงานโปร่งใสเปิดเผยต่อประชาชน

ส่วนจุดยืนข้อที่สองวันนี้แผนการลงทุนประกันสังคมต้องคิดว่าโครงสร้าง ประชากรเปลี่ยนเพราะเด็กเกิดน้อยแต่ผู้สูงอายุเยอะ ต้องแน่ใจว่าหากลงทุนที่มีกลยุทธ์ชัดเจนและให้ความมั่นใจว่าในอนาคตจะมีเงินเลี้ยงดูผู้ประกันตนในวัยเกษียณ

ส่วนจุดยืนข้อที่สามคือเรื่องของเทคโนโลยี เพราะเรื่องของระบบออนไลน์ประกันสังคมมีแต่ประชาชนบ่นซึ่งถึงเวลาที่ต้องจัดการ พรรคไทยก้าวใหม่ เป็นพรรคที่มีมืออาชีพสนับสนุนเกี่ยวกับเรื่องราชการดิจิตอล ขอเข้าไปทำเรื่องประกันสังคมยุคดิจิตอล ให้คนเข้าถึงได้และสามารถเช็คได้ในทุกเรื่องว่ามีเงินอยู่เท่าไหร่และได้มีการจ่ายเงินไปเท่าไหร่ รวมถึงจะได้สิทธิ์อะไรบ้างตรงนี้เป็นงานถนัดของพรรคไทยก้าวใหม่

เมื่อถามว่าในเรื่องของความโปร่งใส ของประกันสังคม ซึ่งมีการตัดสูท 7,000 ชุด ตรงนี้มองอย่างไรบ้าง นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า มันไม่ใช่ลักษณะของคนเป็นมืออาชีพ เพราะคนเป็นมืออาชีพจะไม่ทำเรื่องแบบนั้น ซึ่งเริ่มต้นกระดุมเม็ดแรกหากอยากให้ประเทศเจริญก็อยากให้ดูที่คณะรัฐมนตรี เพราะถ้าคณะรัฐมนตรีเป็นคนที่มีความรู้เหมาะสมกับแต่ละกระทรวงประเทศเจริญแน่นอนเพราะคนเหล่านี้เค้าทำงานเพื่อประเทศจริงๆ คนเหล่านี้ละอายต่อบาป เช่นเดียวกันคนที่จะดูแลกองทุนประกันสังคม อันดับแรกคณะกรรมการต้องเป็นคนมืออาชีพ ไม่ใช่มาจากไหนก็ได้ ไม่งั้นก็เป็นการใช้เงินสุรุ่ยสุร่ายคิดว่าเป็นสวัสดิการส่วนตัว แต่จริงๆแล้วเป็นสวัสดิการของผู้ประกันตนทุกคน

สำหรับกรณีแบงก์ชาติได้รับรายงานการเบิกเงินสด ที่มีลักษณะผิดปกติ 250 ล้านบาท โดยเป็นขอแลกเป็นธนบัตรฉบับละ 100 บาท และธนบัตรฉบับละ 500 บาท ซึ่งถือเป็นการดำเนินธุรกรรมแลกเงินสดผิดปกติในช่วงก่อนการเลือกตั้งนั้น นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า ตนเชื่อข้อมูลของแบงก์ชาติ ท่านพูดจริง และเป็นผู้ใหญ่ในสังคม ท่านบอกว่า ถอนเงิน 250 ล้านบาท ใครจะไปถอนแบบนั้น ถ้าเกิดไม่ไปซื้อเสียง ตนขอย้ำว่า ถ้าเกิดท่านรับเงินแล้วไปเลือก ท่านกำลังคอร์รัปชันลูกตนเอง เพราะว่า เขาเอาเงินที่เขาโกงมาเพื่อมาซื้อเสียงท่าน สุดท้ายเขาก็ไปโกง โกงลูกของท่าน โกงการศึกษาของลูกท่าน โกงสวัสดิการของพ่อแม่ท่านรวมถึงตัวท่านเอง สุดท้ายการก่อสร้างในประเทศไทย เครนถล่ม อันนั้นหล่นใส่ ตึกก็พัง มันมาจากรากฐานการซื้อสิทธิขายเสียงทั้งนั้น เพราะฉนั้นอย่า และก็จริง ๆ ไม่อยากให้รับเงินเลย ที่ยิ่งแย่กว่าคือรับแล้วไปเลือกด้วย ท่านกำลังคอร์รัปชัน กำลังโกงลูกหลานตนเอง เพราะคนเหล่านั้นก็จะไปเอาเงินคืน คืนอย่างไร ก็คืนจากอนาคตการศึกษาลูกท่าน คืนจากสวัสดิการพ่อแม่ท่าน เพราะฉนั้นอย่าเด็ดขาด

เมื่อถามต่อว่า กกต.ควรจริงจังกับเรื่องนี้หรือไม่ หลังจากพบว่า ในพื้นที่ต่างจังหวัดเริ่มมีการล่ารายชื่อซื้อเสียง นายสุชัชวีร์ กล่าวว่า วันนี้ตนมาที่จังหวัดระยอง เขาก็บอกว่ามีการเก็บบัตรประชาชนกันแล้ว นี่คือเรื่องจริงที่เขาพูดกันอยู่ ตนคิดว่า กกต.ชุดใหม่ ท่านมีศักดิ์ศรี ท่านจะไม่ยอมให้เรื่องราวนี้เกิดขึ้นหรอก ดังนั้นตนขอฝากเรื่องนี้ถึง กกต.เรื่องซื้อสิทธิขายเสียงมันทำลายประเทศไทยจริง ๆ มันทำลายลูกหลานไทยทุกคน ดังนั้น กกต.ต้องเอาจริง ไม่งั้นประเทศไทยอยู่ไม่ได้

นอกจากนี้ นายสุชัขวีร์ได้รณรงค์การซื้อเสียงเลือกตั้งว่า ตนเอง และพรรคไทยก้าวใหม่ มีจุดยืนชัดเจนว่า เราต่อต้านการเมืองแบบเดิม ๆ การเมืองแบบเก่า ๆ เพราะถ้าประเทศไทยดีมันดีไปแล้ว ไม่มาแพ้เวียดนามอย่างนี้หรอก ดังนั้น อันดับแรกเปิดหัวใจ อย่าเลือกการเมืองแบบเดิม เพราะมันจะดีมันดีไปแล้ว แต่มันกลับถดทอย อยากให้ท่านเปิดหัวใจกับพรรคไทยก้าวใหม่ เบอร์ 49 อยากให้เปิดหัวใจ คนใหม่ ความคิดใหม่ การเมืองใหม่อย่างสร้างสรรค์ มาดูแลลูกหลานท่านมาดูแลการศึกษาของลูกหลานท่าน เพราะเขาคือรากฐานสำคัญ ลูกท่านต้องได้เรียนฟรีจนถึงปริญญาขั้นสูงสุด

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...