ทำไมสเปนยุบสภา เตรียมเลือกตั้งใหม่ 29 พฤศจิกายนนี้ เกิดอะไรขึ้น
เมื่อวานนี้ (5 ตุลาคม) เปโดร ซานเชซ นายกรัฐมนตรีสเปน ประกาศยุบสภาและเตรียมจัดการเลือกตั้งทั่วไปก่อนกำหนด (Snap Election) ในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ จากเดิมที่มีกำหนดจัดขึ้นในฤดูร้อนปี 2027
ประเด็นสำคัญ
- เกิดอะไรขึ้นที่สเปน ทำไมต้องเลือกตั้งก่อนกำหนด?
- แนวโน้มคะแนนนิยม เป็นอย่างไร
เกิดอะไรขึ้นที่สเปน ทำไมต้องเลือกตั้งก่อนกำหนด?
สเปนกำลังเผชิญกับคลื่นการประท้วงใหญ่ทั่วประเทศเกี่ยวกับ ‘วิกฤตที่อยู่อาศัย’ ซึ่งมีชนวนเหตุสำคัญมาจากการไล่หญิงชราวัย 87 ปีออกจากบ้านในกรุงมาดริด หลังจากค่าเช่าบ้านของเธอพุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 500 ยูโร เป็น 2,650 ยูโรต่อเดือน แม้ต่อมาจะปรับลดลงเหลือ 1,650 ยูโร แต่ก็ยังสูงกว่าเงินบำนาญรายเดือนของเธอถึง 300 ยูโร
เหตุการณ์นี้ส่งผลให้เกิดการตั้งค่ายชุมนุมประท้วงที่จัตุรัส Puerto Del Sol และการเรียกร้องนัดหยุดงานประท้วงโดยสหภาพแรงงาน รัฐบาลผสมฝ่ายซ้ายจึงได้เสนอมาตรการฉุกเฉิน เพื่อแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัยเข้าสู่สภาผู้แทนราษฎร แต่กลับถูกลงมติคัดค้านจนร่างกฎหมายตกไป
ส่วนสาเหตุหลักในการตัดสินใจประกาศยุบสภาของนายกรัฐมนตรีซานเชซ มาจาก 2 ปัจจัยสำคัญ นั่นคือ
(1) การพ่ายแพ้ในสภาผู้แทนราษฎร โดยกฎหมายและพระราชกฤษฎีกาแก้ไขวิกฤตที่อยู่อาศัยของรัฐบาลถูกลงมติคัดค้าน โดยเฉพาะการวีโตจากพรรค Junts ซึ่งเป็นพรรคแยกดินแดนฝ่ายขวาจากแคว้นกาตาลุญญา ทำให้รัฐบาลไม่สามารถผลักดันวาระนโยบายสำคัญต่อไปได้
(2) กลยุทธ์และการเดิมพันทางการเมือง ซานเชซเลือกที่จะชิงความได้เปรียบทางการเมือง โดยเดิมพันว่าการยกประเด็นวิกฤตที่อยู่อาศัยมาเป็นวาระหลัก และการชูความเสี่ยงของการพ่ายแพ้ต่อพรรคขวาจัด จะช่วยกระตุ้นผู้เชี่ยวชาญและผู้ลงคะแนนเสียงฝ่ายซ้ายให้ออกมารวมพลังใช้สิทธิ พร้อมทั้งช่วยเบี่ยงเบนความสนใจจากข้อกล่าวหาคอร์รัปชันและวิกฤตอื่นๆ ที่รัฐบาลกำลังเผชิญ
โดยพรรคฝ่ายค้านสเปน กำลังมุ่งใช้ประเด็นการสอบสวนคดีทุจริตคอร์รัปชันที่เชื่อมโยงกับอดีตรัฐมนตรี คนใกล้ชิด รวมถึงภรรยาและน้องชายของซานเชซเป็นประเด็นหลักในการโจมตีรัฐบาล ขณะที่ซานเชซปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมดว่าเป็น ‘การกลั่นแกล้งทางการเมือง’
นอกจากนี้ เหตุการณ์ผู้อพยพกว่า 72,000 คนข้ามพรมแดนเข้าสู่เมืองเซวตา (Ceuta) เมื่อเดือนกรกฎาคม กลายเป็นข้อพิพาททางการเมืองอย่างหนัก โดยซานเชซเพิ่งให้สถานะถูกกฎหมายแก่ผู้อพยพเกือบ 1 ล้านคน ขณะที่พรรคขวาจัดอย่าง Vox เรียกร้องให้ใช้มาตรการควบคุมพรมแดนที่เข้มงวดที่สุด ซึ่งประเด็นเกี่ยวกับผู้อพยพก็จะเป็นอีกประเด็นสำคัญในการเลือกตั้งหนนี้
แนวโน้มคะแนนนิยม เป็นอย่างไร
ผลสำรวจส่วนใหญ่ระบุว่า พรรค People’s Party (PP) นำโดย อัลเบร์โต นุญเญซ เฟโฆโอ มีแนวโน้มได้ที่นั่งมากที่สุด แต่จำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลผสมร่วมกับพรรคขวาจัด Vox ซึ่งนำโดย ซานติอาโก อาบัสกัล เพื่อให้ได้เสียงข้างมากเด็ดขาด (176 จาก 350 ที่นั่ง) ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคเผด็จการฟรังโกในปี 1975 ที่พรรคขวาจัดได้เข้าร่วมรัฐบาล
ขณะที่ขั้วฝ่ายซ้ายอย่าง พรรค Socialists (PSOE) ของซานเชซมีคะแนนนิยมอยู่ที่ราว 28% โดยพยายามรวมกลุ่มพรรคฝ่ายซ้ายในนามพันธมิตรใหม่ ‘Broad Front’ (Frente Amplio) เพื่อแทนที่กลุ่ม Sumar อย่างไรก็ตาม พรรค Podemos ยังปฏิเสธที่จะเข้าร่วมกลุ่มดังกล่าวในขณะนี้
รัฐสภาสเปนมีความแตกแยกสูง โดยพรรคภูมิภาค (Regional Parties) อย่าง EH Bildu, BNG และ ERC เคยให้การสนับสนุนซานเชซ แต่พรรค Junts จากกาตาลุญญากลับใช้วีโตคัดค้านกฎหมายรัฐบาล จนนำไปสู่การยุบสภาในที่สุด
การเลือกตั้งก่อนกำหนดในวันที่ 29 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นการเดิมพันทางการเมืองครั้งสำคัญที่สุดครั้งหนึ่งของนายกรัฐมนตรีซานเชซ โดยต้องลุ้นว่า กลยุทธ์การยกประเด็นวิกฤตที่อยู่อาศัยและการเตือนถึงการก้าวขึ้นสู่อำนาจของฝ่ายขวาจัด จะสามารถปลุกพลังผู้ลงคะแนนเสียงฝ่ายซ้ายให้กลับมารวมพลังได้สำเร็จหรือไม่
ท่ามกลางมรสุมข้อกล่าวหาคอร์รัปชันและภาวะสภาแตกแยกที่รัฐบาลกำลังเผชิญ
ขณะเดียวกันประเด็นที่ทุกฝ่ายกำลังจับตาอย่างใกล้ชิดคือ ผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลผสมระหว่างพรรค People’s Party (PP) และพรรคขวาจัด Vox หรือไม่ ซึ่งหากเกิดขึ้นจริง จะนับเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สิ้นสุดยุคเผด็จการฟรังโกในปี 1975 ที่พรรคฝ่ายขวาจัดได้ก้าวเข้ามามีบทบาทในคณะรัฐมนตรีของสเปนอย่างเป็นทางการ
แฟ้มภาพ:Susana Vera / File Photo / Reuters
อ้างอิง: