ถึงกับน้ำตาร่วง! เปิดตู้เซฟแม่ภัทร เผยความในใจหลังเห็นทรัพย์สิน
วันที่ 22 ตุลาคม 2569 น.ส.นภัทร หรือ แม่ภัทร อายุ 63 ปี เจ้าของโรงงานผลิตเครื่องสำอาง เปิดเผยทั้งน้ำตาหลังเข้าตรวจสอบทรัพย์สินภายในตู้เซฟ พบว่าทองคำแท่ง เงินสดหลายล้านบาท และทรัพย์สินมีค่าบางส่วนสูญหายไป เหลือเพียงของบางรายการที่ยังอยู่ภายในตู้
แม่ภัทรเล่าด้วยความเสียใจว่า ตู้เซฟดังกล่าวแบ่งออกเป็น 2 ชั้น โดยชั้นแรกใช้เก็บทองคำแท่งและทองรูปพรรณที่บรรจุไว้ในถุง เมื่อเปิดตรวจสอบกลับไม่พบทองคำแท่งน้ำหนัก 10 บาท เหลือเพียงทองรูปพรรณเส้นเล็กน้ำหนัก 1 บาท และสร้อยข้อมือบางส่วนเท่านั้น
ส่วนชั้นล่างซึ่งใช้เก็บเงินสดจำนวนหลายล้านบาทก็ถูกเก็บกวาดจนแทบไม่เหลือ เหลือเพียงธนบัตรเก่า ๆ ที่สะสมไว้ รวมถึงโฉนดที่ดินบางฉบับ
นอกจากทรัพย์สินภายในตู้เซฟที่สูญหายแล้ว ยังมีกระเป๋าแบรนด์เนมและแหวนที่ได้รับมาจากคุณแม่ของตัวเองหลงเหลืออยู่ ซึ่งสิ่งของเหล่านี้มีคุณค่าทางจิตใจอย่างมาก เมื่อประเมินทรัพย์สินที่ยังเหลืออยู่ พบว่ามีมูลค่าไม่ถึง 1 ล้านบาท จากเดิมที่มีทรัพย์สินรวมประมาณ 9 ล้านบาท
แม่ภัทรระบุว่า ทรัพย์สินที่ยังคงเหลืออยู่เป็นสิ่งที่เก็บสะสมมาตั้งแต่หลังแต่งงาน โดยตั้งใจเก็บไว้เป็นมรดกให้ลูกทั้งสองคนหลังจากตนเองเสียชีวิต แต่กลับเกิดเหตุที่ลูกชายคนโตเร่งนำมรดกไปก่อน จึงหวังว่าจะสามารถติดตามทรัพย์สินทั้งหมดกลับคืนมาได้ โดยจะดำเนินการผ่านกระบวนการยุติธรรม
สำหรับทรัพย์สินที่ยังเหลืออยู่ แม่ภัทรตั้งใจนำไปขายเพื่อนำเงินมาใช้หนี้และสะสางภาระต่าง ๆ ที่ยังค้างคา โดยเฉพาะกรณีบริษัทรับทำสติ๊กเกอร์ที่เคยแจ้งความดำเนินคดีกับตนเองไว้ในช่วงที่ยังพักอยู่ที่ศูนย์พักพิง หากยังมีทรัพย์สินเหลือจากการจัดการหนี้สิน ก็มีแผนนำเงินไปทำบุญช่วยเหลือผู้ยากไร้ ด้วยการสนับสนุนเงินลงทุนเพื่อให้สามารถประกอบอาชีพและสร้างธุรกิจของตัวเองได้
แม่ภัทรยังเปิดเผยอีกว่า เตรียมแจ้งความดำเนินคดีกับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการขโมยทรัพย์สินภายในตู้เซฟ โดยยืนยันว่ามีหลักฐานแสดงให้เห็นว่าก่อนหน้านี้ภายในตู้เซฟมีทรัพย์สินอะไรอยู่บ้าง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดของหลักฐานดังกล่าวได้
อ่านข่าวเพิ่มเติม