โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ยศชนัน’ ถกอุเทนถวาย ยันต้องย้ายเพื่อความปลอดภัย พร้อมเยียวยาอย่างเป็นธรรม

The Bangkok Insight

อัพเดต 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • The Bangkok Insight

"ยศชนัน" เผยผลเจรจานักศึกษาอุเทนถวาย-เทคโนโลยีปทุมวัน ยันยึดกฎหมาย ต้องย้ายเพื่อรักษาความปลอดภัย และเยียวยาอย่างเป็นธรรม คือหลักการในการดูแลนักศึกษาอุเทนฯ

ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก ระบุว่า วันนี้ผมและทีมงานกระทรวง อว. ได้พูดคุยร่วมกับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งทาง มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย และ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เพื่อหาทางออกและวางแนวทางปฏิบัติร่วมกัน

อุเทนถวาย

หลังการหารือร่วมกันทั้ง 3 ฝ่าย ผมขอยืนยันแนวทางและมาตรการที่ชัดเจนดังนี้ครับ

1. การย้ายพื้นที่ ต้องปฏิบัติตามกฎหมาย ควบคู่กับการเยียวยาผลกระทบให้มากที่สุด
เรื่องการย้ายพื้นที่ของวิทยาเขตอุเทนถวาย เป็นคำวินิจฉัยชี้ขาดของคณะกรรมการพิจารณาชี้ขาดการยุติในการดำเนินคดีแพ่งของส่วนราชการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (กยพ.) ซึ่งทุกฝ่ายจำเป็นต้องปฏิบัติตามกฎหมาย แต่สิ่งที่เราให้ความสำคัญไม่แพ้กัน คือการออกมาตรการรองรับเพื่อให้การย้ายครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อนักศึกษาและบุคลากรน้อยที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการดูแลเรื่องค่าเทอม การชดเชยค่าใช้จ่ายในการย้ายและค่าเดินทางของอาจารย์ รวมถึงการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าหอพักหรือค่าห้องที่นักศึกษาได้จ่ายล่วงหน้าไปแล้ว และค่าเดินทางต่างๆ ที่เพิ่มขึ้น

2. การงดการเรียนการสอนในพื้นที่ หัวใจสำคัญคือ "ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคน"
มาตรการหยุดเรียนหรือปรับรูปแบบการเรียนการสอน เป็นเรื่องของความปลอดภัยในตัวนักศึกษาเอง และความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนในเมือง เราคำนึงถึงหัวอกคนเป็นพ่อแม่ที่ต้องส่งลูกหลานมาเรียนตอนเช้า ความปลอดภัยของผู้คนที่สัญจรไปมาบนรถไฟฟ้า BTS และพื้นที่โดยรอบ ดังนั้น เรื่องนี้เราจึงจำเป็นต้องจัดลำดับความสำคัญ (Prioritize) ให้ความปลอดภัยในชีวิตของทุกคนมาเป็นอันดับแรก

เพื่อให้การเรียนภาคปฏิบัติไม่สะดุด ผมได้พูดคุยและประสานงานกับกลุ่มมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ไว้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว ให้ช่วยเปิดห้องปฏิบัติการ (Lab) รองรับนักศึกษา โดยในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จ ภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นเราจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง

ในขั้นตอนนี้ ทางอธิการบดีต้องเร่งให้อาจารย์ประจำภาควิชาและคณบดีจัดทำข้อมูลความต้องการ (Requirement) ของแต่ละสาขาวิชา และประสานงานกับทาง มทร. ที่เปิดรับให้แล้วเสร็จภายในสัปดาห์หน้า จากนั้นจะนำแผนทั้งหมดมาพิจารณาร่วมกันอีกครั้ง

เบื้องต้นเราประเมินว่าห้องแล็บที่ประสานงานไว้มีเพียงพอ แต่ในกรณีที่บางคณะหรือบางรายวิชามีความจำเป็นทางเทคนิคที่ไม่สามารถใช้แล็บภายนอกได้จริงๆ เราสามารถมาพูดคุยในรายละเอียดภายหลังเพื่อพิจารณาเปิดให้นักศึกษาบางกลุ่มเข้าไปใช้งานแล็บในพื้นที่เดิมได้ เฉพาะ Case-by-case แต่ทางคณะจะต้องทำแผนการเข้าใช้งานที่ชัดเจนมาก่อน และทางเราจะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในการนำส่งและดูแลความปลอดภัย เพื่อความอุ่นใจของตัวเด็กๆ เองและสังคมโดยรวม

3. รายละเอียดและมาตรการความร่วมมือเพิ่มเติมที่ได้ข้อสรุปแล้ว

3.1 การแบ่งเบาภาระจัดการเรียนการสอนและห้องปฏิบัติการ: ได้ประสานงานจัดการเรียนการสอนและการลงมือปฏิบัติงานร่วมกับมหาวิทยาลัยราชมงคลในพื้นที่กรุงเทพฯ และ ปริมณฑล

3.2 มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของ มทร.ตะวันออก: ได้ประสานให้ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก ลดค่าเทอมให้นักศึกษา 50% พร้อมทั้งสนับสนุนค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับคณาจารย์ ในกรณีที่ต้องเดินทางไปทำการเรียนการสอนในพื้นที่ใหม่

3.3 อนาคตของพื้นที่เดิม (อุเทนถวาย): ทาง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้ยืนยันอย่างชัดเจนแล้วว่า พื้นที่เดิมจะไม่ถูกนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์อย่างแน่นอน แต่จะพัฒนาเป็นพื้นที่เพื่อการศึกษา Lifelong Learning และการพัฒนาเทคโนโลยีและนวัตกรรม ซึ่งการออกแบบการใช้ประโยชน์พื้นที่ตรงนี้ จะมีการตั้งวงหารือร่วมกัน 3 ฝ่าย คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กระทรวง อว. และวิทยาเขตอุเทนถวาย

3.4 การยกระดับทักษะสู่อุตสาหกรรมจริงของสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน: สำหรับ สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เราได้เดินหน้าความร่วมมือผ่านการจัดทำ MOU ร่วมกับภาคอุตสาหกรรม เพื่อส่งนักศึกษาเข้าไปเรียนรู้และปฏิบัติงานจริงในโรงงานอุตสาหกรรม (Work-integrated Learning)

นอกจากจะช่วยเปลี่ยนพื้นที่การเรียนรู้ให้มีความปลอดภัยและได้มาตรฐานทางวิศวกรรมแล้ว ยังเป็นการนำทักษะฝีมือของน้องๆ ไปสร้างประโยชน์ในสายการผลิตจริง สร้างรายได้ระหว่างเรียน และต่อยอดสู่การมีงานทำทันทีหลังเรียนจบ

ทุกการเปลี่ยนแปลงมีความท้าทาย และไม่มีทางออกใดที่สมบูรณ์แบบได้ในวันเดียวครับ ผมเข้าใจถึงความผูกพันและผลกระทบที่เกิดขึ้นกับน้องๆ เป็นอย่างดี แต่เมื่อเราจำเป็นต้องก้าวไปข้างหน้าบนพื้นฐานของการเคารพกฎหมายและความปลอดภัยของสังคม
ตัวผม และ ทุกคนที่ร่วมกันแก้ปัญหานี้

ขอให้ความมั่นใจว่าจะรับฟังทุกข้อกังวล และเข้าไปดูแลน้องๆ รวมถึงทุกท่านอย่างดีที่สุด เพื่อให้การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นำไปสู่สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ที่ดีขึ้น ปลอดภัยขึ้น และสร้างอนาคตทางการศึกษาที่มั่นคงให้กับน้องๆ ทุกคนอย่างแท้จริงครับ

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...