ผู้ตรวจฯ จี้รัฐเอาจริง แก้อุบัติเหตุก่อสร้างซ้ำซาก กสม.ซัดไร้ประสิทธิภาพ ปชช.ปลอดภัยต่ำจนน่าตกใจ
ผู้ตรวจฯ แสดงความเสียใจ เหตุเครนถล่มสีคิ้ว – พระราม 2 ย้ำหน่วยงานรัฐต้องเร่งปฏิบัติตามข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัย สะท้อนปัญหาความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐที่เกิดซ้ำซาก
เมื่อวันที่ 16 มกราคม นายทรงศัก สายเชื้อ ประธานผู้ตรวจการแผ่นดิน ออกแถลงการณ์กรณีเกิดเหตุเครนที่ใช้ในการก่อสร้างโครงการรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟด่วนพิเศษที่ 21 อ.สีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 และเหตุเครนก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 82 ร่วงลงบนถนนพระราม 2 เมื่อวันที่ 15 ม.ค.69 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ที่เศร้าสลดและสร้างความสูญเสียต่อชีวิต รวมถึงทรัพย์สินอย่างมาก ก่อให้เกิดความสะเทือนใจแก่สังคมอย่างยิ่ง
โดยผู้ตรวจการแผ่นดินขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ พร้อมทั้งขอส่งกำลังใจให้ผู้ได้รับบาดเจ็บทุกท่านฟื้นตัวและกลับมาเป็นปกติโดยเร็ว ทั้งนี้ เห็นว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ใช่เหตุเฉพาะหน้า แต่สะท้อนถึงช่องว่างด้านการกำกับดูแลความปลอดภัยในโครงการก่อสร้างของรัฐ ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการทบทวน และปรับปรุงอย่างจริงจังและเร่งด่วน
ผู้ตรวจการแผ่นดินในฐานะองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญซึ่งมีหน้าที่และอำนาจในการตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้อาศัยอำนาจตามมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดิน พ.ศ. 2560 หยิบยกปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนจากอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในพื้นที่การก่อสร้างและบำรุงทางมาพิจารณา โดยเฉพาะอย่างยิ่งอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องในระหว่างการก่อสร้าง โครงการก่อสร้างบนทางหลวงหมายเลข 35 (ถนนพระราม 2)
โดยเมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ผู้ตรวจการแผ่นดินได้มีคำวินิจฉัยและข้อเสนอแนะ เสนอให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งพิจารณากำหนดมาตรการหรือแนวทางปฏิบัติงานด้านความปลอดภัยสำหรับโครงการก่อสร้างและบำรุงทางที่มีการปฏิบัติงานบนที่สูงเป็นการเฉพาะเพิ่มเติมจากโครงการก่อสร้างทางทั่วไป และพิจารณานำมาตรการดังกล่าวบัญญัติเป็นกฎกระทรวง ประกาศกระทรวง ระเบียบ หรือข้อบังคับ รวมถึงผนวกเป็นส่วนหนึ่งของสัญญาจ้างก่อสร้างหลักเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม
นอกจากนี้ ผู้ตรวจการแผ่นดินได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการเพื่อศึกษาความเป็นไปได้ เพื่อพิจารณาจัดตั้งคณะกรรมการด้านวิศวกรรมเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเป็นคณะกรรมการอิสระด้านวิศวกรรม ให้มีหน้าที่กำกับดูแลความปลอดภัยในทุกขั้นตอนของโครงการ ตั้งแต่การวางแผน ออกแบบ ดำเนินการก่อสร้าง ตลอดจนการตรวจสอบภายหลังเกิดเหตุเพื่อให้การควบคุมความปลอดภัยในภาพรวมเป็นไปอย่างรัดกุมและเป็นระบบ
ยังได้เสนอให้กระทรวงคมนาคมร่วมกับกระทรวงการคลัง โดยกรมบัญชีกลาง เร่งพัฒนาสมุดพกผู้รับเหมา ให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม และเปิดเผยข้อมูลให้ทุกหน่วยงานของรัฐใช้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจในการคัดเลือกผู้รับเหมางานก่อสร้างโครงการของรัฐ ทั้งยังเป็นกลไกในการควบคุม กำกับดูแลผู้รับเหมา รวมถึงพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์การขึ้นทะเบียนผู้รับเหมาให้ครอบคลุมถึงผู้รับเหมาช่วง และผู้รับเหมาเฉพาะทาง เพื่อเสริมสร้างกลไกการกำกับดูแลผู้รับเหมาให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงด้านความปลอดภัยจากโครงการก่อสร้างของรัฐในอนาคต
นายทรงศัก กล่าวย้ำว่า เมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว หน่วยงานรัฐไม่อาจมองข้อเสนอแนะด้านความปลอดภัยตามคำวินิจฉัยของผู้ตรวจการแผ่นดินเมื่อวันที่ 29 ก.ย.68 ว่า เป็นเพียงแนวทางเชิงป้องกันอีกต่อไป แต่ต้องเร่งนำไปปฏิบัติอย่างจริงจัง เพื่อหยุดวงจรความสูญเสียจากโครงการก่อสร้างของรัฐ และขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งรัดการชดเชยและเยียวยาค่าเสียหายให้กับผู้ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสมและเป็นธรรม ต่อไปจะติดตามสถานการณ์และผลการดำเนินงานของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด และจะจัดประชุมติดตามผลการดำเนินการตามข้อเสนอแนะโดยเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประชาชนต้องได้รับความปลอดภัยสูงสุดจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของรัฐต่อไป
วันเดียวกันนี้ นายวสันต์ ภัยหลีกลี้ กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ(กสม.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏเหตุเครนยกสะพานรถไฟความเร็วสูงถล่มทับขบวนรถไฟที่ 21 สายกรุงเทพฯ-อุบลราชธานี บริเวณตำบลสีคิ้ว อำเภอสีคิ้ว จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.2569 และวันถัดมาปรากฏเหตุเครนก่อสร้างทางยกระดับถล่มลงมาบนเส้นทางจราจรบริเวณถนนพระราม 2 ขาออก ใกล้สะพานท่าจีน จังหวัดสมุทรสาคร เป็นเหตุให้ประชาชนซึ่งรวมถึงเด็ก ผู้หญิง และผู้สูงอายุ ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก
กสม. ขอแสดงความเสียใจอย่างยิ่งไปยังครอบครัวและญาติมิตรของผู้เสียชีวิต ผู้ได้รับบาดเจ็บ และผู้ที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายอุบัติเหตุต่อเนื่องกันนี้สะท้อนถึงมาตรฐานความปลอดภัยของประชาชนที่ต่ำจนน่าตกใจ ความไร้ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของภาครัฐและภาคธุรกิจ ที่เกี่ยวข้องซึ่งนำไปสู่ผลกระทบโดยตรงต่อสิทธิในชีวิตและความปลอดภัย รวมถึงการดำเนินชีวิตโดยปกติสุขของประชาชน
ทั้งนี้ รัฐมีหน้าที่ในการจัดหาและให้บริการสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานแก่ประชาชน โดยการดำเนินโครงการต่าง ๆ ต้องคำนึงถึงผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านตามหลักการชี้แนะของสหประชาชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (UNGPs) และแผนปฏิบัติการระดับชาติว่าด้วยธุรกิจกับสิทธิมนุษยชน (NAP) ที่ประเทศไทยประกาศใช้ โดยภาครัฐและภาคธุรกิจมีหน้าที่ร่วมกันในการคุ้มครองสิทธิมนุษยชน เคารพ และเยียวยาผลกระทบที่เกิดขึ้นตลอดห่วงโซ่อุปทาน
กสม. ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นกับประชาชนทุกคนอย่างทั่วถึงและเป็นธรรม พร้อมทั้งเข้มงวดในการกำกับดูแลโครงการก่อสร้างต่าง ๆ ของภาคธุรกิจ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบและความสูญเสียกับประชาชนอีก และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุสะเทือนขวัญทั้งสองเหตุการณ์นี้จะเป็นบทเรียนให้ทั้งภาครัฐและภาคธุรกิจได้ปรับปรุงและแก้ไขมาตรฐานความปลอดภัยในการก่อสร้างของประเทศไทยอย่างจริงจังและรัดกุมที่สุด เพื่อให้ประชาชนไม่ต้องแบกรับความเสี่ยง รวมทั้งได้รับความคุ้มครองสิทธิในชีวิตและความปลอดภัยอย่างสูงสุด
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้ตรวจฯ จี้รัฐเอาจริง แก้อุบัติเหตุก่อสร้างซ้ำซาก กสม.ซัดไร้ประสิทธิภาพ ปชช.ปลอดภัยต่ำจนน่าตกใจ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th