ก.พ.ร. ตั้ง 4 คณะทำงาน ขับเคลื่อนความเป็นธรรมภาครัฐ เปิดทางประชาชนร่วมกำหนดนโยบาย
นางสาวออนฟ้า เวชชาชีวะ เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมการร่วมพหุภาคีเพื่อการบริหารภาครัฐระบบเปิด ครั้งที่ 2/2569 ที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย เป็นประธาน ว่า เนื่องจากประเทศไทยเป็นสมาชิก OGP (Open Government Partnership) หรือความร่วมมือรัฐบาลเปิด จึงต้องมีการตั้งคณะกรรมการเพื่อขับเคลื่อนให้การเป็นรัฐบาลเปิดเป็นรูปธรรมจริง ๆ
การประชุมวันนี้จึงเป็นการอนุมัติการตั้งคณะทำงาน 4 ด้าน คือ
- เรื่องการต่อต้านการทุจริต มีนายมานะ นิมิตมงคล เป็นประธาน
- การแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อม มีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธาน
- การมีส่วนร่วม มีนายบัณฑูร เศรษฐศิโรตม์ เป็นประธาน
- กระบวนการยุติธรรม มีนายวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ เป็นประธาน
นางสาวอ้อนฟ้า กล่าวว่า วันนี้สิ่งที่คณะกรรมการได้หารือกันอย่างมาก คือแผนของการปฏิบัติการ ที่เรียกว่า National Action Plan ซึ่งกระบวนการนี้มีการสอบถามความเห็นประชาชนมาแล้วว่า 4 เรื่องนี้เป็นเรื่องหลักที่ควรดำเนินการ
โดยเฉพาะเรื่องแรก การต่อต้านการทุจริต มีเรื่องการปรับกระบวนการทำงานภาครัฐให้เกิดความโปร่งใส ภายใต้โครงการ 1 กรม 1 โปร่งใส ไร้เทา ที่ทาง ก.พ.ร. ขับเคลื่อนอยู่ และทาง ป.ป.ช. เสนอการมีผู้ตรวจสอบของภาคประชาชนในทุกจังหวัด
ซึ่งนายปกรณ์ ในฐานะประธานในที่ประชุม มุ่งเน้นให้มีการขับเคลื่อนการออกระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับการคุ้มครองเบาะแสของผู้ที่แจ้ง ว่าเราจะไปคุ้มครองเขาอย่างไร ซึ่งจะมุ่งเน้นอยู่ในแผนปฏิบัติการ
ส่วนด้านการมีส่วนร่วม มีการพูดถึงการแก้ไขระเบียบการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชน โดยระเบียบเก่าค่อนข้างนานแล้ว มีมากกว่า 20 ปี ก็ต้องมีการแก้ไขให้สอดคล้องกับบริบทปัจจุบันที่เปลี่ยนแปลงไป ให้มันชัดเจนยิ่งขึ้น
ซึ่งตรงนี้จะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม ไม่ใช่แค่เฉพาะเรื่องโครงการ แต่นโยบายสำคัญต่าง ๆ ของรัฐบาล ประชาชนก็ต้องมีส่วนร่วมได้ตั้งแต่ต้น
ส่วนการเข้าถึงกระบวนการยุติธรรม ทาง TIJ จะเป็นผู้ขับเคลื่อนหลัก ซึ่งนายปกรณ์บอกว่าต้องมุ่งเน้นประเด็นที่ OECD ให้ความสำคัญ ว่าจะทำให้เกิดการเข้าถึงเชิงนิเวศน์ สู่กระบวนการยุติธรรมได้อย่างไร
ขณะที่เรื่องของสิ่งแวดล้อม ก็จะขับเคลื่อนโครงการที่สำคัญ ไม่ว่าจะเป็นสระบุรีแซนด์บ็อกซ์ การแก้ปัญหา PM2.5 ที่เชียงใหม่ น่าน และ กทม. ซึ่งเป็นหลายเรื่องที่ประชาชนให้ความสนใจ
เราก็ต้องดึงการร่วมมือทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ กรมป่าไม้ กรมอุทยาน เข้ามาช่วยดูแลตรงนี้ ให้มีการขับเคลื่อนร่วมกับภาคประชาสังคมและประชาชนมากขึ้น
สำหรับการพูดคุยในวันนี้ ทุกคณะทำงานจะรับไปปรับปรุง และกลับมาเสนอคณะกรรมการในครั้งต่อไป และเราจะมีการเปิดรับฟังความเห็นจากประชาชน ก่อนที่จะมีการอนุมัติแผนก่อนทุกครั้ง