โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

LVMH ขายธุรกิจดิวตี้ฟรีฮ่องกง-มาเก๊า ให้รัฐวิสาหกิจจีน เดินเกมพันธมิตรเชิงกลยุทธ์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 ม.ค. เวลา 11.49 น. • เผยแพร่ 20 ม.ค. เวลา 04.49 น.

LVMH ขายธุรกิจดิวตี้ฟรีฮ่องกง-มาเก๊า ให้รัฐวิสาหกิจจีน มูลค่าสูงสุด 395 ล้านดอลลาร์ เดินเกมพันธมิตรเชิงกลยุทธ์ สะท้อนทิศทางแบรนด์โลกปรับโครงสร้างผ่านพันธมิตรท้องถิ่น

วันที่ 20 มกราคม 2569 เวลา 10.55 น. สำนักข่าว Nikkei Asia รายงานว่า กลุ่มลักชัวรียักษ์ใหญ่ของฝรั่งเศส เจ้าของแบรนด์ Louis Vuitton บรรลุข้อตกลงโอนธุรกิจร้านค้าปลอดภาษีในฮ่องกงและมาเก๊าของ DFS Group ให้กับบริษัทคู่ค้าในจีนซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจ เพื่อเดินหน้าสร้างความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในตลาดจีน

บริษัท China Tourism Group Duty Free (CTG Duty Free) ผู้ซื้อจากฝั่งจีน เปิดเผยผ่านเอกสารยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงเมื่อเช้าวันอังคารว่าจะเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจาก LVMH Moët Hennessy Louis Vuitton พร้อมสินทรัพย์ไม่มีตัวตนที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจดิวตี้ฟรีในจีนแผ่นดินใหญ่ ด้วยมูลค่าไม่เกิน 395 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย DFS มีร้านค้า 7 แห่งในมาเก๊า และ 2 แห่งในฮ่องกง

ในข้อตกลงเดียวกัน LVMH และโรเบิร์ต มิลเลอร์ ผู้ร่วมก่อตั้ง DFS Group จะเข้าซื้อหุ้นของ CTG Duty Free ที่จดทะเบียนในฮ่องกงรวมเกือบ 12 ล้านหุ้น คิดเป็นมูลค่า 924 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง หรือราว 118.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยราคาซื้อขายหุ้นอยู่ที่ 77.21 ดอลลาร์ฮ่องกงต่อหุ้น ต่ำกว่าราคาปิดวันจันทร์ราว 11.7% อย่างไรก็ตาม หุ้น CTG Duty Free ปรับตัวขึ้นแรงหลังเปิดตลาด เพิ่มขึ้นมากกว่า 12% ในช่วงเช้า แตะระดับ 97.95 ดอลลาร์ฮ่องกง ขณะที่หุ้นที่จดทะเบียนในเซี่ยงไฮ้พุ่งขึ้นเกือบ 7% สู่ระดับ 99.81 หยวน

หลังการออกหุ้นใหม่ บริษัทแม่ China Tourism Group (CTG) จะยังคงถือหุ้นใน CTG Duty Free มากกว่า 50% โดย CTG เป็นหนึ่งในรัฐวิสาหกิจยุทธศาสตร์ 100 แห่งของจีน ซึ่งอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรงของคณะรัฐมนตรีจีน

นอกจากนี้ LVMH และ CTG Duty Free ยังลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ว่าด้วยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในภูมิภาคจีนตอนใต้ โดยระบุขอบเขตความร่วมมือครอบคลุมการจำหน่ายสินค้า การเปิดร้าน การส่งเสริมแบรนด์ การสื่อสารวัฒนธรรม บริการด้านการท่องเที่ยว และประสบการณ์ลูกค้า

ดีลนี้สะท้อนแนวโน้มที่แบรนด์ต่างชาติจำนวนมากกำลังปรับโครงสร้างธุรกิจในจีน ผ่านการจับมือกับพันธมิตรท้องถิ่น ก่อนหน้านี้ในช่วงปลายปีที่ผ่านมา Starbucks และผู้ดำเนินธุรกิจ Burger King ต่างก็ขายหุ้นส่วนใหญ่ในธุรกิจจีนให้กับพันธมิตรในประเทศเช่นกัน

ไมเคิล ชไรเวอร์ ประธานฝ่ายปฏิบัติการเอเชียเหนือของ LVMH ระบุในแถลงการณ์ว่าข้อตกลงดังกล่าวตอกย้ำความเชื่อมั่นของเราในศักยภาพระยะยาวของตลาดจีน และย้ำว่า CTG Duty Free เป็นพันธมิตรที่เหมาะสมที่สุดในการดำเนินธุรกิจ DFS ในฮ่องกงและมาเก๊า พร้อมนำพาธุรกิจสู่บทใหม่

ข้อมูลจากงบผลประกอบการไตรมาส 3 ของ LVMH ซึ่งประกาศเมื่อกลางเดือนตุลาคม ระบุว่า DFS มีแนวโน้มรายได้ปรับดีขึ้น โดยเฉพาะในมาเก๊าและฮ่องกง และมาตรการปรับโครงสร้างการดำเนินงานตั้งแต่ต้นปีเริ่มเห็นผล

อย่างไรก็ดี DFS จะโอนการดำเนินงานในฮ่องกง ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของธุรกิจ ให้กับรัฐวิสาหกิจจีนครั้งนี้ โดยเอ็ด เบรนแนน ประธานและซีอีโอของ DFS กล่าวว่า การขายร้านในฮ่องกงและมาเก๊าเป็นก้าวสำคัญของบริษัท และเป็นผลงานที่น่าภาคภูมิใจ ขณะที่ LVMH ระบุว่าร้าน DFS ในภูมิภาคอื่นทั่วโลกจะยังคงดำเนินการต่อไปตามปกติ

สำหรับ CTG Duty Free ข้อตกลงนี้ถือเป็นการขยายฐานธุรกิจในสองเขตเศรษฐกิจสำคัญของจีนอย่างฮ่องกงและมาเก๊า สอดคล้องกับยุทธศาสตร์ Greater Bay Area ของรัฐบาลปักกิ่ง โดยลุค จาง ประธานบริษัท กล่าวว่า ดีลนี้เป็นก้าวสำคัญในการเร่งขยายธุรกิจระหว่างประเทศ และสนับสนุนนโยบายแบรนด์จีนสู่เวทีโลกอย่างเป็นรูปธรรม

อ้างอิง : asia.nikkei.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...