โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“อนุทิน” เซ็นถอนสัญชาติไทย “เอรีล บลัสทีน” ซุกสัญชาติอุรุกวัย-สวมพาสปอร์ตเดิม

อีจัน

อัพเดต 2 ตุลาคม 2569 เวลา 1.29 น. • เผยแพร่ 6 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อีจัน

วันนี้ (1 ต.ค.69) นายอนุทิน ชาญวีรกุล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ลงนามในประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง ถอนสัญชาติไทยของ นายเอรีล บลัสทีน อดีตบุคคลสัญชาติอิสราเอล หลังตรวจพบหลักฐานการปกปิดข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญและการใช้สัญชาติเดิม ซึ่งเข้าข่ายการกระทำผิดตามพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508

สำหรับ นายเอรีล บลัสทีน ได้รับสัญชาติไทยโดยการแปลงสัญชาติตามกฎหมาย และมีประกาศในราชกิจจานุเบกษาอย่างเป็นสมบูรณ์เมื่อวันที่ 3 เม.ย.62 ก่อนจะทำบัตรประจำตัวประชาชนไทยครั้งแรกเมื่อวันที่ 14 มิ.ย.62

จากการตรวจสอบข้อเท็จจริงพบว่า ในวันเดียวกับที่ทำบัตรประชาชนไทย (14 มิ.ย. 62) นายเอรีล ได้ใช้หนังสือเดินทางอิสราเอลเดินทางไปยังเขตบริหารพิเศษฮ่องกง และเดินทางกลับเข้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.62 โดยยังคงใช้หนังสือเดินทางอิสราเอล ซึ่งถือเป็นการแสดงเจตนาใช้สัญชาติเดิมอันขัดต่อเงื่อนไขในการแปลงสัญชาติเป็นไทย

นอกจากนี้ ยังปรากฏข้อมูลเพิ่มเติมว่า นายเอรีล ถือสัญชาติอุรุกวัยอยู่อีกหนึ่งสัญชาติ และเคยใช้เดินทางไปต่างประเทศหลายครั้งก่อนยื่นเรื่องขอแปลงสัญชาติเป็นไทย แต่กลับปกปิดข้อเท็จจริง ไม่ได้แจ้งต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ และไม่ได้แสดงเจตจำนงในการสละสัญชาติอุรุกวัยแต่อย่างใด

การกระทำดังกล่าวเข้าข่ายถูกถอนสัญชาติไทยตามมาตรา 19 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติสัญชาติ พ.ศ. 2508 เนื่องจากมีการแสดงข้อความอันเป็นเท็จ ปกปิดข้อเท็จจริงที่เป็นสาระสำคัญ และยังคงใช้สัญชาติเดิม ซึ่งหากปล่อยไว้อาจก่อให้เกิดความเสียหายร้ายแรงต่อประชาชนและประเทศชาติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยจึงอาศัยอำนาจตามกฎหมายสั่งถอนสัญชาติไทยของนายเอรีล บลัสทีน โดยให้มีผลทันที

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...