“น้องเค” เปิดใจ วันที่ท้อที่สุด คำพูดพ่อแม่ฉุดชีวิต สู้จนได้สวมเสื้อกาวน์สมใจ
ย้อนกลับไปในวัย ม.6 ภาพของเด็กหนุ่มที่ต้องตื่นนอนตั้งแต่ตี 5 เพื่อแบกกระสอบน้ำแข็งหนักกว่า 20 กิโลกรัม ช่วยครอบครัวหาเลี้ยงชีพ ก่อนจะรีบอาบน้ำไปเรียนให้ทัน 8 โมงเช้า ได้กลายเป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลายคน วันนี้ “น้องเค” หรือ ธนิต ลุงหมั้น เดินทางมาถึงจุดหมายไปอีกขั้น ในฐานะนักศึกษาแพทย์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ชั้นปีที่ 4 พร้อมสวมเสื้อกาวน์ลงวอร์ดตรวจคนไข้จริง
การเดินทางตลอด 4 ปีที่ผ่านมาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ น้องเคเปิดเผยว่า ช่วงชีวิตนักศึกษาแพทย์ทำให้เขาเรียนรู้ว่าความพยายามอย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้อง “พยายามให้ถูกทาง” รู้จักคิด วางแผน และอ่านหนังสืออย่างมีกลยุทธ์ เพราะเนื้อหาและเวลาที่ต้องเข้าเวรดูแลคนไข้นั้นหนักหน่วงมาก
แม้จะเคยเผชิญกับวันที่ผิดหวังที่สุดในชีวิตตอนชั้นปีที่ 2 จากการสอบตกและได้เกรดต่ำที่สุดจนกลัวว่าจะเรียนไม่จบ แต่กำลังใจสำคัญจากครอบครัว โดยเฉพาะคำพูดของพ่อที่บอกว่า “ถ้าไม่ไหวก็กลับมาแบกน้ำแข็งเหมือนเดิม เราไม่อดตายหรอก ลูกสอบติดหมอ พ่อก็พอใจแล้ว” รวมถึงหมูย่างฝีมือแม่ ก็กลายเป็นเซฟโซนที่ช่วยเติมพลังให้เขาลุกขึ้นสู้ต่อจนผ่านพ้นวิกฤตมาได้
สำหรับเป้าหมายในอนาคต น้องเคยังคงมุ่งมั่นกับความฝันเดิมในการเป็นแพทย์ที่ช่วยเหลือผู้ป่วยตามมาตรฐานวิชาชีพ โดยมีความสนใจในด้านการผ่าตัดเป็นพิเศษ ทั้งยังมีอุดมการณ์ที่อยากจะตอบแทนสังคมด้วยการสร้างโรงพยาบาลที่เข้าถึงง่ายในราคาที่สมเหตุสมผล เพื่อส่งต่อโอกาสที่เขาเคยได้รับจากผู้มีพระคุณ
สุดท้าย น้องเคได้ฝากข้อความส่งต่อแรงบันดาลใจไปยังน้องๆ ที่กำลังเตรียมตัวสอบเข้าคณะแพทยศาสตร์ว่า ขอให้พยายามอย่างเต็มที่ มองเป้าหมายให้ไกลกว่าแค่วันสอบ และอย่าท้อถอยแม้ในวันที่ทำได้เพียงเล็กน้อย พร้อมย้ำเตือนใจตัวเองในวัยเด็กว่า “ขอบคุณที่ไม่ยอมแพ้ และขอบคุณที่อดทนเพื่อเรามาจนถึงวันนี้”