โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

ตลาดหุ้นสหรัฐปิดดำดิ่งกว่า 800 จุด ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดหลุด 49,000 จุด สงครามภาษีรอบสองเริ่มต้น ปธน.ทรัมป์โจมตีศาลฎีกาไม่เลิก เอไอดันยอดว่างงานพุ่ง 10%

BTimes

อัพเดต 24 ก.พ. เวลา 11.44 น. • เผยแพร่ 24 ก.พ. เวลา 01.30 น. • อัพเดตข่าวหุ้น ธุรกิจ การเงิน การลงทุน การตลาด การค้า สุขภาพ กับ บัญชา ชุมชัยเวทย์ - BTimes.Biz

ตลาดหลักทรัพย์ นิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา รายงานว่า เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2026 (ตามเวลาในสหรัฐ) ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ปิดที่ระดับ 48,804 จุด -821 จุด หรือ -1.66% ดัชนีหุ้นเอสแอนด์พี 500 ปิดที่ระดับ 6,837 จุด -71 จุด หรือ -1.04% และดัชนีหุ้นนาสแดค ปิดที่ 22,627 จุด -258 จุด หรือ -1.13% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นดาวโจนส์ขึ้นปิดที่ระดับ 50,000 จุด เป็นครั้งใหม่ และครั้งประวัติศาสตร์ ในสัปดาห์นี้ ดัชนีหุ้นสำคัญทั้งสามแห่ง ปิด +2.5%, -0.1% และ -0.8% ตามลำดับ

สาเหตุจาก ศาลฎีกาในสหรัฐอเมริกามีมติและคำตัดสินการใช้อำนาจประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาเป็นการละเมิดอำนาจในการประกาศอัตราภาษีต่างตอบแทน หรือ Reciprocal Tariffs ส่งผลให้นักลงทุนมีความกังวลเกี่ยวกับความไม่ชัดเจน และความไม่แน่นอนสูงขึ้นมากเกี่ยวกับมาตรการภาษีศุลกากรในอนาคตที่จะกระทบมุมมองการดำเนินกิจการ และผลประกอบการของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นนิวยอร์กสหรัฐ ขณะที่ สำนักงานสถิติแห่งชาติสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า ภาวะ การขยายตัวเศรษฐกิจ สหรัฐอเมริกาได้ไตรมาสที่ 4 ปี 2025 เติบโตที่ 1.4% ซึ่งกลายเป็นอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ลดต่ำลงอย่างมากเมื่อเทียบกับในไตรมาสที่ 3 ของปีผ่านไป

นักลงทุนมีความกังวลหลายปัจจัยลบต่อเนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านไป เริ่มจากรายงานวิเคราะห์ของซิทรินี เปิดเผยว่ายุคเอไอส่งผลกระทบทั้งเศรษฐกิจสหรัฐในภาพรวมและในอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ โดยเฉพาะจะทำให้เกิดการว่างงานของชาวอเมริกันมากถึง 10% ส่งผลให้นักลงทุนเทขายหุ้นในแทบทุกกลุ่มธุรกิจและอุตสาหกรรมชั้นนำ โดยเฉพาะบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่เช่น ไมโครซอฟท์ อเมซอน อเมริกันเอ็กซ์เพรส มาสเตอร์คาร์ด นอกจากนี้ หุ้นในกลุ่มโลจิสติกส์ การขนส่ง อสังหาริมทรัพย์ รวมไปถึงสถาบันการเงิน ถูกเทขายออกมาอย่างหน้าตาจากความกังวลที่ได้รับผลกระทบในการใช้เอไออย่างแพร่หลาย

ภาวะตลาดเงินคริปโทเคอร์เรนซีที่ตกต่ำอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะอย่างยิ่งราคาเงินบิทคอยน์ดำดิ่งลงลึกมาถึงที่ระดับ 64,000 ดอลลาร์สหรัฐ ทำให้นักลงทุนเทขายหุ้นของบริษัทที่ให้บริการแพลตฟอร์มซื้อขายเงินคริปโตเคอร์เรนซี อย่างรุนแรง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...