ชวนดูข้อเรียกร้องแรงงานเมียนมา ขอยกเลิก CI ใช้บัตรสีชมพูเพียงใบเดียว ก่อนถูกกลุ่มปกป้องสถาบันฯ รุมทำร้าย
1 พฤศจิกายน 2569 สำนักข่าวประชาไทรายงานว่าที่บริเวณหน้าสำนักงานสหประชาชาติ ถนนราชดำเนิน ระหว่างที่วีระ แสงทอง แกนนำกลุ่มแรงงานพม่า Bright Future กำลังปราศรัยในการชุมนุมเพื่อเรียกร้องให้ไทยยกเลิกการใช้ระบบคัดกรองแบบ CI และขอให้ใช้บัตรสีชมพูเพียงใบเดียว กลุ่มปกป้องสถาบันฯ ได้แก่ ศูนย์รวมประชาชนปกป้องสถาบัน นำโดยอานนท์ กลิ่นแก้ว และกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน นำโดยทรงชัย เนียนหอม ได้นำมวลชนเข้าในพื้นที่จนนำไปสู่การทำร้ายร่างกายวีระด้วยการต่อย ตบไปที่ศีรษะ ใช้หมวกกันน็อคตี และใช้เท้าถีบ
การชุมนุมหน้าอาคารสหประชาชาติไม่ใช่ครั้งแรกที่กลุ่มเครือข่ายแรงงานข้ามชาติเรียกร้องให้รัฐบาลไทยใช้บัตรสีชมพูเพียงใดเดียว ก่อนหน้านี้วีระ แสงทองก็ได้เคยยื่นหนังสือในข้อเรียกร้องดังกล่าวต่อวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรมาแล้ว
บัตรสีชมพู คือ “บัตรประจำตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทย” เป็นบัตรประจำตัวที่ออกให้แรงงานต่างชาติได้แก่ ชาวเมียนมา ชาวลาว ชาวเวียดนาม และชาวกัมพูชา ตามมติคณะรัฐมนตรีไทย ที่เข้ามาอยู่ในประเทศไทยเป็นการชั่วคราว ซึ่งสามารถใช้แสดงตัวตนตามกฎหมาย บัตรสีชมพูนี้ออกโดยกระทรวงมหาดไทยของไทย โดยนายจ้างและลูกจ้างต่างชาติจะต้องเข้าสู่กระบวนการของกรมการจัดหางานเพื่อจัดทำบัตรสีชมพู
ขณะที่บัตรสีเขียว CI (Certificate of Identity) หรือหนังสือรับรองสถานะบุคคล เป็นเอกสารอีกประเภทหนึ่งที่แรงงานจะต้องจัดทำกับหน่วยงานของประเทศเมียนมาเท่านั้น และด้วยสถานการณ์สงครามภายในประเทศทำให้การเดินทางไปกลับเพื่อออกเอกสารดังกล่าวลำบากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตามแม้รัฐบาลไทยและเมียนมาจะร่วมกันเป็นศูนย์ออกเอกสารในไทย แรงงานเมียนมายังมองว่า CI เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและล่าช้า ทั้งยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางเพื่อรีดไถเงินจากแรงงานซึ่งกำหนดให้ต้องส่งเงินร้อยละ 25 ของรายได้ต่อเดือน กลับประเทศ
วีระเคยระบุว่า การใช้ทั้งระบบ CI และบัตรชมพูจะสร้างภาระความซ้ำซ้อนทางเอกสารและค่าใช้จ่ายให้ทั้งนายจ้างและแรงงานเมียนมาในไทย ตัวแทนเครือข่ายระบุว่าแรงงานเมียนมาไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายซ้ำซ้อนให้ทั้งไทยและเมียนมา พวกเขาต้องการเป็นแรงงานที่ทำงานในไทยเพื่อช่วยสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจและจะขอเสียภาษีให้แก่รัฐบาลไทยเพียงทางเดียว
นอกจากนี้ยังมีข้อกังวลว่ากระบวนการ CI อาจเป็นเครื่องมือทางการเมืองของรัฐบาลทหารเมียนมาที่ใช้กดปราบทางการเมืองข้ามชาติมาสู่ไทย เซีย จำปาทอง สส. พรรคประชาชนระบุว่าเป็นการเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่รัฐบาลเมียนมาตรวจสอบและเข้าถึงข้อมูลแรงงานซึ่งบางส่วนอาจหลบหนีการกดขี่ทำงานที่ไทย ขณะที่ DVB (Democratic of Myanmar) สื่อเมียนมา ระบุว่าข้อมูลส่วนตัวของแรงงานจากระบบ CI อาจถูกใช้ไปเพื่อบังคับตามกฎหมายเกณฑ์ทหารเมียนมาซึ่งถูกประกาศใช้เมื่อปี 2567