โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.พ.ร. ตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อนความเป็นธรรมภาครัฐ เปิดทางประชาชนร่วมกำหนดนโยบาย

The Better

อัพเดต 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • THE BETTER
ก.พ.ร. เดินหน้าขับเคลื่อนรัฐบาลเปิด ตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน ทั้งต้านทุจริต สิ่งแวดล้อม การมีส่วนร่วม และกระบวนการยุติธรรม พร้อมเปิดรับฟังความเห็นประชาชน ก่อนจัดทำแผนปฏิบัติการ National Action Plan

นางสาวออนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารภาครัฐระบบเปิด ครั้งที่ 2/2569 ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธาน ว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิก OGP (Open Government Partnership) หรือความร่วมมือรัฐบาลเปิด จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนให้การเป็นรัฐบาลเปิดเป็นรูปธรรมจริง ๆ

การประชุมวันนี้จึงเป็นการอนุมัติการตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน คือ

  • เรื่องการต่อต้านการทุจริต มีนายมานะ นิมิตมงคล เป็นประธาน
  • การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม มีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธาน
  • การมีส่วนร่วม มีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธาน
  • กระบวนการยุติธรรม มีนายวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ เป็นประธาน

นางสาวอ้อนฟ้า กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่คณะกรรมการได้หารือกันอย่างมาก คือแผนของการปฏิบัติการ ที่เรียกว่า National Action Plan ซึ่งกระบวนการนี้มีการสอบถามความเห็นประชาชนมาแล้วว่า 4 เรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่ควรดำเนินการ

โดยเฉพาะเรื่องแรก การต่อต้านการทุจริต มีเรื่องการปรับกระบวนการทำงานภาครัฐให้เกิดความโปร่งใส ภายใต้โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา ที่ทาง ก.พ.ร. ขับเคลื่อนอยู่ และทาง ป.ป.ช. เสนอการมีผู้ตรวจสอบของภาคประชาชนในทุกจังหวัด

ซึ่งนายปกรณ์ ในฐานะประธานในที่ประชุม มุ่งเน้นให้มีการขับเคลื่อนการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการคุ้มครองเบาะแสของผู้ที่แจ้ง ว่าเราจะไปคุ้มครองเขาอย่างไร ซึ่งจะมุ่งเน้นอยู่ในแผนปฏิบัติการ

ส่วนด้านการมีส่วนร่วม มีการพูดถึงการแก้ไขระเบียบการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยระเบียบเก่าค่อนข้างนานแล้ว มีมากกว่า 20 ปี ก็ต้องมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น

ซึ่งตรงนี้จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องโครงการ แต่นโยบายสำคัญต่าง ๆ ของรัฐบาล ประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่ต้น

ส่วนการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทาง TIJ จะเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ซึ่งนายปกรณ์บอกว่าต้องมุ่งเน้นประเด็นที่ OECD ให้ความสำคัญ ว่าจะทำให้เกิดการเข้าถึงเชิงนิเวศน์ สู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร

ขณะที่เรื่องของสิ่งแวดล้อม ก็จะขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ การแก้ปัญหา PM2.5 ที่เชียงใหม่ น่าน และ กทม. ซึ่งเป็นหลายเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ

เราก็ต้องดึงการร่วมมือทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ กรมป่าไม้ กรมอุทยาน เข้ามาช่วยดูแลตรงนี้ ให้มีการขับเคลื่อนร่วมกับภาคประชาสังคมและประชาชนมากขึ้น

สำหรับการพูดคุยในวันนี้ ทุกคณะทำงานจะรับไปปรับปรุง และกลับมาเสนอคณะกรรมการในครั้งต่อไป และเราจะมีการเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ก่อนที่จะมีการอนุมัติแผนก่อนทุกครั้ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...