“ทรัมป์” เตรียมพบ “สี จิ้นผิง” ปลายตุลาคม หวังคลี่คลายสงครามการค้า-แร่หายาก
"ทรัมป์" เตรียมพบ "สี จิ้นผิง" ปลายตุลาคม 2568 ที่เกาหลีใต้ หวังคลี่คลายสงครามการค้า–แร่หายาก ด้านทรัมป์ขู่ขึ้นภาษีสินค้าจีน 100% ส่งผลตลาดโลกผันผวน พร้อมระดมพันธมิตรยุโรป-เอเชียตอบโต้จีน
วันที่ 14 ตุลาคม 2568 เวลา 08.50 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่าสก็อต เบสเซนท์ (Scott Bessent) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันจันทร์ว่า ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ยังคงมีกำหนดพบกับ ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีนที่ประเทศเกาหลีใต้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม เพื่อหารือแนวทางลดความตึงเครียดทางการค้าระหว่างสองประเทศ หลังทั้งสองฝ่ายตอบโต้กันด้วยมาตรการภาษีและการควบคุมการส่งออก
เบสเซนท์ ระบุว่า ความสัมพันธ์ของสองประเทศเริ่มมีสัญญาณคลี่คลายอย่างมีนัยสำคัญ โดยเปิดเผยว่ามีการติดต่อสื่อสารอย่างต่อเนื่องระหว่างเจ้าหน้าที่ของทั้งสองฝ่ายตลอดสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา และคาดว่าจะมีการประชุมเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า
เบสเซนท์กล่าวว่า“เราสามารถลดความตึงเครียดลงได้อย่างมาก …ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวอย่างชัดเจนว่า มาตรการภาษีจะยังไม่เริ่มบังคับใช้จนถึงวันที่ 1 พฤศจิกายน และเขาจะพบกับประธานพรรคคอมมิวนิสต์จีน สี จิ้นผิง ที่เกาหลีใต้ ผมเชื่อว่าการประชุมดังกล่าวยังคงดำเนินต่อไปตามแผน”
การประชุมระหว่างผู้นำทั้งสองมีกำหนดจัดขึ้นในระหว่างการประชุมสุดยอด เอเปก (APEC) ที่เกาหลีใต้ในช่วงปลายเดือนตุลาคม
ความตึงเครียดจาก “สงครามแร่หายาก” จุดชนวนตลาดโลก
ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศกลับมาตึงเครียดอีกครั้งหลังจากที่จีนประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่าจะ ขยายการควบคุมการส่งออกแร่หายาก (Rare Earths) อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในการผลิตอุปกรณ์เทคโนโลยีขั้นสูง การเคลื่อนไหวดังกล่าวนำไปสู่การตอบโต้ของทรัมป์ในวันศุกร์ ด้วยการขู่เก็บภาษีนำเข้าจากจีนในอัตราสูงถึง 100% ซึ่งส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกผันผวนและความสัมพันธ์ระหว่างสองชาติมหาอำนาจทางเศรษฐกิจย่ำแย่ลง
อย่างไรก็ตามกระทรวงพาณิชย์ของจีนแถลงเมื่อวันอังคารว่า ได้แจ้งให้สหรัฐทราบล่วงหน้าก่อนดำเนินมาตรการดังกล่าว และยืนยันว่าทั้งสองฝ่ายยังคงมีการติดต่อกันอย่างต่อเนื่อง โดยมีการประชุมระดับเจ้าหน้าที่เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา
แต่ในถ้อยแถลงของ โฆษกกระทรวงพาณิชย์จีน ได้เตือนว่า “สหรัฐไม่สามารถเรียกร้องให้มีการเจรจาได้ หากยังคงข่มขู่ว่าจะใช้มาตรการจำกัดเพิ่มเติมในเวลาเดียวกัน”
ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัว หลังคาดการณ์ว่าการเจรจายังไม่ล่ม
ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวขึ้นอย่างระมัดระวังในช่วงเช้าวันอังคาร หลังดัชนีหลักของตลาดหุ้นสหรัฐปิดบวกมากถึง 2.2% เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ตามสัญญาณบวกจากเบสเซนท์ที่ระบุว่าการเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐ และจีนยังคงดำเนินต่อไปตามแผน
ก่อนหน้านั้นคำขู่ของทรัมป์เมื่อวันศุกร์ได้สร้างแรงเทขายครั้งใหญ่ในตลาด ขณะที่นักลงทุนและผู้กำหนดนโยบายเริ่มวิตกเกี่ยวกับฟองสบู่หุ้นเทคโนโลยี ที่ถูกผลักดันจากกระแสลงทุนในเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเจ้าหน้าที่บางส่วนเกรงว่าอาจกระทบต่อการจ้างงานในอนาคต
เบสเซนท์ระบุเพิ่มเติมว่า ในสัปดาห์นี้จะมีการจัดการประชุมระดับเจ้าหน้าที่ระหว่างสหรัฐและจีนในกรุงวอชิงตัน ควบคู่ไปกับการประชุมประจำปีของธนาคารโลก (World Bank) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF)
“ภาษี 100% ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจริง …แม้จะมีประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังดีอยู่ ช่องทางการสื่อสารกลับมาเปิดอีกครั้ง เราจึงต้องรอดูว่าจะดำเนินไปอย่างไรต่อ”
สหรัฐเตรียมระดมพันธมิตรตอบโต้จีน
แม้จะยืนยันว่าความสัมพันธ์ยังคงเปิดช่องเจรจา แต่เบสเซนท์กล่าวว่าการดำเนินการของจีนถือเป็นการยั่วยุ และยืนยันว่าสหรัฐได้ตอบโต้อย่างแข็งกร้าว พร้อมเปิดเผยว่าสหรัฐได้หารือกับพันธมิตรหลายประเทศ รวมถึงยุโรป อินเดีย และประเทศประชาธิปไตยในเอเชีย เพื่อจัดตั้งแนวร่วมตอบสนองต่อมาตรการของจีน
“จีนเป็นเศรษฐกิจแบบสั่งการจากส่วนกลาง (command-and-control economy) แต่พวกเขาจะไม่สามารถ ‘สั่ง’ หรือ ‘ควบคุม’ เราได้” เบสเซนท์กล่าว
ด้านจีนได้ออกแถลงเมื่อวันอาทิตย์ โทษว่าสหรัฐเป็นผู้จุดชนวนความตึงเครียดทางการค้า และกล่าวหาทรัมป์ว่ามีท่าทีหน้าซื่อใจคด หลังขู่เก็บภาษีสินค้าจากจีนในอัตรา 100% พร้อมปกป้องการควบคุมการส่งออกแร่หายากและอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง โดยระบุว่ามาตรการดังกล่าวเป็นการปกป้องผลประโยชน์ของตนเอง
จีนเพิ่มเงื่อนไขใหม่สำหรับบริษัทต่างชาติ
ภายใต้กฎระเบียบใหม่ของจีน บริษัทต่างชาติที่ผลิตสินค้าที่มีส่วนประกอบของแร่หายากหรือแม่เหล็ก (magnets) ที่อยู่ในบัญชีควบคุม จะต้องขอใบอนุญาตส่งออกจากรัฐบาลจีน หากสินค้าเหล่านั้นมีการใช้วัตถุดิบหรืออุปกรณ์จากจีน แม้จะไม่มีบริษัทจีนเข้าร่วมในธุรกรรมก็ตาม
เบสเซนท์ ระบุว่า สหรัฐจะไม่ยอมรับข้อกำหนดด้านใบอนุญาตส่งออกของจีน โดยกล่าวระหว่างให้สัมภาษณ์ในรายการ Mornings with Maria ว่า “เราจะไม่ยอมให้จีนใช้ระบบใบอนุญาตเหล่านี้เป็นเครื่องมือกีดกันทางการค้า”
อ้างอิง : www.reuters.com