โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แบรนด์หรูสะเทือน ลูกค้าจีนเมิน‘หลุยส์วิตตอง’ หันช้อปมือสอง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 13 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ชาวจีนที่เคยเป็นลูกค้าซื้อสินค้าหรูแบรนด์ตะวันตกรายใหญ่ คิดเป็นราวหนึ่งในสามของการใช้จ่ายทั่วโลก สร้างรายได้ให้กับบริษัทอย่างแอลวีเอ็มเอชและแอร์เมสหลายพันล้านดอลลาร์

แต่การที่ลูกค้ารัดเข็มขัดบีบให้แบรนด์ต้องคิดกลยุทธ์ใหม่ หลุยส์วิตตองต้องปิดห้าสาขาในจีนแผ่นดินใหญ่ช่วงสองปีที่ผ่านมา รวมถึงร้านช็อกโกแลตบูติกในเซี่ยงไฮ้ ในขณะที่ห้างสรรพสินค้า Galeries Lafayette ต้องปิดสาขาเรือธงในกรุงปักกิ่งไปเมื่อเดือน พ.ค.

“ผู้คนเคยเปรียบเทียบว่าใครใช้เงินมากกว่า แต่ตอนนี้ทุกคนเปรียบเทียบว่าใครได้ของดีกว่าจ่ายน้อยกว่า” หยวน ครูสอนเต้น วัย 24 ปี กล่าวกับเอเอฟพีที่ร้านค้าปลีกแห่งใหม่ในรูปแบบโกดังสองชั้นใจกลางนครเซี่ยงไฮ้ ทั้งร้านเต็มไปด้วยกระเป๋ามือถือ เข็มขัด เครื่องประดับหรูหรา แต่ทุกชิ้นล้วนเป็นของมือสอง

ข้อมูลจากบริษัทที่ปรึกษา Bain & Company เผยว่า ในปี 2024 ตลาดสินค้าหรูส่วนบุคคลของจีนแผ่นดินใหญ่เคยร่วงลงมากถึง 19% และหดตัวต่อเนื่องอีก 3%-5% ในปี 2025

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แอลวีเอ็มเอชกล่าวโทษ “ความต้องการในจีนชะลอตัว” ว่าเป็นสาเหตุให้ ยอดขายออแกนิกของแผนกแฟชั่นและเครื่องหนังลดลงในไตรมาสสาม คาดว่าแบรนด์เนมอื่น ๆ น่าจะมียอดขายลดลงเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันตลาดแบรนด์เนมมือสองของจีนกลับโตพรวดพราด 15%-20% ในปี 2025 ตามข้อมูลของ Bain & Company

ส่วนบริษัทที่ปรึกษา Insight & Info Consulting ประเมินว่า ยอดขายรวมปี 2025 ทะลุ 3.84 หมื่นล้านหยวน (5.7 พันล้านดอลลาร์) คาดว่า จะทะลุ 1 แสนล้านหยวนภายในปี 2030

ที่ร้าน Super Zhuanzhuan สาขาใหม่ในเซี่ยงไฮ้ มีกติกาว่าลูกค้าจำเป็นต้องสวมถุงมือสีดำเพื่อป้องกันไม่ให้นิ้วมือที่มีความมันไปสัมผัสโดนตัวสินค้า

ฟีบี หม่า ฟรีแลนซ์วัย 24 ปี ผู้มาชอปปิงในร้านกล่าวกับเอเอฟพีว่า สมัยที่แม่เธอยังสาว จีน “ยังไม่พัฒนามาก” ผู้คนคุ้นเคยกับสินค้าหรูเพียงไม่กี่แบรนด์

“ด้วยเหตุนี้ พวกเขาจึงฝังจิตฝังใจเชื่อไปแล้วว่าหลุยส์วิตตองคือแบรนด์ที่ดีที่สุดหรูหราที่สุด” ฟรีแลนซ์รายนี้กล่าว

“ส่วนตัวฉันรู้สึกว่าลายโมโนแกรม (ของหลุยส์วิตตอง) มันดูเชยไปแล้วค่ะ มันอาจจะเหมาะกับรุ่นคุณแม่ แต่สำหรับคนเจนซีพวกเขาหันไปซื้อแบรนด์เกาหลีที่กำลังเป็นกระแสมากกว่า” เธอกล่าว

  • ทำงานหนักเพื่ออยู่ให้ได้

เฉิน ลั่ว หัวหน้าฝ่ายวิจัยผู้บริโภคประจำประเทศจีนของแบงก์ออฟอเมริกา กล่าวว่า ผู้บริโภคกำลังเปลี่ยนความคิดจากการมองว่าสินค้าหรูหราเป็นเพียงเรื่องสถานะทางสังคม ไปสู่การมองว่าสินค้าหรูหราเป็นเรื่องของ “อัตลักษณ์ ความโดดเด่น ประสบการณ์ คุณภาพ คุณค่าทางอารมณ์ และความเกี่ยวข้องทางวัฒนธรรมมากขึ้น”

“นอกจากนั้น บรรยากาศค้าปลีกของจีนยังขับเคลื่อนด้วยดิจิทัล/โซเชียลมีเดียอย่างมาก อีโคซิสเต็มดิจิทัลของจีนก็ไม่เหมือนใครเลย แบรนด์ต่างชาติจึงต้องทำงานหนักเพื่ออยู่ให้ได้ในบริบทนี้” ลั่วย้ำ

ไม่เพียงเท่านั้น แบรนด์ตะวันตกยังเผชิญอุปสรรคอีกระดับ นั่นคือความขัดแย้งทางวัฒนธรรมและกฎหมายที่เพิ่มขึ้นทุกขณะ

เมื่อเร็ว ๆ นี้ แอลวีเอ็มเอชเพิ่งชนะคดีฟ้องร้องมอลลีที เครือเครื่องดื่มจีนในคดีละเมิดลิขสิทธิ์เครื่องหมายการค้าลวดลายดอกไม้สี่กลีบที่มีลักษณะคล้ายกับลายโมโนแกรมของบริษัทสัญชาติฝรั่งเศสรายนี้

แต่แม้ชนะคดีก็อาจพ่ายในโลกออนไลน์ เมื่อชาวเน็ตจีนและสื่อทางการชี้ว่า ลวดลายดังกล่าวมีรากเหง้ามาจากลายจีนโบราณ

“มันดูไร้สาระไปหน่อยนะคะ มอลลีทีอาจกำลังไปได้ดีในจีน แต่ยังห่างชั้นจากหลุยส์วิตตองที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาก บางคนจึงรู้สึกว่าการฟ้องร้องครั้งนี้ไม่เหมาะสมค่ะ”เอคโค หวังวัย 31 ปี ซึ่งทำงานด้านการตลาดให้ความเห็น

ฝ่ายบริหารของแอลวีเอ็มเอชระบุว่าทรัพย์สินทางปัญญาถือเป็น “สินทรัพย์สำคัญที่สุด” แต่ก็ยอมรับว่าความวุ่นวายที่เกิดขึ้น “ส่งผลกระทบเชิงลบ”

ด้านนักวิเคราะห์ย้ำว่า จีนยังคงสำคัญสำหรับอุตสาหกรรมแบรนด์เนมโลก

“ในมุมมองของเรา จีนจะยังคงเป็นตลาดสำคัญ แม้อาจไม่ใช่เครื่องยนต์ขับเคลื่อนการเติบโตในสองถึงสามปี การใช้จ่ายซื้อสินค้าหรูโดยปกติมักฟื้นตัวสอดรับกับเศรษฐกิจ เนื่องจากคนรวยมักเป็นคนกลุ่มแรกที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ” ลั่วสรุป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...