แอลจี เล็งส่งออกเครื่องซักผ้าฝาบน 2.3 ล้านเครื่อง จากโรงงานระยองเข้าตลาดโลกปี 68
แอลจี วางตำแหน่งประเทศไทยเป็นฐานยุทธศาสตร์สำคัญในเครือข่ายการผลิตและนวัตกรรมระดับสากลยกโรงงานระยองเป็นศูนย์กลางการวิจัยและพัฒนา (R&D Center) ระดับโลกโดยใช้นวัตกรรม K-Tech กับฝีมือคนไทย วางเป้าส่งออกเครื่องซักผ้าฝาบน 2.3 ล้านเครื่องในปี 2568
นายซองฮัน จอง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท แอลจี อีเลคทรอนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า วิสัยทัศน์ของ LG คือการทำให้โรงงานในไทยเป็นมากกว่าฐานการผลิต แต่เป็น "ศูนย์กลางที่สร้างสรรค์และต่อยอดนวัตกรรม" ความสำเร็จของทีม R&D ไทยเป็นผลมาจากนโยบายการลงทุนด้านการพัฒนาบุคลากรและการถ่ายทอดเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่องระหว่างบริษัทแม่ในสาธารณรัฐเกาหลีกับประเทศไทย ซึ่งสิ่งนี้ได้สร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันที่สำคัญให้กับ LG ในตลาดโลก
เพื่อรองรับการเติบโตและการพัฒนาศักยภาพอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่ปี 2563 เป็นต้นมา LG ได้จัดสรรงบประมาณการลงทุนเฉลี่ยปีละ 500-800 ล้านบาท โดยเน้นไปที่การเพิ่มศักยภาพการผลิต การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ และการยกระดับระบบความปลอดภัยและโครงสร้างพื้นฐานภายในโรงงาน การลงทุนนี้สอดคล้องกับการคาดการณ์ยอดการส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน
นอกจากนี้ กลยุทธ์ของ LG ยังมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศทางธุรกิจที่ยั่งยืนผ่านการสนับสนุนคู่ค้าในประเทศ โดยโรงงาน LG ระยองมีการจัดหาชิ้นส่วนและวัตถุดิบจาก ผู้ผลิตภายในประเทศไทย (Local Supplier) ในสัดส่วนที่มากกว่า ร้อยละ 70 ซึ่งช่วยลดต้นทุนด้านการขนส่งและเสริมสร้างเสถียรภาพทางเศรษฐกิจให้กับผู้ประกอบการในประเทศ พร้อมทั้งสร้างเสถียรภาพด้านการจ้างงานในพื้นที่กว่า 1,850 อัตรา
การยกระดับสู่ศูนย์กลาง R&D ในครั้งนี้ตั้งอยู่บนพื้นฐานความแข็งแกร่งเดิมของโรงงานระยอง ซึ่งปัจจุบันเป็นฐานการผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ LG ขนาดใหญ่อันดับที่ 3 ของโลก ในกลุ่มผลิตภัณฑ์เดียวกัน โดยมีกำลังการผลิตรวมสูงถึงกว่า 5.9 ล้านเครื่อง ในปี 2567 และมีสัดส่วนการส่งออกคิดเป็นกว่า ร้อยละ 80 ไปยังตลาดสำคัญทั่วโลก เช่น สหรัฐอเมริกา ตะวันออกกลาง แคนาดา เม็กซิโก และออสเตรเลีย บทบาทนี้ยังสะท้อนความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของประเทศไทย ในฐานะ 1 ใน 18 ประเทศทั่วโลก ที่ LG เข้ามาลงทุนแบบครบวงจร ทั้งด้านการตลาด การขาย และฐานการผลิต
เพื่อตอบรับการยกระดับบทบาทดังกล่าว LG ได้วางเป้าหมายด้านการส่งออกเครื่องซักผ้าฝาบนจากโรงงานระยองไว้ที่ 2.3 ล้านเครื่อง ในปี 2568 ซึ่งเป็นอัตราการเติบโตที่คาดการณ์ไว้อย่างมีนัยสำคัญ
ปัจจุบัน โรงงาน LG ที่ระยองเป็นฐานการผลิตและส่งออกสำหรับผลิตภัณฑ์ 3 กลุ่มหลัก ดังนี้:
- เครื่องซักผ้า (Washing Machine): คิดเป็นสัดส่วนการผลิตหลักที่ ร้อยละ 39 ครอบคลุมเครื่องซักผ้าฝาบน ถังคู่ และเครื่องอบผ้า
- เครื่องปรับอากาศ (Air Conditioner): คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 45 สำหรับเครื่องปรับอากาศที่พักอาศัยและเชิงพาณิชย์
- คอมเพรสเซอร์ (Compressor): คิดเป็นสัดส่วน ร้อยละ 16 ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญของเครื่องปรับอากาศและเครื่องทำความเย็น
การยกระดับบทบาทของโรงงานในประเทศไทยตลอดระยะเวลา 28 ปี จากฐานการผลิตเป็นศูนย์กลางด้านนวัตกรรมและการออกแบบ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ยั่งยืนของ LG Electronics ที่มีต่อศักยภาพของบุคลากรและระบบเศรษฐกิจของไทย และเป็นการวางตำแหน่งประเทศไทยให้เป็น หัวใจสำคัญ ในการขับเคลื่อนธุรกิจและนวัตกรรมของ LG ในการแข่งขันบนเวทีระดับโลกต่อไป