โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

รวบหนุ่มรอง ผจก. ดีกรีวิศวกร สิ้นคิดลักทรัพย์บ้านหรู 2 ล้าน อ้างหาเงินใช้หนี้ “เทรดทอง” จนหมดตัว

เดลินิวส์

อัพเดต 25 ตุลาคม 2569 เวลา 13.45 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตำรวจ สภ.บางศรีเมือง บุกจับรองผู้จัดการบริษัท ดีกรีปริญญาตรีวิศวกรรมไฟฟ้า ก่อเหตุลักทรัพย์สินบ้านหรูยึดของกลางกว่า 2 ล้านบาท สารภาพตกเป็นเหยื่อโฆษณาเทรดทองใน TikTok สูญเงินกว่า 2 แสนบาทจนต้องกู้หนี้สินและตระเวนลักทรัพย์หาเงินใช้หนี้

เมื่อวันที่ 25 ต.ค. ชุดสืบสวน สภ.บางศรีเมือง นำโดย พ.ต.อ.ภูมิสิทธิ์ ตั้งวิทย์เดชา ผกก.สภ.บางศรีเมือง ร่วมกันจับกุมตัว นายเกรียงศักดิ์ อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ในเคหสถาน ได้ที่ห้องพักใน ต.คลองข่อย อ.ปากเกร็ด พร้อมตรวจยึดของกลาง ได้แก่ สร้อยคอทองคำ แหวนทอง พระเครื่องเลี่ยมทอง ตลับใส่ทอง และใบรับจำนำทองคำ รวมมูลค่าความเสียหายกว่า 2 ล้านบาท

สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา ผู้เสียหายอายุ 62 ปี เข้าแจ้งความว่าถูกคนร้ายงัดบ้านพัก ม.2 ต.ไทรม้า อ.เมืองนนทบุรี ได้ทรัพย์สินไปหลายรายการ เจ้าหน้าที่จึงแกะรอยจากกล้องวงจรปิด พบรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีดำ ที่ผู้ต้องหานำมาใช้ จนนำไปสู่การเฝ้าสังเกตการณ์และเข้าค้นห้องพักยึดของกลางทั้งหมด

จากการสอบสวน นายเกรียงศักดิ์ สารภาพว่า ตนเองจบปริญญาตรี สาขาวิศวกรรมไฟฟ้า ปัจจุบันทำงานตำแหน่งรองหัวหน้าผู้จัดการ เงินเดือน 30,000 - 40,000 บาท แต่จุดเปลี่ยนเกิดจากเห็นคลิปชวนลงทุนเทรดทองคำในแอปพลิเคชัน TikTok จึงหลงเชื่อลงทุน

ช่วงแรกได้กำไรหลักร้อย แต่ต่อมาเสียเงินอย่างหนัก ครั้งละ 5,000 - 6,000 บาท เพียง 1 สัปดาห์ สูญเงินไปกว่า 200,000 บาท ซึ่งเป็นทั้งเงินเก็บ เงินกู้นอกระบบ แอปพลิเคชันยืมเงิน และเงินกู้ยืมเพื่อนร่วมงาน จนถูกทวงหนี้หนัก ไร้ทางออก จึงใช้ช่วงเวลาตระเวนขี่ไรเดอร์รับจ้างสอดส่องหาบ้านที่ไม่ติดกล้องวงจรปิด ก่อนปีนเข้าทางหน้าต่างลักทรัพย์นำทองไปจำนำได้เงิน 120,000 บาทไปใช้หนี้

ผู้ต้องหาเปิดเผยทั้งน้ำตา พร้อมฝากเตือนเป็นอุทาหรณ์ว่า "อย่าโลภตามโฆษณาในโซเชียล อะไรที่ได้มาง่ายก็เสียไปง่าย อย่าให้ความโลภทำลายชีวิตเหมือนตน"

ด้านผู้เสียหายฝากสะท้อนปัญหาว่า ตนจ่ายค่าคีย์การ์ดทุกเดือน แต่หมู่บ้านกลับปล่อยให้คนนอกเข้า-ออกได้โดยไม่ต้องแลกบัตร ไม้กั้นไม่ใช้งาน และกล้องวงจรปิดนิติบุคคลไม่สามารถดูย้อนหลังได้ ทำให้เกิดช่องโหว่ทางความปลอดภัย

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจได้แจ้งข้อหา "ลักทรัพย์ในเคหสถาน โดยทำอันตรายสิ่งกีดกั้น ใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิดหรือพาทรัพย์นั้นไป" พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.บางศรีเมือง ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...