Asset Allocation แบบเดิม … อยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว อ้าว เจ้าของเพจและติ้กต้อก WealthVerse ส่องจักรวาลการลงทุน
นับตั้งแต่ AI ขึ้นเป็นพระเอกของตลาดในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ใครถือหุ้นสหรัฐฯ รวมถึง ทองคำ และ คริปโตฯ กำไรกันถ้วนหน้า และ เรามักจะเห็นกราฟขยับไปทางเดียวกันเป็นช่วงๆ (2021 คริปโตฯ บูลรัน 2023-ปัจจุบัน ยุคทองหุ้นเอไอหลังเปิดตัว ChatGPT และ 2025 ทองคำพุ่งแรงจากประเด็นดอลลาร์เสื่อม)
แต่ ปัจจุบัน Fed กลับมาขึ้นดอกเบี้ย และ ตอนนี้ ดอกเบี้ยบอนด์ หรือ Bond yields ทะลุ 5.0% แล้ว สินทรัพย์ต่างๆเหล่านี้ก็ปักหัวลงพร้อมกันเช่นเดียวกัน
เพราะสินทรัพย์เหล่านี้ โดยเฉพาะ หุ้นมี “ต้นทุนทางการเงิน” ในการกู้ รวมถึง “ค่าเสียโอกาส” ในโลกของการลงทุน เพราะ แค่ฝากเงินได้เหนาะ ๆแล้ว 4.0% ถ้าตัวยาวหน่อยก็ 5.0% ต่างจากทองและคริปโตฯ ที่ไม่มีดอกเบี้ย และ ปันผล … “Asset Allocation แบบเดิม ถือหุ้น บอนด์ บวก ทองคำ ใช้ไม่ได้อีกต่อไปแล้ว”
ผมจึงอยากจะเอาความจริง 3 ข้อ หรือ ลูกแก้ว 3 ประการ มาบอกให้ผู้อ่านทุกท่านได้รับรู้ รับทราบ และ อยากให้รับเรื่อง ปฏิบัติด้วยครับ เพราะ ดอกเบี้ย 5.0% มันเถื่อนนะ พูดตรงๆนะ … Asset Allocation ไม่ดีอยู่ไม่ได้
ประการแรก: หุ้น คริปโตฯ ทอง เรามองเป็นหนึ่ง
เนื่องจากทุกสินทรัพย์มีจุดร่วม คือ มูลค่าถูกกดดันเมื่ออัตราคิดลด (Bond yields)สูงขึ้น และ ได้แรงหนุนเมื่อสภาพคล่องกลับมา หนำซ้ำทองและคริปโตฯไม่ได้จ่ายผลตอบแทนระหว่างการถือในระดับที่แข่งกับดอกเบี้ย 5.0% ได้ อย่างที่กล่าวไปข้างต้น ส่วนหุ้น โดยเฉพาะ หุ้นเทคโนโลยีก็ไวต่อดอกเบี้ยอยู่แล้ว
ถ้าพอร์ตคุณมีสินทรัพย์ 3 อย่างแต่ขยับพร้อมกัน ก็เหมือนกับมีปืนหลายแบบ แต่ ศัตรูรอบนี้ใส่เกราะกันกระสุน มีไป 3 อย่างแต่กลับทำอะไรไม่ได้
ความหลากหลายที่เห็นอาจเป็นภาพลวงตา … ทางแก้ของผม คือ มองทุกอย่างเป็นหนึ่งเดียวครับ หรือ ถือหุ้นล้วนไปเลยยังจะดีเสียกว่า
ประการที่สอง ถือ Bills (ตราสารหนี้ระยะสั้น) แทน Bonds (ตราสารหนี้ระยะยาว) เพราะตอนนี้ Bills ให้แล้ว 4.0% ในขณะที่ Bonds ให้ 5.0% แต่ไม่มีความเสี่ยงเรื่องราคาที่ปรับตัวลดลง และ ปัจจุบัน AI ยังร้อนแรงและช่วยการเติบโต (Growth) อยู่
… ถ้าเศรษฐกิจมี Growth คุณต้องเล่นหุ้นครับ ไม่ใช่เล่นตราสารหนี้ตัวยาว … ตราสารหนี้ยาวไว้ป้องกันเศรษฐกิจถดถอย
ประการสุดท้าย มี Commodities ไม่ใช่แค่ Gold
อันนี้สำคัญ เพราะ Commodities ไม่ได้มีแค่ทอง หากแต่รวมถึงน้ำมัน สินค้าเกษตรกรรมต่างๆ … เนื่องจากหลายๆสินทรัพย์เหล่านี้ คือ ปัญหาของเงินเฟ้อ โดยเฉพาะน้ำมัน และ เงินเฟ้อนำมาสู่ดอกเบี้ย
ส่วนสินค้าเกษตรสะท้อนต้นทุนอาหารและเงินเฟ้อที่ครัวเรือนรู้สึกจริง
ภาพด้านล่างจึงเป็น Asset allocation จากผมครับ เพราะ ดอกเบี้ย 5.0% มันโหด และ อยากบอกกับผู้อ่านทุกท่านจริงๆ เพราะ ดอกเบี้ย 5.0% มันโหดนะ สินทรัพย์ใดให้ไม่ถึง ก็ไม่ได้ไปต่อ กลัวพอร์ตทุกท่านจะอยู่ไม่ไหว อยู่ไม่ไหว อ้าว!
*การแสดงความเห็นให้คำแนะนำดังกล่าว ข้าพเจ้าขอเรียนว่า เป็นการกระทำในนามส่วนตัวของข้าพเจ้า เท่านั้น บริษัทหลักทรัพย์ ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด มิได้มีส่วนเกี่ยวข้อง ใดๆ ทั้งสิ้น