โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครม.ไฟเขียวบิ๊กโปรเจ็กต์แก้น้ำท่วม 1.6 แสนล้าน

AEC10NEWs

อัพเดต 30 กันยายน 2569 เวลา 0.09 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • AEC10NEWS

ครม. อนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย เริ่มปี 2570 ลดพื้นที่น้ำท่วม 3.48 ล้านไร่–ลดความเสียหาย 16,930 ล้านบาทต่อปี พร้อมเร่งโครงการบางบาล–บางไทร เชื่อมระบบระบายน้ำภาคกลาง

วันที่ 29 กันยายน 2569 ณ ศูนย์แถลงข่าว ทำเนียบรัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ที่ประชุม ครม.อนุมัติโครงการก่อสร้างทางน้ำขนาดใหญ่ ชัยนาท-ป่าสัก-อ่าวไทย วงเงิน 1.65 แสนล้าน ใช้เวลาดำเนินการ 8 ปี โครงการดังกล่าว จะช่วยป้องกันน้ำท่วมในภาคกลางและ กทม.มีประสิทธิภาพมากขึ้น

นายเอกภพ เพียรพิเศษ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรีว่า คณะรัฐมนตรี มีมติอนุมัติโครงการคลองระบายน้ำหลากชัยนาท–ป่าสัก–อ่าวไทย โดยโครงการนี้จะเริ่มต้นในปี 2570 ใช้เวลา 8 ปี เสร็จสิ้นในปี 2577 ซึ่งข้อมูลทางเศรษฐศาสตร์พบความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ สามารถลดความเสียหายตีเป็นประมาณได้ 16,930 ล้านบาทต่อปี ลดพื้นที่น้ำท่วมได้ 3.48 ล้านไร่ โดยเฉพาะพื้นที่ภาคกลาง นอกจากนี้ ยังมีระบบคลองส่งน้ำที่สามารถเก็บกักน้ำในหน้าแล้งได้ประมาณ 1,555 ล้านลูกบาศก์เมตร รวมทั้งยังมีคลองระบายน้ำที่สามารถเป็นช่องทางขนส่งสินค้าเกษตรได้อีกด้วย โดยต้องมีการเตรียมพื้นที่เป็นอย่างมาก โดยในส่วนของปี 2570 มีการตั้งงบประมาณเริ่มต้นดำเนินการที่ชัยนาทแล้ว

รัฐบาล ยัน “อ่างคลองระโอก” ไม่แตก กัดเซาะทางระบายน้ำซ่อมแล้ว

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวอีกว่า ยังมีอีกหนึ่งโครงการที่ดำเนินการต่อเนื่อง แต่ยังไม่แล้วเสร็จ คือ โครงการก่อสร้างคลองระบายน้ำหลากบางบาล–บางไทร ซึ่งวันนี้มีการขยายระยะเวลาโครงการ โดยโครงการนี้จะเชื่อมโยง 2 ระบบเข้าด้วยกันเพื่อลดน้ำท่วมในภาคกลางของประเทศไทย ซึ่งสัญญาเดิมจะต้องแล้วเสร็จในปี 2569 - 2570 แต่เนื่องจากมีความล่าช้าในการส่งมอบพื้นที่จึงต้องขอขยายเวลาไปปี 2572 โดยคณะรัฐมนตรีเห็นควรดำเนินการให้เสร็จโดยเร็วและไม่ควรขยายเวลาอีก ซึ่งกรมชลประทานระบุว่าจะเสร็จได้ในปี 2571 โดยมติคณะรัฐมนตรีจะไม่ให้ขยายระยะเวลาไปมากกว่านี้อีกแล้ว

สำหรับงบกลางที่เหลืออยู่ในการเยียวยาผู้ประสบภัยในพื้นที่กรุงเทพมหานครและทั่วประเทศ คณะรัฐมนตรีได้อนุมัติงบกลาง 4,731 ล้านบาท โดยให้กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย สำรวจและประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งท้องถิ่นและกรุงเทพมหานคร ในการดำเนินการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนให้เร็วที่สุด

นายเอกภพ ยังกล่าวอีกว่า ในเรื่องของข้อสั่งการของนายกรัฐมนตรี ยังได้สั่งการให้ปลัดกระทรวงมหาดไทย กำชับให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัดให้ร่วมประชุมกับรัฐมนตรีและรองนายกรัฐมนตรีที่รับมอบหมาย และเมื่อมีการลงพื้นที่ของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้อง ให้ผู้ว่าราชการต้องอยู่ในพื้นที่เพื่อให้มีการสั่งการและดำเนินการอย่างรวดเร็ว ซึ่งในการดำเนินการนั้นในหลายหน่วยงานที่ร่วมมือกันทำงาน หากมีข้อติดขัดในการสั่งการ หรือข้อติดขัดในการดำเนินการตามนโยบายหรือแนวทางของส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ให้หน่วยงานและรองนายกรัฐมนตรี รวมถึงรัฐมนตรีต่างๆ ทำเรื่องรายงานถึงนายกรัฐมนตรี และนายกรัฐมนตรี จะใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรีในการดำเนินการต่อไป

ทั้งนี้ สถานการณ์แม่น้ำเจ้าพระยา แม่น้ำปิงมีปริมาณเพิ่มขึ้น แต่เมื่อมาผนวกกับแม่น้ำน่านที่จังหวัดนครสวรรค์ระดับน้ำจึงเพิ่มขึ้นเล็กน้อย และเมื่อมีน้ำมาจากแม่น้ำสะแกกรัง จ.อุทัยธานี ซึ่งมีปริมาณมากขึ้นจากน้ำฝน ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อนเจ้าพระยามีปริมาณเพิ่มขึ้น โดยในการประชุมคณะกรรมการบริหารจัดการลุ่มน้ำเจ้าพระยา จากเดิมที่มีการปล่อยน้ำที่ 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ประชุมมีมติเพิ่มการปล่อยน้ำขึ้นสูงสุดได้อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยให้ปล่อยเป็นระดับขั้นบันไดและดูสถานการณ์โดยไม่ได้ปล่อยทีเดียว โดยปริมาณน้ำ 200 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งหากเพิ่มขึ้นทีเดียว น้ำที่อยู่ในพื้นที่ท้ายเขื่อนจะสูงขึ้น 30 เซนติเมตร ซึ่งการปล่อยน้ำจะต้องดูการเก็บเกี่ยวพืชผลของประชาชนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...