โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Asset Allocation แบบเดิม … อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว อ้าว เจ้าของเพจและติ้กต้อก WealthVerse ส่องจักรวาลการลงทุน

THE STANDARD

อัพเดต 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
Asset Allocation แบบเดิม … อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว อ้าว เจ้าของเพจและติ้กต้อก WealthVerse ส่องจักรวาลการลงทุน

นับตั้งแต่ AI ขึ้นเป็นพระเอกของตลาดในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ใครถือหุ้นสหรัฐฯ รวมถึง ทองคำ และ คริปโตฯ กำไรกันถ้วนหน้า และ เรามักจะเห็นกราฟขยับไปทางเดียวกันเป็นช่วงๆ (2021 คริปโตฯ บูลรัน 2023-ปัจจุบัน ยุคทองหุ้นเอไอหลังเปิดตัว ChatGPT และ 2025 ทองคำพุ่งแรงจากประเด็นดอลลาร์เสื่อม)

แต่ ปัจจุบัน Fed กลับมาขึ้นดอกเบี้ย และ ตอนนี้ ดอกเบี้ยบอนด์ หรือ Bond yields ทะลุ 5.0% แล้ว สินทรัพย์ต่างๆเหล่านี้ก็ปักหัวลงพร้อมกันเช่นเดียวกัน

เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ โดยเฉพาะ หุ้นมี “ต้นทุนทางการเงิน” ในการกู้ รวมถึง “ค่าเสียโอกาส” ในโลกของการลงทุน เพราะ แค่ฝากเงินได้เหนาะ ๆแล้ว 4.0% ถ้าตัวยาวหน่อยก็ 5.0% ต่างจากทองและคริปโตฯ ที่ไม่มีดอกเบี้ย และ ปันผล … “Asset Allocation แบบเดิม ถือหุ้น บอนด์ บวก ทองคำ ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”

ผมจึงอยากจะเอาความจริง 3 ข้อ หรือ ลูกแก้ว 3 ประการ มาบอกให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับรู้ รับทราบ และ อยากให้รับเรื่อง ปฏิบัติด้วยครับ เพราะ ดอกเบี้ย 5.0% มันเถื่อนนะ พูดตรงๆนะ … Asset Allocation ไม่ดีอยู่ไม่ได้

ประการแรก: หุ้น คริปโตฯ ทอง เรามองเป็นหนึ่ง

เนื่องจากทุกสินทรัพย์มีจุดร่วม คือ มูลค่าถูกกดดันเมื่ออัตราคิดลด (Bond yields)สูงขึ้น และ ได้แรงหนุนเมื่อสภาพคล่องกลับมา หนำซ้ำทองและคริปโตฯไม่ได้จ่ายผลตอบแทนระหว่างการถือในระดับที่แข่งกับดอกเบี้ย 5.0% ได้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ส่วนหุ้น โดยเฉพาะ หุ้นเทคโนโลยีก็ไวต่อดอกเบี้ยอยู่แล้ว

ถ้าพอร์ตคุณมีสินทรัพย์ 3 อย่างแต่ขยับพร้อมกัน ก็เหมือนกับมีปืนหลายแบบ แต่ ศัตรูรอบนี้ใส่เกราะกันกระสุน มีไป 3 อย่างแต่กลับทำอะไรไม่ได้

ความหลากหลายที่เห็นอาจเป็นภาพลวงตา … ทางแก้ของผม คือ มองทุกอย่างเป็นหนึ่งเดียวครับ หรือ ถือหุ้นล้วนไปเลยยังจะดีเสียกว่า

ประการที่สอง ถือ Bills (ตราสารหนี้ระยะสั้น) แทน Bonds (ตราสารหนี้ระยะยาว) เพราะตอนนี้ Bills ให้แล้ว 4.0% ในขณะที่ Bonds ให้ 5.0% แต่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องราคาที่ปรับตัวลดลง และ ปัจจุบัน AI ยังร้อนแรงและช่วยการเติบโต (Growth) อยู่

… ถ้าเศรษฐกิจมี Growth คุณต้องเล่นหุ้นครับ ไม่ใช่เล่นตราสารหนี้ตัวยาว … ตราสารหนี้ยาวไว้ป้องกันเศรษฐกิจถดถอย

ประการสุดท้าย มี Commodities ไม่ใช่แค่ Gold

อันนี้สำคัญ เพราะ Commodities ไม่ได้มีแค่ทอง หากแต่รวมถึงน้ำมัน สินค้าเกษตรกรรมต่างๆ … เนื่องจากหลายๆสินทรัพย์เหล่านี้ คือ ปัญหาของเงินเฟ้อ โดยเฉพาะน้ำมัน และ เงินเฟ้อนำมาสู่ดอกเบี้ย

ส่วนสินค้าเกษตรสะท้อนต้นทุนอาหารและเงินเฟ้อที่ครัวเรือนรู้สึกจริง

ภาพด้านล่างจึงเป็น Asset allocation จากผมครับ เพราะ ดอกเบี้ย 5.0% มันโหด และ อยากบอกกับผู้อ่านทุกท่านจริงๆ เพราะ ดอกเบี้ย 5.0% มันโหดนะ สินทรัพย์ใดให้ไม่ถึง ก็ไม่ได้ไปต่อ กลัวพอร์ตทุกท่านจะอยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว อ้าว!

ภาพแผนการจัดสรรสินทรัพย์แบบใหม่ 1

*การแสดงความเห็นให้คำแนะนำดังกล่าว ข้าพเจ้าขอเรียนว่า เป็นการกระทำในนามส่วนตัวของข้าพเจ้า เท่านั้น บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใดๆ ทั้งสิ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...