ดีลพรรคเขียวรวมน้ำเงิน ขย่มเพื่อไทย? “อนุทิน-ธรรมนัส”คนคุ้นเคยกินข้าวกัน
จากภาพร่วมโต๊ะอาหารอินเดีย ระหว่างนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี กับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า หัวหน้าพรรคกล้าธรรม กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาทางการเมืองอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะเมื่อเกิดขึ้นในช่วงก่อนการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาล ท่ามกลางกระแสข่าวการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล และการควบรวมพรรคกับภูมิใจไทย
แม้จะยังไม่มีคำยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่กระแสข่าวล่าสุดระบุว่า การเจรจาเรื่องโควตารัฐมนตรีอาจมีความคืบหน้าไปแล้วระดับหนึ่ง โดยมีการพูดถึงการจัดสรรตำแหน่งให้พรรคกล้าธรรมถึง 5 เก้าอี้ แบ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการ 3 ตำแหน่ง ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และกระทรวงอุตสาหกรรม ส่วนรัฐมนตรีช่วยอีก 2 ตำแหน่ง ยังต้องพิจารณาความเหมาะสม อย่างไรก็ตาม ทั้งเรื่องการเข้าร่วมรัฐบาลและการควบรวมพรรค ยังคงเป็นเพียงกระแสข่าวที่รอความชัดเจนจากผู้มีอำนาจตัดสินใจ
ขณะที่ท่าทีของนายอนุทิน ยังคงไม่เปิดเผยรายละเอียด โดยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีวันนี้ นายกรัฐมนตรีเลี่ยงตอบคำถามเรื่องการควบรวมพรรคเขียวกับพรรคน้ำเงิน โดยระบุเพียงว่าเป็นกระแสข่าว ส่วนก่อนหน้านี้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงภาพร่วมรับประทานอาหารกับร้อยเอกธรรมนัส นายอนุทินตอบสั้น ๆ ว่า “หิว หิว” พร้อมยิ้มให้สื่อมวลชน แทนการให้คำตอบทางการเมือง
ด้านนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะแกนนำพรรคภูมิใจไทย ยืนยันว่า การพบปะกับครูใหญ่เนวิน ที่จังหวัดสงขลา เป็นการไปดูฟุตบอล ไม่ได้พูดคุยเรื่องการเมืองหรือการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล โดยมองว่าเรื่องนี้เป็นอำนาจตัดสินใจของนายอนุทิน พร้อมย้ำว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้เปรยอะไรกับตนเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว
ส่วนภาพนายอนุทินร่วมโต๊ะอาหารกับร้อยเอกธรรมนัส นายพิพัฒน์ ระบุว่า ทั้งสองคนมีความคุ้นเคยและรับประทานอาหารร่วมกันอยู่เป็นระยะ จึงไม่สามารถตีความได้ว่าเป็นสัญญาณทางการเมืองหรือไม่ ขณะที่ข่าวการควบรวมพรรคก็ยังไม่ทราบที่มาที่ไป และหากจะเกิดขึ้นจริง คงต้องให้ผู้ใหญ่พูดคุยกัน
สำหรับเสถียรภาพรัฐบาล นายพิพัฒน์ มองว่า รัฐบาลอนุทิน 2 ทำงานมาแล้วประมาณ 6 เดือน หลายกระทรวงเริ่มเข้าที่เข้าทาง และยังไม่เห็นว่าควรปรับคณะรัฐมนตรีในช่วงเวลานี้ แต่ย้ำว่าการตัดสินใจขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีและคณะกรรมการบริหารพรรคภูมิใจไทย
ด้านนายทรงศักดิ์ ทองศรี รองนายกรัฐมนตรี มองว่า การรับประทานอาหารร่วมกันเป็นเรื่องปกติของนักการเมือง แม้จะอยู่คนละฝ่ายทางการเมือง โดยระบุว่า ในอดีตนักการเมืองอาจเป็นคู่ขัดแย้งกันในสภา แต่เมื่ออยู่นอกสภาก็ยังพูดคุยกันได้ พร้อมปฏิเสธกระแสข่าวที่ว่าการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล เป็นการส่งสัญญาณกดดันพรรคร่วมรัฐบาลขั้วแดง โดยระบุว่าเป็นการคิดไปเอง
นายทรงศักดิ์ ยังย้ำว่า การปรับคณะรัฐมนตรีเป็นอำนาจของนายกรัฐมนตรี และแม้การปรับเปลี่ยนตำแหน่งรัฐมนตรีจะมีห้วงเวลาที่เหมาะสม แต่ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเกิดขึ้นทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง
ขณะที่พรรคเพื่อไทย ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาล ส่งสัญญาณรักษาข้อตกลงเดิม โดยนายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงานและหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ระบุว่า ยังไม่ได้พูดคุยเรื่องการดึงพรรคกล้าธรรมเข้าร่วมรัฐบาล แต่หากมีพรรคเข้ามาเพิ่ม ก็อาจทำให้เสียงสนับสนุนรัฐบาลมีความมั่นคงขึ้น ทั้งนี้ต้องมีการหารือกันก่อน พร้อมยืนยันว่า พรรคเพื่อไทยยังทำงานตามข้อตกลงที่มีอยู่ และอำนาจตัดสินใจเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลอยู่ที่นายกรัฐมนตรี
สอดคล้องกับนายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการและเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ซึ่งระบุว่า พรรคยังมีโควตา 5 กระทรวง 8 ตำแหน่ง และเชื่อว่ากระแสข่าวดังกล่าวยังไม่ส่งผลกระทบต่อการทำงานของพรรค พร้อมย้ำว่ายังเร็วเกินไปที่จะพูดถึงการเกลี่ยตำแหน่งรัฐมนตรี หากมีการปรับคณะรัฐมนตรีเกิดขึ้นจริง
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีคำตอบที่ชัดเจนจากปากของนายกฯ อนุทิน และแกนนำพรรคภูมิใจไทย แต่ภาพที่เห็น รวมถึงการที่พรรคกล้าธรรม ออกจากฝ่ายค้าน โหวตสนับสนุน พ.ร.บ.งบประมาณ 70 ที่ผ่านมา ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่านั่นคือส่งสัญญาณร่วมรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทยแล้ว แต่จะร่วมหรือจะควบรวม หรือจะแค่เพื่อข่มขวัญพรรคเพื่อไทย ไม่ให้แตกแถว ยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตามดูต่อไปหลังจบศึกซักฟอก. . .
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook : https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews