โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ตร.เร่งขยายผลปมอธิการบดี ม.ดัง ถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้น

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 12 ก.ย 2568 เวลา 17.41 น. • เผยแพร่ 12 ก.ย 2568 เวลา 10.35 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

สน.บางซื่อ 12 ก.ย. – อธิการบดีมหาวิทยาลัยชื่อดัง กลายเป็นเหยื่อมิจฉาชีพออนไลน์ ถูกหลอกลงทุนเทรดหุ้น สูญเงินกว่า 38 ล้านบาท ตำรวจนครบาลเร่งสอบสวน อายัดเงินทันกว่า 3 ล้านบาท ขยายผลโยงบัญชีม้ากว่า 20 บัญชี

จากกรณีอธิการบดีมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ถูกเครือข่ายมิจฉาชีพหลอกลงทุน เสียหายกว่า 38 ล้านบาท พล.ต.ต.พัลลภ แอร่มหล้า รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล รักษาราชการแทนผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 และ พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนกองบัญชาการตำรวจนครบาล เดินทางมาร่วมสอบปากคำผู้เสียหายด้วยตัวเอง ที่สถานีตำรวจนครบาลบางซื่อ ช่วงเที่ยงที่ผ่านมา

พล.ต.ต.พัลลภ เปิดเผยว่า จากกรณีดังกล่าว พนักงานธนาคารได้ตรวจพบความผิดปกติการถอนเงินจากบัญชีผู้เสียหาย แล้วโอนเงินไปยังบัญชีอื่น 3 บัญชี ซึ่งเป็นบัญชีนิติบุคคล หรือบริษัท เป็นจำนวนเงินกว่า 1 ล้าน 9 แสนบาท จึงได้อายัดไว้ก่อนและติดต่อจากศูนย์ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติตรวจสอบไปยังผู้เสียหาย ก่อนทราบว่าผู้เสียหายได้เอาเงินไปลงทุนเทรดหุ้น พร้อมให้ผู้เสียหายตรวจสอบว่า เงินที่โอนไปลงทุนนั้นสามารถถอนออกจากบัญชีในระบบบริษัทได้หรือไม่ ปรากฏว่าผู้เสียหายไม่สามารถถอนเงินได้ เจ้าหน้าที่จึงแน่ใจว่าถูกเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์หลอกลวง จึงได้อายัดเงินเอาไว้ทั้งหมดจากเงินที่โอนออกบัญชีเมื่อวานนี้กว่า 3 ล้านบาท

ก่อนสอบปากคำเบื้องต้นผู้เสียหายให้ข้อมูลว่า ถูกชักจูงให้ร่วมลงทุนเทรดหุ้น จากบริษัทแห่งหนึ่ง แอบอ้างบุคคลที่มีชื่อเสียงด้านการลงทุนว่าเป็นผู้อยู่เบื้องหลังของบริษัท และสร้างแพลตฟอร์มที่น่าเชื่อถือ ชักชวนลงทุนในรูปแบบของ “บิ๊กล๊อต” โดยร่วมลงทุนกับบุคคลอื่นๆ ที่อยู่ในกลุ่มไลน์ โดยผู้เสียหายหลงเชื่อ โอนเงินลงทุนเป็นจำนวนเงินกว่า 38 ล้านบาท โดยโอนเงินเข้าบัญชีบริษัทเป็นจำนวนกว่า 10 ครั้ง ในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา และเห็นว่าเงินที่ผู้เสียหายลงทุนไว้ในแพลตฟอร์มของบริษัทนั้นได้กำไร แต่ไม่เคยตัดสินใจถอนออกมา จึงทำให้ไม่ทราบว่าตัวเองถูกหลอก ก่อนเจ้าหน้าที่โทรหาเมื่อวานนี้ ส่วนการขยายผล พบว่าการเปิดบัญชีนิติบุคคล เพื่อนำมาเปิดเป็นบัญชีม้าบริษัท เป็นการเปิดบัญชีขึ้นมาใหม่ ตรวจสอบเบื้องต้นมีความเกี่ยวข้องกับเงินผู้เสียหายที่โอนไปกว่า 22 บัญชี ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ ขยายผลไปถึงผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

ด้าน พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เปิดเผยว่า กองบังคับการสืบสวนสอบสวน เป็นอีกหนึ่งหน่วยที่ได้รับแจ้งจากศูนย์ปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จึงจัดกำลังเข้าถึงตัวผู้เสียหายโดยทันทีและแจ้งให้ทราบถึงพฤติกรรมของเครือข่ายคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลทราบอีกว่ามีเงินในบัญชีที่เตรียมไปร่วมลงทุนอีกกว่า 40 ล้านบาท หากเจ้าหน้าที่ไม่ยับยั้ง เชื่อว่าผู้เสียหายเตรียมที่จะลงทุนเพิ่มเติม

ส่วนผู้เสียหายอีก 1 คน ที่เข้าแจ้งความไว้ที่ สน.หัวหมาก ถูกหลอกเอาเงินไปกว่า 6 ล้านบาท ข้อมูลการสอบสวนเบื้องต้นพบว่าถูกหลอกในพฤติกรรมเดียวกัน ขณะนี้ตำรวจอยู่ระหว่างขยายผลและสืบสวนหาผู้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่อยู่เบื้องหลังมาดำเนินคดี รวมถึงบัญชีม้า และมากดเงินสดที่ขณะนี้ตรวจสอบแล้วพบว่าเงินในบัญชีส่วนใหญ่ถูกกดเงินสดตามตู้ ATM ในพื้นที่หลายจังหวัด.-416-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...